5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้หลังโดน เวสต์บรอมบุกอัดอีกแล้ว!!

Home / กีฬาอื่นๆ / 5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้หลังโดน เวสต์บรอมบุกอัดอีกแล้ว!!

MANCHESTER, ENGLAND - MAY 02:  Patrick McNair of Manchester United reacts to missing a chance during the Barclays Premier League match between Manchester United and West Bromwich Albion at Old Trafford on May 2, 2015 in Manchester, England.  (Photo by Matthew Peters/Man Utd via Getty Images)

ก่อนเกมส์นี้แฟนบอลปีศาจแดง รวมไปถึงหลายๆทีม น่าจะเดาว่า นัดนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะ ฉกฉวยสามแต้มติดมือไว้ได้ไม่ยากทดแทนจาก มือเปล่ามาสองนัดติดในเกมส์เยือน เชลซี และ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเป็นงานยากมาแต่ไหนแต่ไร แต่ที่ไหนได้ ผลการแข่งขันนัดนี้ ทำให้แฟนผีถึงกับต้องอ้าปากค้างด้วยความอึ้ง ส่วนทางด้านแฟนทีมอื่นก็อ้าปากค้าง แต่ด้วยความฮา  เพราะเป็น เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน บุกมาเก็บชัยที่โรงละครแห่งความฝันได้เป็นซีซั่นที่สองติดต่อกัน

ทำให้สถานการณ์การลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ที่เคยทำท่าว่าจะไม่มีอะไรให้ลุ้นมากกลับมาตื่นเต้นกันอีกครั้ง เพราะ ลิเอร์พูลทีมอันดับที่ 5 ไล่บี้มาเหลือแค่ 4 แต้มกับอีก 3 นัดให้เล่น แถมผีแดงต้องเจองานหนัก เพราะต้องออกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ที่ฟอร์มดีวันดีคืน, เจอกับ อาร์เซน่อล ในบ้าน และออกวัดกับ ฮัลล์ ซิตี้ ทีมในกลุ่มหนีตายนอกบ้าน มาดู 5 สิ่งที่ ปีศาจแดงได้เรียนรู้ในนัดนี้

Manchester United v West Bromwich Albion - Premier League : News Photo

ในวันที่เกมส์รุกถูกทดสอบ

สามนัดเต็มๆแล้วที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจาะตาข่ายคู่ต่อสู้ไม่ได้เลย ทำให้ไม่มีแต้มติดมือมาแม้แต่คะแนนเดียว ก็แน่นอนว่าฟุตบอลถ้าไม่ยิงแล้วจะเอาปัญญาที่ไหนไปชนะเอาสามแต้มจากคู่แข่งมากได้ ซึ่งทั้งสามนัดรูปเกมส์แทบจะเหมือนกันหมดคือ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายครอบครองบอล ในแดนฝ่ายตรงข้ามอยู่อย่างเดียว แต่สุดท้ายปิดสกอร์ไม่ได้ และมาเจอการโต้กลับของคู่แข่งจนลงไปนอนหงายท้องตึง แน่นอนว่าตอนนี้ภาระงานหนักตกมาอยู่ที่ แดนหน้า ที่มีหน้าที่ขึ้นตรงกับการผลิตสกอร์ของทีม รวมไปถึงทีมงานกองกลางตัวปั้นเกมส์ที่ต้องคอยซัพพอร์ต จะเจอบททดสอบที่หินที่สุดในซีซั่นในอีกสามเกมส์ที่เหลือแน่นอน

Manchester United v West Bromwich Albion - Premier League : News Photo

รูนี่ย์ กองกลางจอมขวาง (โลก)

ดูเหมือน หลุยส์ ฟานกัล ยังไม่รู้จักเข็ดที่จะต้องถอย เวนย์ รูนี่ย์ มาเล่นเป็นกองกลาง ในช่วงที่ไมเคิล คาร์ริค ถูกลักพาตัวไปเพราะอาการบาดเจ็บ ซึ่ง รูนี่ย์ ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะจะเป็นคนกำหนดจังหวะของเกมส์ซักนิด เพราะเอาแต่จ่ายบอลขวางสนามไปมาเท่านั้น จนไม่ได้มองเพื่อนที่อยู่ในแนวรุกเพื่อให้บอลได้เคลื่อนที่ไปกดดันแนวรับข้างหน้าได้เลยแถมการเปลี่ยนบอลขวางสนาม กลายเป็นการให้เวลากับแนวรับ เวสต์บรอม ได้ถอยลงไปแพ็คเกมส์รับป้องกันการโจมตีจากด้านข้าง ลูกไม้เดิมๆเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

Manchester United v West Bromwich Albion - Premier League : News Photo

หมากไหนฟร่ะ! ให้ RVP มายืนกลางกับเค้าด้วย

ในนัดนี้ ช่วงครึ่งเวลาหลัง โรบิน ฟานเพอร์ซี่ ที่ค่อนข้างโดดเดียว ในแดนหน้าในครึ่งแรก โดนขยับบทบาทกลับมาเล่นเป็นกองกลาง คู่กับ เวนย์ รูนี่ย์ โดยดันเอา มารูยาน เฟลไลนี่ ไปเป็นกองหน้าตัวเป้า แทน นัยว่าจะให้พักบอลแล้วให้เพื่อน วิ่งทะลุขึ้นไป แต่หมากนี้ไม่ได้ผล เพราะทั้ง เอร์เรร่า และ รูนี่ย์ เลือกที่จะถ่ายบอลออกไปโจมตีทางริมเส้นที่ดูเหมือนจะเจาะได้ง่ายกว่า แล้วค่อยโยนเข้ามาจากด้านข้าง เลยกลายเป็นไปเข้าทางทีมเยือน เพราะมี เฟลไลนี่ ในกรอบเขตโทษแค่คนเดียวเท่านั้น งานนี้ทั้ง แกเร็ธ แม็คออลี่ย์ และ โยนัส โอลส์สัน เลยเก็บกินบอลที่โยนเข้ามากันสบาย

Manchester United v Manchester City - Premier League : News Photo

คิดถึง ไมเคิล คาร์ริค จับใจ

ชัดเจนแล้วว่า นาทีนี้ ใครคือคนสำคัญที่สุดของ ทีม หาใช่ ดาบิด เดเคอา ต้องตามข่าวทุกวันว่าจะยอมต่อสัญญาเมื่อไร หากแต่เป็น กองกลาง ตัวคุมจังหวะ แบบไมเคิล คาร์ริค ที่เป็นตัวกำหนดทิศทางของเกมส์ ในการขึ้นเกมส์บุก และประคองแนวรับยามที่ต้องถอยต่ำ จากการขาดหายไปของ กองกลางที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงตัวประกอบอดทนคนหนึ่งของทีม ทำให้ทีมเสียสมดุลไปไม่น้อย และที่แย่คือ การต้องดึง เวนย์ รูนี่ย์ ลงมาช่วยงานตรงกลาง ที่ไม่ได้ขับเคลื่อนทีมให้ไปข้างหน้าได้เลย ในฤดูกาลหน้า คาดว่า หลุยส์ ฟานกัล น่าจะต้องหาตำแหน่งของ คาร์ริค มาเสริมทัพแน่นอน อย่างน้อย 1 คน เพื่อรองรับการขาดหายไปแบบนี้ พร้อมๆกับความสมดุลที่โดนพรากไปด้วย

Manchester United v West Bromwich Albion - Premier League : News Photo

ไม่มีอะไรการันตีโควตา UCL ทั้งนั้น

ตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถีบตัวเองให้ตกลงไปอยู่ในตำแหน่งที่นั่งลำบาก ในการขับเคี่ยวแย่งโควตา ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซะแล้ว จริงอยู่ว่า โจทย์นั้นแสนง่าย ขอแค่ 5 แต้มจาก 3 นัด แต่ด้วยสภาพกำลังใจและฟอร์มล่าสุดรวมไปถึงความกดดันอาจจะทำให้ 5 แต้มนั้นเป็น 5 แต้มที่อาจจะแลกมาด้วยการที่เลือดตาอาจจะกระเด็นออกมาได้ นาทีนี้ต้องลุ้นกันต่อไปแบบนัดต่อนัดว่าสุดท้ายแล้ว ทีมผีแดงจะ กลับไปเสนอหน้าในบอลยุโรปถ้วยใหญ่ได้อีกหรือไม่ ถ้าไม่ งานนี้บอกเลยว่าตัวใครตัวมัน