ชำแหละหลังเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คืนเวทียุโรปประเดิมดับ คลับ บรูซ

Home / กีฬาอื่นๆ / ชำแหละหลังเกมส์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คืนเวทียุโรปประเดิมดับ คลับ บรูซ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้กลับมาอวดฝีเท้าบนเวทียูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้ง หลังจากที่หายหน้าหายตาไปเมื่อฤดูกาลก่อน นู้นเพราะฟอร์มสุดห่วยจนจบที่ 7 ซึ่งการคว้าอันดับ 4 ภายใต้การนำทีมของ หลุยส์ ฟานกัล เมื่อฤดูกาลก่อนทำให้ต้องมาลงเล่นในรอบเพลย์ออฟ อย่างช่วยไม่ได้

484409866

ซึ่งหลังจากที่จบนัดแรกในโรงละครแห่งความฝัน เหล่าเร้ดอาร์มี่ น่าจะยิ้มออกได้บ้างเมื่อทีมรักแซงเอาชนะ คลับ บรูซ ทีมจาก เบลเยียมไป 3-1 จากการเบิ้ลของหมายเลข 7 คนใหม่อย่าง เมมฟิส เดปาย แถมยังจ่ายให้ มารูยาน เฟลไลนี่ โขกทำประตูปิดกล่องได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ น่าจะทำให้อะไรๆในนัดที่สองเล่นง่ายขึ้นอีกเยอะ มาชำแหละหลังเกมส์นี้กัน

Manchester United v Club Brugge - UEFA Champions League: Qualifying Round Play Off First Leg

เดปาย ปล่อยของ

ไม่พูดถึงคงไม่ได้ สำหรับฟอร์มการเล่นของ เมมฟิส เดปาย แข้งตัวใหม่ที่หาญกล้ารับสืบทอดเสื้อหมายเลข 7 ของทีม ที่วันนี้ได้โอกาสยืนตำแหน่งปีกซ้ายที่ถนัดอีกครั้ง หลังจากที่ได้โอกาสมาเล่นในนัดบุกชนะวิลล่า นัดนี้แข้งชาวดัตช์ ปล่อยของออกมาอย่างเต็มที่ เมื่อได้เล่นในตำแหน่งที่ค่อนข้างถนัดจนเกือบจะทำแฮตทริกได้ และมีส่วนสำคัญกับเกมส์ตลอดเวลาแม้มีบ้างบางจังหวะทีเด็ดทีขาดที่ต้องทำให้ได้ และทำให้ดีกว่านี้ให้เห็นอยู่พอสมควร แต่เชื่อว่า หลุยส์ ฟานกัล น่าจะเห็นแสงทองร่ำไรที่ปลายฟ้า พอๆกับแฟนบอล ยูไนเต็ด มองเห็นความหวังในแนวรุกเพิ่มขึ้นอีกคน

Manchester United v Club Brugge - UEFA Champions League: Qualifying Round Play Off First Leg

รูนี่ย์ อาการน่าป็นห่วง

สามนัด 0 ประตู และยิงไม่ได้ติดต่อกันมา 9 นัดเข้าไปแล้ว สำหรับ เวนย์ รูนี่ย์ ที่ดูเหมือนอยู่ในช่วงขาลงทั้งที่อายุ 29 ซึ่งควรจะเป็นช่วงพีกในการค้าแข้ง จริงอยู่ในฤดูกาลที่แล้วฟอร์มการถล่มประตูของกองหน้าร่างอวบถอยลงไปเพราะต้องลงไปเล่นกลางบ่อยครั้งเพื่อหลีกทางให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ และ ราดาเมล ฟัลเกา ในบางครั้ง แต่ตอนนี้สองคนที่ว่าเก็บของออกไปแล้วทำให้ รูนี่ย์ ได้กลับมาเล่นในตำแหน่งโปรดอีกครั้ง แต่ดูเหมือนจะลืมไปว่าการยิงประตูต้องทำอย่างไร แน่นอนว่าศูนย์หน้าการตัดสินฟอร์มคือการมีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่แม้ว่ายิงไม่ได้ถ้าหากฟอร์มดีก็ยังพอถูไถ แต่อันนี้ฟอร์มไม่ค่อยสู้ดีด้วย ดูแล้วภาระหนักน่าจะไปตกที่ เอ้ด วูดเวิร์ด ซีอีโอ ที่ต้องรีบไปช้อปปิ้งซื้อกองหน้าคนใหม่มาเสริมทีมก่อนตลาดปิด

484411162

จับตาดูชอว์

ฤดูกาลที่แล้ว แบ็กซ้ายก้นงอน โดนถล่มแหลกจนเสียผู้เสียคน เพราะผลงานไม่ได้ใกล้เคียงกับค่าตัวแพงระยับที่สโมสรจ่ายไป ปัจจัยหลักๆ เพราะโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างต่อเนื่อง แต่ในปีนี้แข้งเคราดก เริ่มต้นฤดูกาลด้วยสภาพร่างกายเต็มร้อย และพิสูจน์ให้เห็นตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นว่า กราบซ้ายปีนี้ โดนจองไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับฟอร์มการเล่นในนัดนี้หากว่า ตัดเดปาย ที่ยิงสองจ่ายหนึ่งออก ลุค ชอว์ น่าจะเป็นคนที่โดดเด่นรองลงมาทั้งการเล่นเกมส์รุกและรับ ทำได้ดีรวมไปถึงการเติมขึ้นไปเปิดบอลสวยๆ ดูแล้วปีนี้ถ้าไม่วงแตกเจ็บออดแอดๆ หรือเจ็บหนักๆ น่าจะเป็นปีแจ้งเกิดของชอว์ได้เลย

Manchester United v Club Brugge - UEFA Champions League: Qualifying Round Play Off First Leg

โรเมโร่ เจอปั้น

แฟนบอล ยูไนเต็ด น่าจะต้องทำใจแล้วว่าอาจจะไม่ได้เห็น ดาบิด เดเคอา ลงมาเฝ้าเสาให้ทีมอีกต่อไป และมือหนึ่งคนใหม่คงไม่พ้น เซร์คิโอ้ โรเมโร่ ค่อนข้างแน่ นัดนี้นายด่านชาวอาร์เจนติน่า เสียประตูแรก จนได้ หลังจากรักษาคลีนชีตให้ทีมมาได้สองนัดก่อน และคนยิงก็ไม่ใช่คนไกล หากแต่เป็น ไมเคิล คาร์ริค ที่สกัดบอลผิดเหลี่ยมไปเอง ที่เหลือตลอดทั้งเกมส์ก็แทบจะไม่โดนกดดันจากแนวรุก คลับ บรูซ เลย แต่มาโดนกดดันหนักๆจากแนวรับทีมตัวเองเนี้ยสิ จากจังหวะคืนบอลหวาดเสียวหลายครั้ง ทั้งเกือบเข้าประตู และคืนน้ำหนักขาด แบบภาษาลูกหนังเรียกส่งเฝือกให้เพื่อนจนต้องเอาตัวเข้าแลกก็มี จุดหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากตรงนี้คือ โรเมโร่ ไม่ใช่ผู้รักษาประตูที่เล่นบอลด้วยเท้า หรือเปิดบอลด้วยเท้าได้ดีมากนัก ซึ่งแท็คติกของ ฟานกัล ผู้รักษาประตูต้องใช้เท้าได้ดีประมาณนึงเพราะชอบ คืนบอลให้ประตูเล่นเพื่อดึงแนวรุกคู่แข่งให้เข้ามาไล่เพื่อเปิดพื้นที่ตรงกลาง แต่เชื่อว่าหากกองหลังแมนยูยังฟอร์มสม่ำเสมอแบบนี้อีกหน่อย โรเมโร่ จะพัฒนาได้แบบ เดเคอา เคยเป็นแน่ๆ

Manchester United v Club Brugge - UEFA Champions League: Qualifying Round Play Off First Leg

ประตูแห่งความอุ่นใจจากเฟลไลนี่

ประตูที่สามของตัวสำรองอย่าง มารูยาน เฟลไลนี่ เหมือนเป็นการเสริมความมั่นใจก่อนนัดที่สองแบบสองชั้นกันซึมเปื้อนได้เป็นอย่างดี เพราะหากว่าต้องไปเยือนด้วยสกอร์ 2-1 นั้นงานของเจ้าบ้านจะง่ายมากเพราะขอเพียงชนะ 1-0 ก็จะผ่านเข้ารอบด้วยกฏอเวย์โกลทันที เรียกได้ว่านัดหน้า ผีแดงพลาดได้ 1 ครั้งสำหรับสกอร์ 3-1 นี้ต้องยกความดีความชอบให้ LVG ที่ไม่ผ่อนเกมส์บุกลงทั้งๆที่สกอร์นำแล้ว เพราะกุนซือชาวดัตช์รู้ดีว่าเกมส์ยังไม่จบและด้วยรูปเกมส์บวกกับโอกาสที่เหนือกว่าเพียบไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปตั้งรับเพื่อเน้นผลนั้นคือเหตุผลว่าทำไม ต้องใช้ ชิชาริโต้ และ เฟลไลนี่ ลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงท้าย ซึ่งดาวเตะหัวฟูตอบแทนความไว้วางใจได้ทันที

สำหรับโปรแกรมในนัดต่อไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำศึกพรีเมียร์ลีกกับ นิวคาลเซิล ในวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม และจะออกไปเยือน คลับ บรูซ ในวันพุธที่ 26 สิงหาคม

ขออนุญาตใช้เนื้อหา