ตะกร้อ ตะกร้อ คิงส์คัพ 2019 ตะกร้อ ชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 34

เวทีแจ้งเกิด! รวมผู้เล่นผลงานน่าจับตามองหลังจบศึก ตะกร้อคิงส์คัพ 2019

Home / กีฬาอื่นๆ / เวทีแจ้งเกิด! รวมผู้เล่นผลงานน่าจับตามองหลังจบศึก ตะกร้อคิงส์คัพ 2019

ศึกตะกร้อคิงส์คัพ 2019 แม้จะจบลงด้วยความสำเร็จของทีมตะกร้อไทย แต่หลายชาติพัฒนาขึ้นมาได้อย่างน่าจับตามอง และในซีเกมส์หนนี้ ไม่ใช่งานง่ายของไทยแน่นอน

ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการแข่งขัน ตะกร้อ ชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ 2019 ที่ชิงชัยกันที่ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562 โดยบทสรุปสุดท้าย ทีมตะกร้อไทย ยังกวาดทุกแชมป์ที่ลงแข่งขันได้ทั้งหมด ประกอบด้วย ตะกร้อลอดห่วงสากล ชายและหญิง , ตะกร้อ ทีมเดี่ยว ชายและหญิง และทีมชุดชายแหละหญิง

สิ่งที่น่าจับตามอง มากกว่าผลการแข่งขันที่จบลงด้วยชัยชนะของทีมตะกร้อไทยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ศักยภาพของทีมตะกร้อหลายๆชาติที่ทำผลงานได้ดี สามารถต่อกรกับทีมตะกร้อไทยได้อย่างสูสี และนี่คือผู้เล่นที่น่าจับตามองจากการที่โชว์ผลงานได้ดีในศึกคิงส์คัพ 2019 หนนี้

กฤษณพงษ์ นนทะโคตร

ได้รับโอกาสและไม่ทำให้ผิดหวัง สำหรับ “ไข่นุ้ย” กฤษณพงษ์ นนทะโคตร จอมเสิร์ฟวัย 26 ปี อดีตลูกหม้อค่ายตะกร้อ ท่าขอนยางพิทยาคม จาก จ.มหาสารคาม ในศึกตะกร้อคิงส์คัพหนนี้ เจ้าตัวได้รับโอกาสให้เป็น 1 ใน 5 ขุนพล ลงแข่งขันในประเภททีมเดี่ยว และเขาก็กลายเป็นตัวทีเด็ดในการแก้เกมส์ที่ขาดไม่ได้ เพราะหลังจากได้รับโอกาสลงสนามในฐานะตัวสำรอง ก็สามารถโชว์ทีเด็ดจากเกมเสิร์ฟที่หลากหลาย

โดยทั้งรอบรองชนะเลิศ ทีทีมตะกร้อไทย เบียดชนะ มาเลเซีย รวมถึงเกมรอบชิงฯกับ อินโดนีเซีย ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงไปในช่วงเกมที่กำลังสูสี เจ้าไข่นุ้ย ก็สามารถลงไปสานต่องานจากตัวเสิร์ฟมือ 1 อย่าง สิทธิพงศ์ คำจันทร์ ได้ดี และหลังจากนี้อนาคตเส้นทางการรับใช้ชาติของเจ้าตัว มีอนาคตที่สดใสรออยู่แน่นอน

 

ทวีศักดิ์ ทองสาย

จอมฟาดซ้าย ที่หลายคนจับตามองว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวตายตัวแทนของ พรชัย เค้าแก้ว อย่าง “เจ้าแบงค์” ทวีศักดิ์ ทองสาย ในปีนี้ถือว่ามีบทบาทกับทีมมากขึ้น หลังได้ลงสนามเป็นตัวหลักในประเภททีมชุดชาย เจ้าตัวก็ไม่ทำให้แฟนตะกร้อผิดหวัง ไล่มาตั้งแต่การถูกเปลี่ยนตัวลงไปทำหน้าทีแทน “อนุวัฒน์ ชัยชนะ” ที่ได้รับบาดเจ็บในเกมรอบรองชนะเลิศกับ เมียนมาร์ เจ้าตัวก็ทำหน้าที่หน้าตาข่ายได้ดีพาทีมตะกร้อไทย เอาชนะและผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ

ซึ่งในเกมรอบชิง เจ้าตัว ได้ออกสตาร์ทตัวจริงลงสนามในทีมซี ซึ่งมีเงื่อนไขเดียวในผลการแข่งขัน คือ ต้องชนะเท่านั้น และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ขึ้นฟาดได้อย่างแม่นยำ รวมถึงมีเกมบล็อคที่ช่วยทำคะแนนให้ทีมตะกร้อไทย เอาชนะอินโดนีเซีย ในเกมส์ตัดสิน และคว้าแชมป์สมัยที่ 32 ในประเภททีมชุดได้สำเร็จ

เดือง ทิ เซือน (Dương Thị Xuyên)

จากผู้เล่นของไทย มาดูกันที่ผู้เล่นต่างชาติที่ทำผลงานดีกันบ้าง ในเกมส์รอบชิงชนะเลิศของฝ่ายหญิง ทั้งประเภททีมเดี่ยวและทีมชุด ระหว่าง ไทย กับ เวียดนาม แม้สุดท้ายจะจบลงด้วยชัยชนะของทีมตะกร้อไทย แต่เราก็ได้เห็นคุณภาพของเกมส์ ที่สู้กันได้อย่างสนุกสูสี และหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามอง ก็ต้องยกให้จอมฟาดยิ้มหวานอย่าง “เดือง ทิ เซือน” ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น จากการขึ้นฟาดที่หนักหน่วง และค่อนข้างแน่นอน จนสร้างปัญหาให้กับทีมตะกร้อสาวไทยต้องออกแรงเหนื่อยกว่าจะบดชนะได้

และในปลายปีนี้ ในการแข่งขันซีเกมส์ 2019 ที่ทีมตะกร้อสาวไทย มีคิวลงแข่งขันในประเภททีมเดี่ยวเพียงรายการเดียวเท่านั้น นี่คือการบ้านสำคัญ ที่ไทยเอง ต้องเตรียมตัวไปรับมือกับลูกฟาดที่หนักหน่วง และในศึกตะกร้อคิงส์คัพหนนี้ ก็เป็นแสดงให้เห็นแล้วว่า เวียดนาม เองพัฒนาขึ้นมาจนกลายมาเป็นคู่ปรับสำคัญ ของทีมตะกร้อไทยเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ทรัน ทิ ทู ฮวาย  (Trần Thị Thu Hoài)

อีกหนึ่งผู้เล่นที่พัฒนาฝีมือขึ้นมาได้อย่างก้าวกระโดด สำหรับ “ทรัน ทิ ทู ฮวาย” จอมเสิร์ฟที่สรีระสูงใหญ่ของเวียดนาม ในคิงส์คัพหนนี้ ถือคือ ตัวเสิร์ฟหญิงที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นที่สุด ทั้งเกมเสิร์ฟที่หนักหน่วงทำคะแนนได้เป็นกอบเป็นกำ รวมถึงยังมีทีเด็ดในการเปลี่ยนจังหวะแตะหยอดในหลายๆครั้ง พาทีมตะกร้อสาวเวียดนาม เอาชนะเกาหลีใต้ ไปแบบขาดลอยในการดวลกันในปีนี้ และพาสาวเวียดนามทะลุเข้าชิงได้ทั้งทีม เดี่ยว และ ทีมชุด

และในการเจอกับทีมสาวไทย แม้ว่าผลสุดท้าย เวียดนามจะเป็นฝ่ายปราชัย แต่ถ้ามองในรูปเกมส์แล้ว เธอคือผู้เล่นที่เสิร์ฟ (ACE) ได้มากที่สุดในการแข่งขัน ซึ่งในช่วงต้นเกมส์ที่เจอกับไทย เธอเองคือส่วนสำคัญที่ใช้เกมส์เสิร์ฟเล่นงานสาวไทยจนต้องแก้เกมส์กันพัลวันกว่าจะกลับมาเอาชนะได้ และจากผลการแข่งขันที่ออกมาอย่างสูสี ทำให้ซีเกมส์ในปลายปีนี้ “ทรัน ทิ ทู ฮวาย” จะกลับมาเป็นงานหนักที่สาวไทยต้องรอรับมืออย่างแน่นอน

ไซฟูล รีจัล (Saiful Rijal)

ทีมตะกร้อชายจากอินโดนีเซีย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จากการได้เข้าชิงชนะเลิศทั้งประเภททีมเดี่ยว และ ทีมชุด ซึ่งผู้เล่นที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น หนึ่งในนั้น คือ ไซฟูล รีจัล จอมฟาดวัย 28 ปี ที่แม้จะรูปร่างไม่ได้สูงใหญ่มากนัก แต่เขาเองมีจุดเด่นมาทดแทน คือ การกระโดดฟาดที่แม่นยำ และฉายแววมาตั้งแต่การพาอินโดนีเซีย หักด่าน มาเลเซีย จนมาเข้าชิงชนะเลิศกับทีมตะกร้อไทย ในประเภททีมชุด และในเกมส์รอบชิงชนะเลิศ เกมส์ขึ้นทำหน้าตาข่ายของเขาเอง ที่เป็นส่วนสำคัญในการพาทีม เอ ของอินโดนีเซีย พลิกแซงชนะทีม เอ ของไทย ไป 2-1 เซต

แม้ว่าท้ายที่สุดทีมตะกร้อไทย จะพลิกกลับมาแซงชนะ อินโดนีเซีย ในสองทีมหลัง แต่นี่ก็เป็นสัญญาณเตือนจาก อินโดนีเซีย ที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาได้เป็นอย่างดี และในซีเกมส์ปลายปีนี้ พวกเขาต้องกลับไปพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งกว่าเดิม และรอวันกลับมาดวลกับทีมชาติไทยอีกครั้งแน่นอน