สุขภาพน่ารู้ : ออกกำลังกายเวลาไหนดีที่สุด

Home / Sport Health Fit & Firm / สุขภาพน่ารู้ : ออกกำลังกายเวลาไหนดีที่สุด

สุขภาพน่ารู้

29666_126100690753947_6695411_n

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายท่านคงสงสัยว่าการออกกำลังในช่วงเวลาไหนจะดีต่อร่างกายที่สุด แล้วในแต่ละช่วงเวลาจะมีข้อดีแตกต่างกันอย่างไร เริ่มแรกทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า ถ้าคุณไม่มีเวลา ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะออกกำลังกายตอนเช้า สาย บ่าย หรือค่ำ แต่การออกกำลังกายไม่ว่าเวลาใดก็ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพแน่นอน

คนที่ออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นเวลาใด มีผลการวิจัยยืนยันแล้วว่า สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ โรคอ้วน ฯลฯ เหตุผลที่ต้องเริ่มต้นอย่างนี้ เพราะหลายคนไม่สามารถจัดเวลาได้ พอบอกว่าเช้าดีกว่าเย็น เย็นดีกว่าเช้า เลยคิดว่าจะไม่ออกกำลังกายซะเลย ซึ่งอันนี้ผิดแน่นอน ข้อมูลในการทำการวิจัยเรื่องเกี่ยวกับเวลาในการออก กำลังกาย ยังเป็นการวิจัยที่มีผลขัดแย้งกันหลายอย่าง บางการวิจัยบอกว่าเช้าดีกว่าเย็น บางการวิจัยบอกว่าเย็นดีกว่าเช้า แต่อย่างไรก็ดีออกกำลังดีกว่าไม่ออกเลย

201310145907.fitnessข้อดีของการออกกำลังกายตอนเช้า 

1. การออกกำลังกายเวลาเช้า มักจะสามารถทำได้จนเป็นนิสัย ทำให้มีการออกกำลังกายได้สม่ำเสมอมากกว่าคนที่ออกกำลังกายตอนเย็น

2. สำหรับคนที่มีปัญหาการนอนหลับ การออกกำลังกายในตอนเช้าจะช่วยเรื่องการนอนหลับได้ดีกว่าการออกกำลังกายตอน เย็น ซึ่งเรื่องการนอนก็จะไปมีผลต่อความอยากอาหาร คือถ้านอนน้อยจะหิวบ่อยกว่าและจะทำให้ควบคุมน้ำหนักได้ยากกว่า

3. สำหรับคนที่ต้องการคุมน้ำหนัก หรือลดน้ำหนัก พบว่าการออกกำลังกายตอนเช้าจะช่วยให้คุมน้ำหนักได้ดีกว่า ด้วยเหตุผลในเรื่องของฮอร์โมนที่ร่างกายสร้าง ซึ่งจะสัมพันธ์กับ biological clock ในสมองในการสร้างฮอร์โมน

4. อัตราการเต้นของหัวใจจะช้ากว่าหากออกกำลังกายในช่วงเช้า

fitness-modelsข้อดีของการออกกำลังกายในช่วงเย็น

1. อุณหภูมิของร่างกายจะสูงสุดในช่วงเวลาประมาณ 4-5 โมงเย็น ซึ่งจะเป็นเวลาที่เหมาะกับออกกำลังกายมาก เนื่องจากการเผาผลาญในร่างกาย อาจจะดีกว่า

2. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ Strength จะดีกว่าในช่วงบ่าย โดยจะทำงานได้ดีกว่าประมาณ 5-10%

3. ความทนทานของร่างกาย endurance ซึ่งจะบอกถึงความอึดในการออกกำลังประเภทแอโรบิกจะเพิ่มขึ้นในตอนบ่ายประมาณ 4%

4. โอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บจะน้อยกว่าเมื่อออกกำลังกายในช่วงบ่าย เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้กล้ามเนื้ออบอุ่นและมีความยืดหยุ่นได้ มากกว่า รวมทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มากกว่าก็ช่วยลดการบาดเจ็บได้ด้วย

4-Easy-Ways-To-Get-Back-In-Shape-Through-Swimming5. ควรเว้นช่วงห่างของการออกกำลังกายกับเวลานอนออกประมาณ 4-6 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายยังมีความตื่นอยู่จากฮอร์โมนที่หลั่งออกมาในขณะออกกำลังกาย

นอกจากนี้ควรจะมีการจัดเวลาสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อโดยการยกน้ำหนักสัปดาห์ละ หนึ่งชั่วโมง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ท้อง หลัง ต้นขา กล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยการเผาผลาญของร่างกายได้ดีขึ้น จัดเวลาสำหรับ การยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำทุกวัน วันละอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน หรือที่บ้าน เพื่อป้องกันอาการปวดหลังปวดกล้ามเนื้อจากการทำงาน หรือจากการใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ *จัดเวลาให้กับสุขภาพของตัวเองด้วยการออกกำลังกายกันนะครับ

อ้างอิงข้อมูลโดย โรงพยาบาลสมิติเวช