ติเพื่อก่อ! 3 ประเด็นเด็ดที่ไทยต้องเรียนรู้จากอิรัก โดย ESPN

Home / sport variety / ติเพื่อก่อ! 3 ประเด็นเด็ดที่ไทยต้องเรียนรู้จากอิรัก โดย ESPN

ติเพื่อก่อ! 3 ประเด็นเด็ดที่ไทยต้องเรียนรู้จากอิรัก โดย ESPN

“ช้างศึก” ทีมชาติไทยแสดงถึงความกล้าหาญสู้ไม่ถอยรักษาหนึ่งแต้มสุดสำคัญไว้ได้จากการยิงประตูของ มงคล ทศไกร หลังจากที่ 1 ชั่วโมงแรกของเกมไทยเป็นรองแบบสู้ไม่ได้ ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเซีย กลุ่ม F เมื่อวานที่ผ่านมา

โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เจอทีมไม่แข็งแกร่งมากในสองนัดแรก แต่เกมนี้เจอสุดยอดทีมของทวีปเอเซีย โดนอิรักยิงนำไปก่อน 2-0 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนของทีมไทย ก่อนสวมพลังช้างศึกไล่ตีเสมอเป็น 2-2

download

สองผู้เล่น อิรัก ทั้ง จัสติน และ มาห์มูด สร้างความปั่นปวนให้ทีมชาติไทยอย่างหนักและได้สอนอะไรหลายอย่างให้ไทย แต่มองให้แง่ดี ทีมชาติไทยได้เจอกับบทพิสูจน์และจุดอ่อนมากมายจากเกมกับ อิรัก หากเขาต้องการไปเป็นแถวหน้าของเอเซีย

ทีมไทยได้แต่ต่อสู้ไปตามเกมส์ แต่ความผิดพลาดพื้นๆ และการทำเกมส์ที่ไม่เป็นรูปเป็นร่าง ทำให้บอลทีมไทยแทบจะไปไม่ถึงปากประตูทีมเยือนเลย แต่ดราม่าในช่วงท้ายเกมส์แสดงให้เห็นว่าทีมไทยยังมีโครงสร้างทีมที่ดี นั่นช่วยให้ทีมชาติไทยมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นในเกมส์ที่เหลืออยู่

DSC_69092

3 สิ่งที่ไทยได้เรียนรู้กับผลเสมออิรัก

1. ไทยต้องเรียนรู้การเล่นเกมรับ 

แน่นอนว่าการลงไปอุดอาจจะไม่ใช่สิ่งที่สวยงามในเกมฟุตบอล แต่เมื่อคุณเป็นรองการตั้งรับคือสิ่งที่จำเป็นในเกมฟุตบอล มีหลายจังหวะที่ทีมไทยใช้ผู้เล่นแนวรุกวิ่งไล่บอลในแดนตัวเองตามหลักการแล้วไม่ควรทำ รวมถึงความผิดพลาดง่ายๆ ของ สุทธินันท์ โดนแย่งบอลขณะยืนเป็นตัวสุดท้ายในแนวรับ เมื่อเขาพยายามล็อคหลบผู้เล่นอิรักทางริมเส้นฝั่งซ้าย แต่โชคยังดีที่ จัสติน ไม่เด็ดขาดพอในจังหวะนั้น

อย่างไรก็ตาม สารัช อยู่เย็น ก็ยังทำพลาดประมาทครั้งใหญ่ในช่วงต้นครึ่งหลัง ออกบอลช้าแต่คราวนี้ถึงขั้นเสียประตู จังหวะนั้น มาห์มูด ต้องยิงถึงสองครั้งถึงจะเป็นประตูให้ อิรัก ออกนำเจ้าบ้าน 2-0

download (1)

2. ทีมไทยต้องเพิ่มการเล่นเพรซซิ่ง

ช่วงต้นของเกมการแข่งขัน จัสติน กดดัน สารัช อยู่เย็น ไล่บีบแย่งบอลได้หลายครั้ง แต่จังหวะจบสกอร์ของเขาไม่ดีพอ หลังจากนั้นไม่มีการเพรซซิ่งที่มีคุณภาพจากทีมไทย ทำให้เกมบุกของ อิรัก ลื่นไหลและจุดนี้คือสิ่งสำคัญ จนกระทั้งมาเสียประตู 1-0 จากการลากเข้าไปยิงของ จัสติน

มาห์มูด คือผู้เล่นที่เฉียบคมที่สุดเก๋าและมีประสบการณ์มากที่สุดในสนาม แต่กองหน้าวัย 33 ปี กลับมีพื้นที่ว่างมากพอในการพาบอลเข้าพื้นที่อันตราย แต่โชคยังดีที่ กวิน ยังไม่ผิดพลาดช่วยทีมไทยไว้ได้หลายครั้ง กองหลังและกองกลางทีมไทยต้องเรียนรู้การ เพรซซิ่ง จังหวะไหนควรปักหลัก จังหวะควรบีบ หรือเข้าปะทะ

อย่างจังหวะเสียประตูในนาทีที่ 35 ไม่แปลกใจที่ จัสติน ได้จังหวะเลี้ยงบอลแบบไร้ความกดดัน ก่อนจะสับไกลบอลพุ่งเสียบเสาแรกแบบง่ายดาย จากระยะ 18 หลา โดยปราศจากนักเตะไทยเข้าบล็อคและกดดัน แน่นอนว่า เกียรติศักดิ์ จะได้เรียนรู้มากมายจาก อิรัก ในแมตช์นี้

DSC_68682

3. การคัมแบ็กที่ยอดเยี่ยมแสดงถึงสุดยอดสปิริต

หลังจากที่ อิรัก ขึ้นนำห่าง 2-0 อิรัก ผ่อนเกมลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทีมไทยยังคงเดินหน้าสู้ฟัดกัดไม่ปล่อย ทีมไทยเริ่มต่อบอลได้ ครองบอลได้ตามที่พวกเขาถนัดในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกม มันแสดงให้เห็นถึงทัศนะคติที่ยอดเยี่ยมที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในทีมชาติไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างโอกาสเข้าไปยิงประตูทีม อิรัก จังหวะลุ้นครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกมจากการโหม่งของ มงคล ทศไกร แต่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ทีมไทยก็มาได้ของขวัญจากความพยายามกดดันอย่างต่อเนื่อง ธีราทร บุญมาทัน ซัดจุดโทษเข้าไปตีตื้นให้เจ้าบ้านเป็น 2-1

DSC_6834

นาทีต่อมา ศราวุธ มาสุข ผู้เล่นสำรองของไทยที่เหมือนเป็นตัวโจ๊กเกอร์ของ ซิโก้ ก็ทำสิ่งที่ชาวไทยทั้งประเทศต้องการ ต่อบอลกันอย่างสวยงามก่อนหักด้วยซ้ายเปิดบอลลึกมาถึงเสาสอง มงคล ทศไกร ยืนถูกทีถูกเวลากระแทกบอลเข้าไปไม่เหลือซาก ทีมไทยตามตีเสมอได้สำเร็จ พร้อมกับเป็นจุดเปลี่ยนและพลังขับให้ลูกทีม ซิโก้ พลิกกลับมาชนะเลยทีเดียว

แต่หลังจาก อิรัก เสียสองประตูพวกเขากลับมาและตั้งสติเดินหน้าบุกใส่ไทยบ้าง แต่ กวิน ยังรักษามาตรฐานเอาไว้ จบเกมเสมอกันไปอย่างสนุก ถึงตอนนี้ทีมไทยยังไม่แพ้ใครยังอยู่ในเส้นทางสู่ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียต่อไป

DSC_6573

แปล: ติช เต ฉ่อ

ที่มา: http://www.espnfc.com.au/world-cup-qualifying-afc/62/blog/post/2600957/wcq-thais-need-better-defending

ขออนุญาตใช้เนื้อหา