คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : เส้นทางอันยาวไกล กว่าจะได้ชูถ้วยในทีมชาติกับ โปรตุเกส

Home / sport variety, ข่าวฟุตบอลยูโร 2016 / คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : เส้นทางอันยาวไกล กว่าจะได้ชูถ้วยในทีมชาติกับ โปรตุเกส

หลังจากที่ มาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก เป่านกหวีดยาวหมดเวลา 120 นาที ในที่สุดการรอคอยอันยาวนานของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่จะประสบความสำเร็จกับทีมชาติ โปรตุเกส ก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อทีมเซเลเซาเฉือนเอาชนะ ฝรั่งเศส 1-0 คว้าแชมป์ ยูโร 2016 ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ แต่ก่อนที่ดาวเตะวัย 31 ปี จะมีวันนี้ได้มันก็ไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายเลย เรามาดูกันว่าเขาต้องผ่านอะไรมาบ้างในระดับทีมชาติ กว่าที่จะได้ชูถ้วยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา…

ปี 2003 | ติดทีมชาติครั้งแรก
หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างจี๊ดจ๊าดในระดับสโมสรกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในที่สุดเขาก็ได้ติดธงทีมชาติ โปรตุเกส ชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในเกมที่เอาชนะ คาซักสถาน 1-0 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม

ปี 2004 | น้ำตาแห่งความผิดหวัง
แม้จะมีดีกรีเป็นแค่ดาวรุ่ง แต่เขาก็ได้ไปลุย ยูโร 2004 ที่บ้านเกิดของเขาเป็นเจ้าภาพ ซึ่ง โรนัลโด้ ในวัย 19 ปี ต้องลิ้มรสชาติแห่งความผิดหวังเป็นครั้งแรก เมื่อ โปรตุเกส พลาดท่าไปพ่าย กรีซ ในนัดชิงชนะเลิศ ทั้งที่ก่อนเกมสื่อทั่วโลกต่างก็มองว่านักเตะฝอยทองเป็นต่อทุกอย่าง

ร้องห่มร้องไห้แบบไม่อายใครหลังจบเกม

ปี 2006 | เกือบต้องบาดหมางกับเพื่อนร่วมสโมสร
ฟุตบอลโลก 2006 โปรตุเกส ไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนที่จะไปพ่ายต่อ ฝรั่งเศส แต่สิ่งที่ผู้คนพูดถึง โรนัลโด้ จากทัวร์นาเม้นท์นี้ เป็นเหตุการณ์ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งทีมเซเลเซาเอาชนะ อังกฤษ จากการดวลจุดโทษ ประเด็นเกิดขึ้นในเวลาปกติ เมื่อเพื่อนร่วมทีมปีศาจแดงของเขาอย่าง เวย์น รูนี่ย์ ไปย่ำใส่ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ก่อนที่ปีกจอมสับในเวลานั้นจะไปฟ้องกรรมการอย่างหนัก จนทำให้ศูนย์หน้าทีมสิงโตคำรามถูกใบแดงไล่ออกสมความตั้งใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งคู่กลับมาเล่นกับสโมสร กลับร่วมงานกันได้อย่างไหลลื่น ราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องมีราวมาก่อนหน้านั้น พร้อมทั้งพากันกวาดถ้วยแชมป์เข้าสู่รัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้มากมาย

Untitled-1
หลังจบเกมนี้ สื่อผู้ดีต่างก็มองว่าทั้งคู่คงมองหน้ากันไม่ติดอีกแล้วเมื่อกลับมาเล่นร่วมกันในสโมสร

ปี 2007 | สวมปลอกแขนกัปตันทีม
โรนัลโด้ ได้สวมปลอกแขนกัปตัน โปรตุเกส เป็นครั้งแรกในเกมอุ่นเครื่องกับ บราซิล เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ตามความตั้งใจของ คาร์ลอส ซิลวา ประธานสมาพันธ์ฟุตบอล โปรตุเกส ในเวลานั้น

ปี 2008 | สร้างตำนานหมายเลข 7
โรนัลโด้ ได้สวมใส่ เสื้อหมายเลข 7 กับทีมชาติเป็นครั้งแรกก่อนเริ่มต้น ยูโร 2008 หลังจากที่เจ้าของเสื้อคนก่อนอย่าง หลุยส์ ฟิโก้ ได้อำลาทีมชาติ ซึ่งในทัวร์นาเม้นท์นี้ทีมฝอยทองไปได้ไกลแค่รอบก่อนรองชนะเลิศเท่านั้น โดยไปพ่ายต่อ เยอรมัน

ปี 2010 | ไม่มีอะไรน่าจดจำที่แอฟริกาใต้
ในรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2010 ที่ แอฟริกาใต้ สิ่งเดียวที่พอให้คุยได้บ้างเกี่ยวกับ โปรตุเกส ก็คือการถล่มทีมรองบ่อนอย่าง เกาหลีเหนือ 7-0 แต่นอกจากนั้นแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถยิงประตูใครได้อีกเลย ก่อนที่จะไปตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการแพ้ สเปน 0-1 แบบไม่มีอะไรให้น่าจดจำสักเท่าไหร่

ปี 2012 | ติดทีมชาติครบ 100 เกม
ในศึก ยูโร 2012 โปรตุเกส ก็ยังต้องชอกช้ำด้วยน้ำมือของ สเปน อีกครั้ง คราวนี้เป็นการแพ้ดวลจุดโทษในรอบรองชนะเลิศ ขณะที่ในระดับส่วนตัว โรนัลโด้ ทำสถิติติดทีมชาติได้ครบ 100 เกม เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ในเกมที่เสมอ ไอร์แลนด์เหนือ 1-1

ปี 2014 | ตกรอบแบ่งกลุ่มที่บราซิล
ฟุตบอลโลก 2014 ที่ บราซิล เป็นเจ้าภาพ โปรตุเกส ทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจ โดยพ่ายต่อ เยอรมัน แบบหมดรูปตั้งแต่นัดแรกถึง 0-4 ก่อนที่จะเสมอ สหรัฐฯ 2-2 แล้วมาเอาชนะ กานา 2-1 ในนัดสุดท้าย ทว่านั่นไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้

ปี 2016 | สู่ความสำเร็จ
โรนัลโด้ ทำลายสถิติลงสนามมากสุดในทีมชาติของ ฟิโก้ ในรอบแบ่งกลุ่ม ยูโร 2016 ที่พบกับ ออสเตรีย เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. แต่ผลงานของทีมฝอยทองก็ถือว่าฝืดเอามากๆ ทำเอาใครหลายคนต่างก็กาชื่อพวกเขาทิ้งจากสารบบลุ้นแชมป์ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ฟอร์มการเล่นจะกระท่อนกระแท่น แต่ โปรตุเกส ก็อุตส่าห์ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศไปพบเจ้าภาพ ฝรั่งเศส เรื่องราวสุดดราม่ามาเกิดขึ้นอีกในนาทีที่ 25 ของการแข่งขัน เมื่อ โรนัลโด้ ได้รับบาดเจ็บและฝืนเล่นต่อไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนตัวออก แต่ว่าน้ำตาของเขาสุดท้ายก็กลายเป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ เมื่อสุดท้ายแล้ว โปรตุเกส สามารถเฉือนเอาชนะทีมตราไก่คว้าแชมป์ไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ หลังการต่อเวลาพิเศษ นั่นทำให้การรอคอยความสำเร็จอันยาวนานในระดับทีมชาติของ โรนัลโด้ สิ้นสุดลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง

ในที่สุดถ้วยแชมป์ที่รอคอยก็อยู่ในอุ้งมือของ โรนัลโด้ จนได้