นาบี เกอิต้า ฟาบินโญ่ ลิเวอร์พูล หงส์แดง อลิสซอน อลิสซอน เบ็คเกอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค

เดิมพันชี้ชะตา! การเดินหน้าครั้งสำคัญภายใต้แบรนด์ ‘ลิเวอร์พูล’ ของ คล็อปป์

Home / sport variety / เดิมพันชี้ชะตา! การเดินหน้าครั้งสำคัญภายใต้แบรนด์ ‘ลิเวอร์พูล’ ของ คล็อปป์

หลังจาก ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จในการดึง อลิสซอน เบ็คเกอร์ มาเฝ้าเสาในถิ่นแอนฟิลด์ ถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวท้ายๆ ที่ทำให้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดูดีและสมบูรณ์ก็ว่าได้

ลิเวอร์พูล ต้องลุ่มๆ ดอนๆ กับการฝากผลงานไว้ในตำแหน่งด่านสุดท้ายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การดึงยนายด่านแซมบ้าด้วยค่าตัวสถิติโลกในตำแหน่งดังกล่าวเป็นเหมือนการแก้ปัญหาที่ตรงจุด หลัง ลอริส คาริอุส โชว์เหวอในเกมนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้ว รวมไปถึง ซิมง มินโญเล่ต์ ที่โดนดองเค็มจนไม่น่าจะมีความมั่นใจเท่าที่ควร

การลงทุนของ คล็อปป์ กับ ลิเวอร์พูล เพิ่มตัวเลขขึ้นในแต่ละปี แต่ถึงอย่างนั้นในเชิงธุรกิจ “หงส์แดง” ภายใต้การทำทีมของกุนซือเมืองเบียร์ถือว่า “ค่อนข้างวิน” เลยทีเดียว

อลิสซอน เบ็คเกอร์
‘อลิสซอน’ เจ้าของสถิตินายด่านแพงที่สุดในโลก

เมื่อถึงตอนนี้ คล็อปป์ ใช้เม็ดเงินตลอดระยะเวลา 3 ปีเศษกับ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 408 ล้านปอนด์ เฉลี่ยตกปีละล้านกว่า แต่เมื่อไปดูที่ยอดการขายผู้เล่นออกไป ลิเวอร์พูล ทำได้ถึง 271.45 ล้านปอนด์ บวกลบแล้ว ลิเวอร์พูล ใช้จ่ายไปทั้งสิ้น 136.5 ล้านปอนด์ ตกฤดูกาล 45.5 ล้านปอนด์เท่านั้น และเมื่อนำไปหารกับ 15 ผู้เล่นที่ คล็อปป์ ซื้อและยืนหยัดอยู่ในทีมชุดปัจจุบันจะมีค่าตัวเพียงรายละ 9.1 ล้านปอนด์เท่านั้น ถ้าไม่ “วิน” ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว!

จากสถานการณ์แล้ว คล็อปป์ ไม่ได้หน้ามืดตามัวทุ่มซื้อผู้เล่นแบบเอามันส์ แต่ผู้เล่นที่เขาทุ่มซื้อนั้นล้วนแต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ทีมหงส์แดงชุดนี้ไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น มาเน่ กับ ซาลาห์ และเพิ่งได้ ชากิรี่ มาเติมความจี๊ดทางริมเส้น โรเบิร์ตสัน ที่พัฒนาฟอร์มได้ถูกจังหวะจนทีมนั้นขาดไปเสียไม่ได้แล้ว หรือ ฟาน ไดจ์ค ที่ดึงตัวมาเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ก็สามารถบัญชาและจัดแผงเกมรับได้อย่างดี ซึ่งเป็นจุดที่ ลิเวอร์พูล ขาดตัวจัดแผงเกมรับมานานแล้ว นับตั้งแต่ คาร์ราเกอร์ เลิกเล่นไป รวมถึง เกอิต้า และ ฟาบินโญ่ ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนแผงแดนกลางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในรายของผู้รักษาประตู คล็อปป์ พยายามดัน คาริอุส รับหน้าที่นี้เต็มตัวเมื่อครึ่งฤดูกาลหลังที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวไม่สามารถตอบโจทย์นั้นได้ จนนำมาซึ่งการทุ่มเงินดึงตัว อลิสซอน มาร่วมทัพในท้ายที่สุด

เซอร์ดาน ชากิรี่
ได้ ชากิรี่ มาในราคางามๆ

และด้วยการจ่ายเงินมหาศาลรัวๆ แบบนี้ ผิดวิสัยของ คล็อปป์ ที่ทำกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่นี่คือ พรีเมียร์ ลีก ที่ถ้าคุณจะเสริมทัพในฐานะทีมใหญ่แล้วคุณจำเป็นต้องทุ่มซื้อตัวผู้เล่นนั้นมา และนี่จึงเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญสำหรับ คล็อปป์ กับ ลิเวอร์พูล

แม้จะทำได้แค่เฉียดด้วยการเป็นรองแชมป์ พรีเมียร์ ลีก , ลีก คัพ , ยูโรป้า ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ตลอด 3 ปีเศษ พิสูจน์แล้วว่ากุนซือรายนี้กำลังพาทีมมาในทางที่ถูกที่ควร ขาดเพียงประสิทธิภาพของผู้เล่นบางตำแหน่งเท่านั้น แต่ปีนี้เชื่อเหลือเกินว่าเป้าหมายของ ลิเวอรืพูล คือต้องแชมป์รายการใดรายการหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่แค่ ลีก คัพ และ เอฟเอ คัพ (ด้วยความเคารพ) แต่มันต้องหมายถึงแชมป์ พรีเมียร์ ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น หรือไม่ก็ต้องบดบี้ชี้วัดแชมป์กันจนเฮือกสุดท้ายสถานเดียว

แล้วถ้ามีขุมกำลังขนาดนี้แล้วยังกำลมเหมือนที่แล้วมาล่ะ? ถ้าผลลัพธ์ออกมาเละเทะก็ทางใครทางมัน แต่ถ้าดูดีมีทรงงานนี้ คล็อปป์ ก็จะได้ไปต่อ ซึ่งทั้ง คล็อปป์ และลูกทีมของเขาจะเป็นคนหาคำตอบนั้นให้เองในฤดูกาลนี้…

นาบี เกอิต้า
เกอิต้า ที่ถูกคาดหมายในการขับเคลื่อนแผงแดนกลางให้ทีมหงส์แดงปีนี้