คาริอุส นักฟุตบอลอาชีพ ลิเวอร์พูล อาร์เซน่อล เยอรมัน โอซิล

ความทุกข์ของนักฟุตบอลอาชีพ งานดีเงินดี แต่ต้องแลกมาด้วยความกดดันมหาศาล

Home / sport variety / ความทุกข์ของนักฟุตบอลอาชีพ งานดีเงินดี แต่ต้องแลกมาด้วยความกดดันมหาศาล

กวาดสายตามองไปยังอินสตาแกรมของนักเตะชื่อดังทั้งหลายในเวลานี้ พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างโก้หรู แต่เคยคิดกันไหมว่าเบื้องหลังไลฟ์สไตล์เหล่านั้น พวกเขาต้องผ่านอะไรกันมาบ้าง

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในปัจจุบัน อาชีพนักฟุตบอลเป็นอาชีพที่ทำงานได้มากมายมหาศาล แต่สิ่งที่ต้องแลกมานั้นคือบางอย่างที่คนนอกวงการไม่มีทางเข้าใจ มันคือความกดดันในรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งนักเตะสักคนมีโอกาสเผชิญหน้าได้ตลอดจนกว่าจะแขวนสตั๊ด

นักฟุตบอลชื่อดังขับรถคันหรูมายังสนามซ้อม กลายเป็นภาพที่เราเห็นกันจนชินตา

สำหรับคนทำงานทั่วไปอย่างเราๆ ความกดดันที่ได้ประสบพบเจอกันก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ทำงาน เราอาจจะเจอหัวหน้าด่า, เจอเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี หรือว่าเกิดเหตุขัดข้องอะไรบางอย่างที่ทำให้งานไม่ราบรื่น ซึ่งมันก็จบแค่ตรงนั้น เพราะในเวลาที่เราต้องการผ่อนคลาย เราสามารถหากำลังใจจากคนรอบข้างได้ สามารถไปเที่ยวเล่นพักผ่อนจิตใจได้ แล้วค่อยมาเดินหน้าแก้ไขปัญหากันต่อ

แต่สำหรับอาชีพนักฟุตบอล ความกดดันที่พวกเขาต้องเผชิญมักหนักหนากว่านั้นมาก ที่เป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุดในขณะนี้คงหนีไม่พ้น ลอริส คาริอุส นายประตูหนุ่มของ ลิเวอร์พูล ซึ่งก่อความผิดพลาดถึงสองครั้งสองครา จนทำให้ทีมพลาดคว้าแชมป์รายการสำคัญอย่าง แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปลายฤดูกาลที่ผ่านมา

คาริอุส ถึงกับทรุดหลังก่อความผิดพลาดในเกม

หลังจบเกมเขาร้องไห้ฟูมฟายอย่างไม่อายใคร แน่นอนว่าแฟนบอลหงส์แดงย่อมให้กำลังใจเขาอยู่แล้ว แต่นอกเหนือจากนั้นล่ะ? เราคงเห็นกันแล้วทั้งภาพล้อเลียน, ข่าวที่ประโคมเรื่องนี้กันไม่จบไม่สิ้น รวมไปถึงข้อความด่าทอดูถูกมากมายผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์

ซึ่งอย่างหลังนี่แหละตัวดีเลย เพราะคนทั่วๆ ไปเมื่อทำงานผิดพลาด คงไม่มีคนทั่วโลกมาโจมตีเราผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์กันอยู่แล้ว แต่เพราะว่า คาริอุส นั้นเป็นนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียง จึงทำให้ความผิดพลาดนั้นถูกนำมาขยายความไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ ส่งผลถึงสภาพจิตใจของเขาไม่น้อย และมันยังมีผลกระทบมาจนถึงปัจจุบันด้วย เพราะผู้รักษาประตูหงส์แดงยังคงมีเหวอให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ในเกมพรีซีซั่น

เคยมีคนบอกให้เขาลองย้ายไปค้าแข้งยังต่างประเทศดู ไม่ว่าจะเป็นดีลถาวรหรือว่าสัญญายืมตัวก็ตาม เพราะสภาพแวดล้อมใหม่ๆ อาจทำให้เขาลืมเรื่องฝังใจนั้นไปบ้างก็ได้ ถึงตรงนี้ก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตของ คาริอุส จะไปในทิศทางไหน แต่ที่แน่ๆ มีนักเตะอาชีพอยู่คนหนึ่งที่ถึงกับเลือกหันหลังให้กับทีมชาติ เพราะความกดดันที่ถาโถมเกินรับไหว นั่นก็คือ เมซุต โอซิล

ลำพังแค่เรื่องในสนามก็เครียดพออยู่แล้วสำหรับ โอซิล

ย้อนไปในช่วงเวลาที่เขาโชว์ฟอร์มได้ดี โอซิล ได้รับการยกย่อง และแฟนบอลเยอรมันก็ให้การยอมรับ แต่ในวันที่เขาเริ่มผลงานดร็อปลง ขณะที่ทีมชาติก็พลาดท่าร่วงตกรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2018 แบบเหนือความคาดหมาย ทำให้ใครต่อใครพยายามเอาเรื่องนอกสนามมากล่าวโจมตีเขา

จากภาพที่เพลย์เมคเกอร์วัย 29 ปี ไปยืนเคียงข้างกับ เรเซ็ป ตายยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ทำให้มันกลายเป็นประเด็นในเชิงการเมืองขึ้นมา เพราะถึงแม้ว่าตัวเขาจะเกิดและเติบโตที่เยอรมัน แต่ครอบครัวของเขาก็สืบเชื้อสายมาจากตุรกี หลายคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเขาอยู่แล้ว จึงนำเอาเรื่องนี้มาโจมตีอย่างหนัก

หนึ่งในภาพที่กลายเป็นประเด็นของ โอซิล

นอกเหนือไปจากนี้แล้ว เราก็ยังไม่รู้ด้วยว่าในการใช้ชีวิตประจำวัน โอซิล จะต้องประสบพบเจออะไรบ้าง เมื่อเดินออกไปตามท้องถนน เขาจะถูกผู้คนโห่ใส่หรือเปล่า จะมีใครด่าทอเขาขนาดไหน ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถล่วงรู้ได้

ที่แน่ๆ คือความกดดันมหาศาลนี้ โอซิล รู้สึกว่าเขาไม่สามารถแบกรับได้ไหว และยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้คนในแวดวงลูกหนังเมืองเบียร์เท่าที่ควร ดังนั้นการเดินออกมาแบบทางใครทางมันจึงเป็นสิ่งที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว

นี่แหละคือเรื่องของความกดดันในแบบฉบับนักฟุตบอลอาชีพ มันเป็นสิ่งที่พวกเขาจำใจต้องยอมรับมันให้ได้ แลกกับผลตอบแทนมหาศาลที่ทำให้พวกเขาได้ชีวิตสุขสบายหรูหราอย่างที่เราได้เห็นกัน ผ่านทางภาพที่ถูกเลือกโพสต์อวดผู้คนที่กดติดตาม

แต่ทุกครั้งที่เรามองไปยังภาพความโก้หรูเหล่านั้น หากมองให้ลึกลงไป ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของนักเตะอาชีพชื่อดังอาจจะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาอยู่ก็ได้