ฟาน กัล มอยส์ มูรินโญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

การเข้าสู่วังวนเดิมๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ยุค มอยส์, ฟาน กัล มาจนถึง มูรินโญ่

Home / sport variety / การเข้าสู่วังวนเดิมๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ยุค มอยส์, ฟาน กัล มาจนถึง มูรินโญ่

ตอนนี้เชื่อว่าใครก็ตามที่เป็นแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงจะเซ็งกันได้ที่แล้วกับผลงานฤดูกาลล่าสุดภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ยิ่งเล่นยิ่งดูไร้อนาคต

อย่างไรก็ตาม หากย้อนเวลากลับไป 2 ปีกว่าๆ ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมปีศาจแดงคงตื่นเต้นด้วยกันทั้งนั้นที่ได้กุนซือฝีมือดีคนนี้เข้ามาทำหน้าที่ แม้ว่างานล่าสุดของเขากับ เชลซี จะจบลงแบบไม่สวยนักก็ตาม แต่อย่างน้อยผลงานที่เขาได้สร้างเอาไว้ มันก็พอจะการันตีถึงความสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง

และมันก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ เมื่อนายใหญ่ชาวโปรตุเกสพาทีมคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก รวมไปถึงแชมป์ อีเอฟแอล คัพ มาครองได้ภายในฤดูกาลแรก แม้ว่าผลงานในลีกจะไม่ค่อยน่าพูดถึงนักก็ตาม แต่อย่างน้อยถ้วยแชมป์ก็มีติดไม้ติดมือ ไม่ได้มือเปล่าในปีแรกเหมือนกับกุนซือ 2 คนก่อนหน้าเขา

2 คนที่ว่านั้นก็คือ เดวิด มอยส์ กับ หลุยส์ ฟาน กัล นี่คือกลุ่มคนที่ต้องรับงานยากที่สุดในชีวิต เมื่อแฟนบอลของสโมสรยังคงยึดติดกับความสำเร็จของทีมภายใต้ยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กันอยู่ ทำให้งานคุมทีมในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มันเต็มไปด้วยความคาดหวังและความกดดันอย่างมาก

ภาพความผิดหวังของ มอยส์ ที่แฟนๆ ปีศาจแดงเห็นกันจนชินตา

โดยเฉพาะรายแรก ซึ่งรับงานมาทำต่อโดยตรง แต่ มอยส์ กลับไม่สามารถสานต่อความสำเร็จจากกลุ่มนักเตะที่ เซอร์ อเล็กซ์ ทิ้งเอาไว้ได้ ซ้ำยังสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าผู้เล่นซีเนียร์ ที่ต้องมาศึกษาเทปการเล่นของ เอฟเวอร์ตัน ทีมเก่าที่เขาเคยคุมอีกด้วย คำถามเกิดขึ้นในใจแน่นอนว่าทีมระดับแชมป์ประเทศ ทำไมต้องมาศึกษาการเล่นจากทีมระดับนี้ด้วย

เมื่อความเชื่อมั่นและศรัทธาไม่เกิด ผลงานในสนามก็ย่ำแย่ตามไปด้วย ช่วงเปิดฤดูกาล มอยส์ อาจจะทำได้ดีด้วยการพาทีมเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ 4-1 แต่หลังจากนั้นกราฟก็ค่อยๆ ดิ่งลง ลงจนลึก ลึกจนทำให้เขาต้องเสียงานก่อนจบฤดูกาล และเป็น ไรอัน กิ๊กส์ ที่มาทำหน้าที่ขัดตาทัพแทน

ทีมปีศาจแดงพยายามที่จะใช้ผู้จัดการทีมชื่อดัง และพิสูจน์ฝีมือในระดับโลกมาแล้ว เพื่อทำหน้าที่ตรงนี้ต่อ ดังนั้น ฟาน กัล จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในตอนนั้น อีกทั้งผลงานกับทีมชาติฮอลแลนด์ใน ฟุตบอลโลก 2014 ก็ถือว่าน่าประทับใจไม่ใช่น้อย แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็กลับสู่วังวนเดิม นั่นก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ลุ้นแม้แต่จะก้าวขึ้นไปเบียดแย่งแชมป์

ฤดูกาลที่ 2 ของกุนซือชาวดัตช์ อะไรๆ ก็ยังไม่ดีขึ้น ปรัชญาที่เขาพยายามปลูกฝังให้กับลูกทีม ดูเหมือนว่าจะไม่ได้พัฒนาไปในทางบวกเลย แถมอันดับยังร่วงกราวจนหมดหวังพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย การคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้จึงเป็นแค่รางวัลปลอบใจแฟนบอลเท่านั้น หรืออาจจะบอกว่าปลอบใจตัวเขาเองด้วยก็ได้ เพราะหลังชูถ้วยไม่นาน เขาก็กระเด็นหลุดตำแหน่งไปในทันที

แอ็คชั่นท้ายๆ ของเขาในฐานะกุนซือปีศาจแดง

และก็อย่างที่ทราบกันว่าผู้ที่เข้ามารับช่วงต่อก็คือ มูรินโญ่ เพียงแต่ว่ามาจนถึงตอนนี้กลับกลายเป็น มูรินโญ่ ในเวอร์ชั่นหมดไฟและดูสิ้นหวังไร้อนาคตเหลือเกิน สุดท้ายก็คงเดากันได้ไม่ยากว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คงจะต้องกลับสู่วังวนเดิมนี้ต่อไปคือการมองหาผู้จัดการทีมคนใหม่

… อยู่ที่ว่าวงวนนั้นจะมาถึงช้าหรือเร็วก็เท่านั้นเอง