บางกอกกล๊าส เอฟซี อนุรักษ์ ศรีเกิด

อนุรักษ์ ศรีเกิด : กุนซือผู้ชอกช้ำมากที่สุดในปี 2018

Home / sport variety / อนุรักษ์ ศรีเกิด : กุนซือผู้ชอกช้ำมากที่สุดในปี 2018

พ.ศ.2561 ถือเป็นปีที่ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ต้องผิดหวังชอกช้ำมากที่สุดหลังจากก้าวมารับงานโค้ชเกือบ 10 ปี หลังจากไม่สามารถพา บางกอกกล๊าส เอฟซี อยู่รอดในลีกสูงสุดได้ และล่าสุดก็อกหักในเกมนัดชิงชนะเลิศโตโยต้าลีกคัพ 2018 หลังจากแพ้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 0-1

อนุรักษ์ ศรีเกิด ถือเป็นกุนซือที่ได้รับคำชมมากที่สุดของเมืองไทยในช่วงเลกแรกของฤดูกาล 2018 หลังจากพา “เดอะทีแร็กซ์” ขอนแก่น เอฟซี เกาะหัวตาราง M-150 แชมเปี้ยนชิพ จนเป็นทีมเต็งในการคว้าตั๋วเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด

แต่…เขาก็ต้องยอมสละตำแหน่งกุนซือใหญ่ขอนแก่น เอฟซี เพื่อมากอบกู้วิกฤตของ “เดอะแรบบิท” บางกอกกล๊าส เอฟซี กับสถานการณ์ลุ้นหนีตกชั้น ในปีที่ต้องตกชั้น 5 ทีม การเข้ามาของ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ก็ทำให้แฟนๆ บีจี มีความหวัง เมื่อไต่อันดับจากโซนสีแดงมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และโปรแกรม 3 นัดสุดท้ายพวกเขาขอเพียง 2 คะแนนเท่านั้นสำหรับการการันตีมีชืออยู่ในโตโยต้าไทยลีก 2019

สุดท้ายพวกเขาเก็บได้เพียงแค่ 1 คะแนนในการเสมอ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด1-1 ในบ้าน ส่วนอีก 2 เกมบุกไปแพ้ สุพรรณบุรี เอฟซี 0-2 และ เปิดบ้านแพ้ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-2 ชนิดช็อคแฟนบอลทั้งสนามลีโอสเตเดี้ยม

หากจะเรียกว่าเป็น อุบัติเหตุลูกหนังก็คงไม่ผิด เพราะแทบไม่มีใครเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับ บางกอกกล๊าส สโมสรที่เพียบพร้อมไปทุกอย่าง จะต้องตกชั้นไปเล่นในไทยลีก 2 นี่หล่ะที่บอกว่า ฟุตบอลลูกกลมอะไรก็เกิดขึ้นได้

แม้จะเป็นปีที่น่าผิดหวังของ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด แต่เขาก็ยังคงได้รับการยอมรับจากคนในวงการลูกหนังว่าเป็น โค้ชสัญชาติไทยที่เป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง ไม่ว่าจะได้อยู่ต่อในถิ่นลีโอ สเตเดี้ยมหรือไม่ กุนซือหนุ่มไฟแรงผู้นี้ก็คงไม่ว่างงานอย่างแน่นอนในฤดูกาล 2019

อดีตมิดฟิลด์พลังไดนาโมที่รับใช้ทีมชาติไทยมากกว่า 70 นัด คว้าแชมป์ไทยลีกร่วมกับ บีอีซี เทโรศาสน รวมไปถึงไปโด่งดังที่สิงคโปร์ ในการค้าแข้งกับ วูดส์แลนด์​ วอริงตัน และ โฮม ยูไนเต็ด ก่อนที่จะแขวสตั๊ดกับ พีทีที ระยอง ในปี 2010 พร้อมกับเริ่มงานโค้ชทันที

ปีแรกในการเริ่มงานโค้ชก็เริ่มฉายแววทันที เมื่อพา “นักรบลาวาเพลิง” บุรีรัมย์ เอฟซี คว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ในปี 2010 พร้อมกับคว้าตั๋วเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1

ปี 2011 “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด และลูกทีมอีก 7 คน ถูกบุรีรัมย์ เอฟซี ส่งตัวไปช่วย พัทลุง เอฟซี ทีมพันธมิตรลูกหนัง ในดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ ก่อนจะสร้างผลงานพา “อีแอ่นเหินฟ้า” พัทลุง เอฟซี เลื่อนชั้นมาเล่นในดิวิชั่น 1 ถือเป็นการทำทีมเลื่อนชั้น 2 ปีติดต่อกัน

ผลงานดังกล่าวก็ทำให้ อนุรักษ์ ศรีเกิด เป็นกุนซือเนื้อหอมขึ้นมาทันที และเป็น บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่เป็นเสือปืนไว จัดการดึงตัว “โค้ชจุ่น” มาร่วมงานในการดูแลทีมเยาวชน (รังสิต เอฟซี) รวมไปถึงถูก ภูเก็ต เอฟซี ยืมตัวไปคุมทีมเพื่อกอบกู้สถานการณ์ของทีมที่ไม่สู้ดีนัก ก่อนจะพาทีมดังแดนใต้รอดตกชั้นได้สำเร็จ

ในปี 2013 “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ก้าวมาเป็นผู้ช่วยโค้ชบางกอกกล๊าส ที่มี ฟิล สตับบินส์ เป็นเฮดโค้ช ก่อนที่สโมสรจะมีการแยกทางกุนซือชาวอังกฤษและได้แต่งตั้ง “โค้ชจุ่น” มาคุมทีมแบบขัดตาทับ ซึ่งนี่ก็คือการคุมทีมบางกอกกล๊าส เอฟซี ครั้งแรก

คุมทีมในฐานะเฮดโค้ชได้ไม่นาน บางกอกกล๊าส ก็จัดการดึง “โค้ชแต๊ก” อรรถพล บุษปาคม มาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ของทีม จังหวะนั้นเอง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก็ยืมตัวเขาไปกู้สถานการณ์หนีตกชั้น ซึ่ง “โค้ชจุ่น” ก็สามารถพา สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด รอดตกชั้นอย่างปาฏิหาริย์ นั้นก็ทำให้เขากลายเป็นกุนซือที่ใครๆก็ต้องการตัว

แต่ด้วยสัญญาที่อยู่กับ บางกอกกล๊าส ทำให้ทีมดังย่านรังสิตดึงเขากลับมาร่วมงาน ที่เป็นทั้งทีมงานสตาฟโค้ชรวมไปถึงกุนซือขัดตาทัพ ในยามที่มีการเปลี่นแปลงเฮดโค้ช กระทั่ง เขาได้รับแต่งตั้งจากสมาคมฟุตบอล ให้คุมทีมชาติชุด เยาวชน 19 ปี ที่พาทีมได้แชมป์อาเซียน

ในปี 2017 ขอนแก่น เอฟซี ทีมพันธมิตรลูกหนังของ บางกอกกล๊าส ก็ขอตัว “โค้ชจุ่น” ไปคุมทีม พร้อมกับสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมด้วยการพา ขอนแก่น เลื่อนชั้นจาก ไทยลีก 3 มาสู่ไทยลีก 2 น่าเสียดายที่เขาต้องทิ้งงานดินแดนอีสาน กลางครั้น ไม่ใช่นั้น “เดอะทีแร็กซ์” ก็มีโอกาสมาวาดลวดลายบนลีกสูงสุดอีกครั้งเป็นแน่

ฤดูกาล 2019 ยังไม่รู้ว่า อนุรักษ์​ ศรีเกิด จะไปอยู่ทีมไหน แต่…เวลานี้เขาคือกุนซือเนื้อหอมมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อกระแสข่าวที่ออกจากถิ่น ลีโอ สเตเดี้ยม นั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซืออย่างแน่นอน นั้นก็เท่ากับว่า เขากำลังจะกลายเป็นกุนซือว่างงาน หรือไม่…

ขออนุญาตใช้เนื้อหา