ดุสิต เฉลิมแสน บางกอกกล๊าส อนุรักษ์ ศรีเกิด โค้ชจุ่น โค้ชโอ่ง

ประวัติ ดุสิต เฉลิมแสน เฮดโค้ชป้ายแดง บางกอกกล๊าส ผู้มาพร้อมภารกิจใหญ่หลวง

Home / sport variety / ประวัติ ดุสิต เฉลิมแสน เฮดโค้ชป้ายแดง บางกอกกล๊าส ผู้มาพร้อมภารกิจใหญ่หลวง

บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่พลาดท่าร่วงลงมาเล่นในระดับ T2 ได้แต่งตั้ง “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนแทนที่ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่ต้องจากทีมไปแบบเศร้าๆ และนี่ก็คือประวัติของผู้ที่จะเข้ามากอบกู้สถานการณ์ของทีมดังย่านปทุมธานี

ดุสิต เฉลิมแสน เกิดที่จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2513 เขาเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งด้วยการเล่นตำแหน่งกองกลาง โดยเล่นให้กับ สโมสรตำรวจ เป็นที่แรก จากนั้นเมื่อมีชื่อติดทีมชาติไทยไปทำศึก เอเชียนคัพ ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อปี 1996 เขาก็ขยับมายืนเป็นแบ็คซ้าย เนื่องจากตำแหน่งไปทับกับ สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ก่อนที่ ดุสิต จะยึดตำแหน่งนี้เล่นเป็นหลักตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาแข้งเท้าซ้ายธรรมชาติก็เซ็นสัญญาเล่นให้กับ บีอีซี เทโรศาสน ทีมแกร่งของวงการลูกหนังไทยในสมัยนั้น หลังจากค้าแข้งให้กับทีมมังกรไฟอยู่นาน 5 ปี ก็ย้ายไปค้าแข้งนอกประเทศที่อินเดียกับสโมสร โมฮุน บากัน เอซี ซึ่งตลอดระยะ 3 ปี ที่นั่น เขาก็ได้พัฒนาฝีเท้าขึ้นเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะกลับมาเล่นให้กับ เทโรฯ อีกรอบ แต่คราวนี้เล่นได้แค่ปีเดียว แล้วก็ถึงคราวออกนอกประเทศอีกครั้ง

ดุสิต ค้าแข้งที่เวียดนามกับ ฮองอันห์ยาลาย นานถึง 5 ปี ในช่วงที่บรรดาแข้งทีมชาติไทยหลายคนแห่กันมาเล่นอาชีพที่นี่ แต่หลังจากนั้นเมื่อ ไทยลีก เริ่มเข้าสู่ยุคเฟื่องฟู เขาก็ย้ายกลับมาอยู่กับ สโมสรตำรวจ ซึ่งขณะนั้นใช้ชื่อว่า สโมสรเพื่อนตำรวจ ซึ่งคราวนี้เขาก็เล่นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ก่อนที่จะแขวนสตั๊ด

ตลอดอาชีพค้าแข้ง ดุสิต เป็นที่จดจำในฐานะแบ็คซ้ายที่มีทีเด็ดในการเล่นลูกนิ่ง โดยเขามีการยิงฟรีคิกที่เฉียบขาดเชื่อใจได้ ขณะที่ลูกจุดโทษ เขาก็เคยยิงชิพนิ่มๆ เข้าประตูจนกลายเป็นตำนานมาแล้ว ระหว่างการดวลเป้าในนัดชิง อาเซียน คัพ กับ อินโดนีเซีย นอกจากนี้ท่าดีใจเก๊กหล่อก็เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่แฟนลูกหนังไทยยังจำได้ดีเช่นกัน

ดุสิต เริ่มต้นงานโค้ชด้วยการไปคุมทีม ฮองอันห์ยาลาย ที่ประเทศเวียดนาม ก่อนที่จะกลับมารับงานที่ประเทศไทย ด้วยเหตุผลทางด้านครอบครัว โดยเริ่มงานกับ ศรีราชา เอฟซี เป็นที่แรก ตามด้วย พีทีที ระยอง จากนั้น โค้ชโอ่ง ก็มาสร้างชื่อกับการคุมทีม การท่าเรือ เอฟซี โดยพาทีมจบอันดับที่ 2 ของการแข่งขัน ยามาฮ่า ลีก วัน คว้าสิทธิ์กลับขึ้นไปลุย ไทยลีก อีกครั้ง

งานคุมทีมของ โค้ชโอ่ง หลังจากนั้นก็คือที่ พีที ประจวบ เอฟซี, ศรีสะเกษ เอฟซี และผลงานล่าสุดเลยคือการพา ตราด เอฟซี เลื่อนชั้นจากระดับ T2 ไปเล่นในลีกระดับสูงสุดของประเทศได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

วันที่ 24 ตุลาคม 2561 ความท้าทายใหม่ของ ดุสิต เฉลิมแสน ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อทีมดังที่ร่วงตกชั้นมาจากระดับ T1 อย่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี ได้แต่งตั้งให้เขาทำหน้าที่เฮดโค้ช แน่นอนว่าภารกิจก็คือการกลับขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดให้ได้ โดยทั้งหมดจะต้องเกิดขึ้นภายในฤดูกาลเดียวเท่านั้น

ซึ่งตัวของ โค้ชโอ่ง เองก็ทราบถึงเรื่องนี้ดี โดยพร้อมรับมือกับความกดดันที่จะถาโถมเข้ามาแล้ว แต่ในเรื่องของผลงานที่มีให้เห็นเป็นรูปธรรมนั้นจะออกมาดีแค่ไหน ปีหน้าทุกอย่างจะปรากฏให้เห็นกันเอง