ประวัติ ฟาน เพอร์ซี่ อาร์เซน่อล เฟเนร์บาห์เช่ เฟเยนูร์ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

ส่องประวัติ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ตำนานดาวยิงแห่ง ‘ฟลายอิ้งดัตช์แมน’

Home / sport variety / ส่องประวัติ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ตำนานดาวยิงแห่ง ‘ฟลายอิ้งดัตช์แมน’

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงเท้าซ้ายสัญชาติ เนเธอร์แลนด์ ที่จากอดีตดาวยิงขวัญใจสาวกปืนใหญ่สู่การเป็นขวัญใจสาวกคู่แข่งคนสำคัญอย่างปีศาจแดง ออกมาประกาศอำลาเล้นทางลูกหนังอาชีพที่เขาผ่านอะไรมามากมายในวัย 35 ปี และนี่เรื่องราวของชายที่มีรหัสสังหารประตูว่า “RVP”

 

ครอบครัวศิลปินและอาการไฮเปอร์ตั้งแต่เด็ก

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ปี 1983 “โรบิน” ได้ลืมตาดูโลกในครอบครัว “ฟาน เพอร์ซี่” โดยมีคุณพ่อชื่อ บ็อบ มีอาชีพช่างแกะสลัก ส่วนคุณแม่ชื่อ โฮเซ ราส มีอาชีพจิตกรและนักออกแบบอัญมนี ว่ากันว่าหลัง โรบิน เกิดได้เพียงสองสัปดาห์ มีหมอดูหญิงทักว่า “นักฟุตบอลชื่อดังถือกำเนิดขึ้นแล้ว เขาจะร่ำรวยและมีชื่อเสียง”

แน่นอนพ่อของเขา บ็อบ ไม่เชื่อเรื่องดังกล่าวในเวลานั้น แถมหลังจากนั้นไม่นานชีวิตครอบครัวของเจ้าหนูโรบินต้องมีช่องว่างเกิดขึ้น เมื่อ บ็อบ และ โฮเซ ราส ต้องแยกทางกันอยู่ ซึ่ง โรบิน ในวัยย่าง 6 ขวบ ถูกส่งตัวไปอยู่กับพ่อที่จาฟฟ่าดวอร์สสตราต เนื่องจากเขานั้นดื้อและอยากอาศัยอยู่กับพ่อมากกว่า โดย โรบิน นั้นถูกหาว่าเป็น “อาการไฮเปอร์” หนทางเดียวที่ทำให้เขาสงบได้ก็คือใช้พลังงานในแต่ละวันให้หมด ซึ่ง โรบิน มักจะหมดไปกับ “ฟุตบอล”

 

เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังอาชีพ

ฟาน เพอร์ซี่ ได้ก้าวเข้าสู่บันไดขั้นแรกของการเป็นนักฟุตบอลได้สำเร็จ โดยเริ่มจากทีมเยาวชนของ เอ็กซ์เซลซิเออร์ ในวัย 14 ปี ก่อนที่ 2 ปีต่อมาจะถูก เฟเยนูร์ด ซึ่งเป็นทีมในดวงใจของเขาดึงตัวไป และประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ด้วยวัย 17 ปี เฟเยนูร์ด ตอนนั้นเต็มไปด้วยผู้เล่นตัวฉกาจไม่ว่าจะเป็น ปิแอร์ ฟาน ฮอยจ์ดองก์ , ยอน ดาห์ล โธมัสสัน , ชินจิ โอโนะ และดาวรุ่งอย่าง โยฮัน เอลมันเดอร์ และ แบร็ตต์ เอเมอร์ตัน ในฤดูกาล 2001/02 ฟาน เพอร์ซี่ ลงเล่นไปถึง 17 เกม และหนึ่งในนั้นคือการคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ พร้อมคว้ารางวัลผู้เล่นดาวรุ่งพรสวรรค์สูงของเนเธอร์แลนด์ไปครอง

นั่นทำให้ ฟาน เพอร์ซี่ ถูกหมายตาเป็นแข้งดาวรุ่งที่น่าจับตามองในทันที แต่ก็มีข้อเสียที่เล่าอ้างกันว่าเจ้าตัวนั้นเจ็บง่าย แถมมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีและทัศนคติที่ไม่โอเคสักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้น ฟาน เพอร์ซี่ ก็จัดการกดไปทั้งสิ้น 21 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์ จากการลงเล่นให้ เฟเยนูร์ด 76 เกม ในระยะ 3 ฤดูกาล

เอ็กซ์เซลซิเออร์ สังกัดแรกยกอัฒจันทร์ฝั่งหนึ่งเป็นชื่อ RVP

 

ผู้สืบทอดอองรี

ในฤดูกาล 2004/05 ทีมแชมป์ พรีเมียร์ ลีก สมัยล่าสุดอย่าง อาร์เซน่อล เริ่มมองหาตัวแทน เดนิส เบิร์กแคมป์ เพลย์เมคเกอร์เชิงสูงที่ถึงวัยโรยราแล้ว และจัดการเช็คบิล ฟาน เพอร์ซี่ มาร่วมทัพ ด้วยค่าตัว 2.75 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญา 4 ปี แต่ดูจากตำแหน่งแล้ว อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องการสืบทอดตำแหน่ง เธียร์รี่ อองรี มากกว่า

ช่วงแรก ฟาน เพอร์ซี่ ยังต้องนั่งตบยุงในม้านั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยการบาดเจ็บของ อองรี ทำให้ ฟาน เพอร์ซี่ ได้มีโอกาสแสดงฝีเท้า และลงช่วย อาร์เซน่อล ไปถึง 41 เกม ทำได้ 10 ประตู พร้อมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ตั้งแต่ฤดูกาลแรกในถิ่นไฮบิวรี่ (สมัยนั้น)

ในฤดูกาลถัดมา ฟาน เพอร์ซี่ โชว์ความร้อนแรงกดไป 8 ประตูจาก 8 เกมที่ลงเล่น จน อาร์เซน่อล ต้องประเคนสัญญาฉบับใหม่ให้ทันที ฤดูกาล 2007/08 ฟาน เพอร์ซี่ ขยับขึ้นมาเป็นความหวังของปืนใหญ่เต็มตัว หลัง เธี่ยร์รี่ อองรี ตัดสินใจย้ายไป บาร์เซโลน่า และได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในช่วงที่ เชส ฟาเบรกาส เจ็บ แต่อาการบาดเจ็บที่ถามหาเข้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถลงช่วยประทุ้งประตูให้ทีมของ เวนเกอร์ ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

มาถึงฤดูกาล 2011/12 ฟาน เพอร์ซี่ ถือเป็นปีทองสุดๆ กับ อาร์เซน่อล เมื่อเจ้าตัวสลัดอาการบาดเจ็บลงสนามไปถึง 48 เกม และสอยตาข่ายคู่แข่งไปกว่า 37 ลูก และทำได้อีก 14 แอสซิสต์ พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโว พรีเมียร์ ลีก ด้วยจำนวน 30 ประตู และกวาดรางวัลส่วนตัวมากมายเก็บเข้าบ้านของเขา แต่ถึงอย่างนั้นในแง่ความสำเร็จสโมสร ฟาน เพอร์ซี่ ล้มเหลวสุดๆ เมื่อ อาร์เซน่อล ไม่สามารถคว้าแชมป์เข้าตู้สโมสรได้นับตั้งแต่คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ในปี 2005 นั่นทำให้เขาเลือกที่จะไม่ต่อสัญญาที่กำลังจะหมดลงกับ อาร์เซน่อล และเป็นที่จับจ้องจากหลายสโมสรในทันที

ผู้สืบทอด อองรี ในทีมปืนใหญ่

 

คนทรยศ!?

วันที่ 15 สิงหาคม 2012 ฟาน เพอร์ซี่ หักอกแฟนบอลปืนใหญ่อย่างจัง (ตอนนั้นแฟนปืนใหญ่น่าจะชินชาที่ต้องเสียผู้เล่นตัวหลักแทบทุกปี) เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศคว้าตัว RVP ไปร่วมทัพ ในขณะที่แฟนปืนต่างปวดใจที่เสียดาวซัลโวของพวกเขาไป ทางฝั่งแฟนผีก็ตั้งข้อสงสัยว่าจะคุ้มไหมกับเม็ดเงินกว่า 24 ล้านปอนด์ กับดาวยิงวัย 29 ปี

ซึ่งเรื่องนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หมายมั่นปั้นมือให้เป็น “นิวคันโตน่า” และให้คำตอบว่า “เขาสามารถเล่น ทำประตู เขามีความเร็ว และมีกายภาพที่ต่างจากผู้เล่นที่เรามีอยู่ นอกจากนี้ผู้เล่นดาวรุ่งยังสามารถเรียนรู้จากผู้เล่นยอดเยี่ยมอย่างเขา ลองดูสิ่งที่ คันโตน่า ทำสิ”

ก่อนหน้านี้ ฟาน เพอร์ซี่ เกือบย้ายมาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งปี 2001 แล้ว ตอนนั้น “ป๋ากี้” ส่งแมวมองไปซุ่มดูฟอ์มเขาตั้งแต่อายุเพียง 16-17 ปี แต่สุดท้ายดีลดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้น และเป็น อาร์เซน่อล ที่ได้ตัวไป

และเพียงฤดูกาลแรก ศูนย์หน้าดัตช์วัยย่าง 30 กระซวกประตูเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กทีมใหญ่โดนหมด โดยเฉพาะ อาร์เซน่อล ที่โดนแบบไป-กลับเลยทีเดียว จนพาปีศาจแดงคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 20 ของสโมสร (30 ประตู) เป็นการส่งท้าย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ดึงเข้ามาร่วมทีม

เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด เข้าสู่ยุคสืบทอดกุนซือ ฟาน เพอร์ซี่ ก็ยังสามารถทำประตูได้เรื่อยๆ เพียงแต่ฟอร์มโดยรวมของทีมนั้นถดถอยลงเรื่อยๆ แถมด้วยวัยที่โรยราทำให้เขาตัดสินใจย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปเล่นให้กับยอดทีมในลีกตุรกีอย่าง เฟเนร์บาห์เช่ ในปี 2015

 

ปีแรกกับปีศาจแดง: ยิงเยอะแถมมีแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ติดมือ!

 

ทริกยิงประตูสุดปัง

หากสังเกตดีๆ ในช่วงที่ ฟาน เพอร์ซี่ กดประตูเป็นว่าเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เจ้าตัวสวมใส่สตั๊ดที่ไม่เหมือนใคร ในเวลานั้นแม้เจ้าตัวจะใช้รองเท้ารุ่น F50 adiZero ของ อาดิดาส แต่ชุดปุ่มสตั๊ดของเขากลับเลือกใช้แบบใบมีดจากรุ่น Predator adiPower ที่เจ้าตัวเคยใส่จนยิงระเบิดตั้งแต่สมัยอยู่กับ อาร์เซน่อล นี่อาจมีส่วนสำคัญให้ดาวยิงดัตช์ทำประตูคู่แข่งได้อย่างมั่นใจ

ซึ่งเรื่องนี้คล้ายๆ กับเคสของ โทนี่ โครส ที่ชอบสวมสตั๊ดของ อาดิดาส รุ่น 11pro และ มัตต์ ฮุมเมิลส์ ที่ชอบสวมสตั๊ดที่มีวัสดุทำมาจากหนัง ซึ่งเสริมสร้างความมั่นใจและดึงศักยภาพในการเล่นของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่นั่นเอง

ชอบชุดปุ่มแบบใบมีด

 

ฟลายอิ้งดัตช์แมนตัวจริง

ฟาน เพอร์ซี่ ติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์มาตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี , 19 ปี และ 21 ปี แต่ด้วยการที่ เนเธอร์แลนด์ ชวดตั๋วไปเล่น ยูโร 2004 ทำให้เจ้าตัวประเดิมชุดใหญ่ล่าช้าเล็กน้อยในปี 2005 กับ โรมาเนีย ก่อนจะทำประตูแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่ในอีกเกมต่อมาที่เอาชนะ ฟินแลนด์ 4-0

เขาเป็นส่วนหนึ่งในทีมกังหันลมในทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะ ฟุตบอลโลก 2010 ที่สามารถเข้าไปชิงชนะเลิศกับ สเปน ก่อนจะไปไกลได้เพียงแค่รองแชมป์ หลังโดน อันเดรส อิเนียสต้า ทำประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ 4 ปีต่อมา ฟาน เพอร์ซี่ ยังคงเป็นตัวหลักในทีม เขาจัดแฮตทริกใส่ ฮังการี ในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเกมนั้นถล่มไปถึง 8-1 และขึ้นแท่นเป็นดาวซัลโวตลอดกาลทีมชาติแซงหน้าดาวยิงรุ่นพี่อย่าง แพทริก ไคล์เวิร์ต ไปที่จำนวน 41 ประตู

ทัวร์นาเม้นท์ดังกล่าว ฟาน เพอร์ซี่ เป็นที่จดจำจากการพุ่งโหม่งสมฉายา “ฟลายอิ้งดัตช์แมน” ถอนแค้น สเปน ด้วยการถล่ม 5-1 จนคว้าอันดับสามลูกยิงสุดสวยประจำปี “ปุสกัส อวอร์ด” ไปครอง และจบด้วยอันดับสาม หลังเอาชนะ “เจ้าภาพ” บราซิล ไปได้ 3-0

เจ้าตัวผ่านร้อนผ่านหนาวในทีมชาติจนรับใช้เกิน 100 นัด ยิงไป 50 ประตู แต่ด้วยผลงานที่ไม่สามารถพาทีมผ่านเข้าไปเล่น ยูโร 2016 รอบสุดท้ายได้ ทำให้เขายอมหลีกทางให้รุ่นน้องขึ้นมาแทนด้วยการประกาศอำลาทีมชาติ

พุ่งโหม่งพังประตูถอนแค้นสเปน

 

ดาวยิงวีรกรรมเยอะ

แค่การย้ายไปข้ามฟากจาก อาร์เซน่อล ไปเล่นคว้าแชมป์กับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ถือว่าสร้างความเดือดดาลให้แฟนๆ ปืนใหญ่ไม่น้อยแล้ว ฟาน เพอร์ซี่ ถือเป็นผู้เล่นอีกคนที่ค่อนข้างจะมีปัญหาเรื่องอารมณ์อยู่ไม่ใช่น้อย

ย้อนกลับไปในปี 2012 เจ้าตัวมีปากเสียงกับ ทิม ครูล นายด่านรุ่นน้องที่พยายามถ่วงเวลาในเกมที่ อาร์เซน่อล พบ นิวคาสเซิ่ล จนฉุนขาดเข้าไปต่อว่ารุ่นน้องอย่างดุเดือด และเป็นสาเหตุให้ทั้งคู่มองหน้าไม่ติดในการรับใช้ทีมชาติไปพักใหญ่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ฟาน เพอร์ซี่ ฉุนขาด ซึ่งเรื่องที่เกิดล้วนแต่เกิดกับคนใกล้ตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นทะเลาะกับ อาบู ดิยาบี้ ออกสื่อ หรือใส่กับ เมมฟิส เดปาย จนแคมป์กังหันลมสะเทือน

นอกจากนี้ยังดีใจเย้ยใส่แฟน อาร์เซน่อล หลังทำประตูให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ หลังโดนแฟนทีมเก่าโห่ใส่ตอนคว้าแชมป์กับปีศาจแดง เจจ้าตัวจึงเอาคืนในฤดูกาลต่อมาเสียอย่างนั้น รวมถึงเย้ยใส่ โอกูซาน ออซยาคุป อดีตรุ่นน้องร่วมชาติและที่ อาร์เซน่อล (ลูกครึ่งเนเธอร์แลนด์-ตุรกี ปัจจุบันเลือกเล่นให้กับตุรกี) หลังทำประตูใส่ เบซิคตัส ต้นสังกัดของ ออซยาคุป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่กระทบกระทั่งกันตลอดทั้งเกมอีกด้วย

 

บั้นปลายอาชีพกับทีมบ้านเกิด

หลังเข้าสู่วัยโรยรา ฟาน เพอร์ซี่ ตัดสินใจย้ายไปเล่นให้ เฟเนร์บาห์เช่ ในปี 2015 ซึ่งเจ้าตัวใช้เวลา 2 ฤดูกาลกับที่นั่น ยิงไป 16 ประตู จากการลงเล่น 87 นัด รวมทุกรายการ ก่อนจะตัดสินใจย้ายกลับไปเล่น เฟเยนูร์ด อีกครั้งในช่วงบั้นปลายอาชีพ และเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ฟาน เพอร์ซี่ ในวัย 35 ปี ทำการประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาล 2018/19 ยุติการโลดแล่นบนเส้นทางลูกหนังกว่า 20 ปีของตัวเอง

กลับมาเล่นให้ เฟเยนูร์ด อีกครั้ง

ข้อมูลจาก

www.telegraph.co.uk
sport.mthai.com
www.theguardian.com