ช้างเอฟเอ คัพ 2018 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ก้าวสู่ปีที่ 10 : ‘สิงห์ เชียงราย’ ประกาศศักดา มหาอำนาจลูกหนังไทย

Home / sport variety / ก้าวสู่ปีที่ 10 : ‘สิงห์ เชียงราย’ ประกาศศักดา มหาอำนาจลูกหนังไทย

สิ้นเสียงนกหวีดยาวของ ต่อพงษ์ สมสิงห์ เชิ้ตดำในเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ 2018 ที่สนามศุภชลาศัยเมื่อ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา เหล่านักเตะ 11 คนในสนามพร้อมด้วยคนอื่นๆในซุ้มม้านั่งสำรองต่างวิ่งพล่านดีใจแบบสุดเหวียงเหมือนเด็กประถมวิ่งไล่จับกัน หลังจากคว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ ด้วยการเฉือนเอาชนะ มหาอำนาจลูกหนังไทยในยุคปัจจุบันอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-2

การคว้าแชมป์ช้าง เอฟเอฟคัพ 2018 และ โตโยต้า ลีก คัพ 2018 ซึ่งเป็น 2 ใน 3 รายการฟุตบอลที่บรรดาทีมต่างๆ ในลีกสูงสุดเมืองไทยหมายปองที่จะได้ครอบครอง มาอยู่ในถิ่น สิงห์ สเตเดี้ยม ได้สำเร็จ นี่ยังไม่นับแชมป์ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์คัพ เมื่อต้นปีอีกหนึ่งรายการ เท่ากับว่า ฤดูกาล 2018 “กว่างโซ้งมหาภัย” คือทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเมืองไทยใน พ.ศ.นี้

4 แชมป์ในรอบ 2 ปีของ พวกเขาก็ทำให้ สิงห์ เชียงราย กลายเป็นสิงห์บอลถ้วย พร้อมกลายเป็นทีมระดับหัวแถวของวงการลูกหนังไทยเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งกว่าที่พวกเขาจะมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่ความว่าฟลุ๊คแม้แต่น้อย

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2552 ในขณะที่วงการลูกหนังไทยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพครั้งใหญ่ ได้มีการก่อกำเนินฟุตบอลลีกภูมิภาค นั้นก็เป็นปีที่มีสโมสรก่อตั้งขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะทีมตัวแทนจากจังหวัดต่างๆ ซึ่ง เชียงราย ก็คือหนึ่งในนั้น

เพียงแค่ปีแรกในการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันลีกอาชีพ พวกเขาก็สร้างชื่อทันทีด้วยการคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ แบบไร้พ่าย แม้ว่ารอบมินิลีก จะจบเพียงอันดับ 2 แต่ก็เพียงพอที่จะก้าวมาเล่นใน ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ

การก้าวมาเป็นน้องใหม่ ดิวิชั่น 1 ในปี 2010 พวกเขาทำผลงานได้ลุ่มๆดอนในเลกแรก ก่อนที่จะมีการดึง เตโก้ สเตฟาโน่ กูคูร่า กุนซือชาวบราซิลเข้ามาคุมทัพ พร้อมกับเสริมนักเตะฝีเท้าดีอย่าง เลอันโดร อัสซัมเซา และ ชินณโชติ (วสันต์​) นาทะสัน เข้าสู่ทีม พวกเขาเดินหน้าคว้าชัยต่อเนื่องจนเบียดคว้าที่ 3 ในเกมสุดท้าย คว้าตั๋วเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี

ไทยลีก 2011 พวกเขาก้าวมาเล่นบนลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก พร้อมกับถูกกาชื่อว่าเป็นทีมเต็งที่จะต้องตกชั้นกลับลงไปสู่ลีกรองเหมือนเดิม แต่สุดท้ายพวกเขาก็หักปากกาเซียนอยู่รอดในลีกสูงสุดต่อไปด้วยการจบอันดับ 10 ของตาราง

ไทยลีก ฤดูกาล 2012 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของทีม เมื่อต้องย้ายรังเหย้าจาก ม.แม่ฟ้าหลวง ไปใช้ สนาม 700 ปี เชียงใหม่ ชั่วคราว สำหรับการรอรังเหย้าของพวกเขาที่เร่งก่อสร้างแบบข้ามวันข้ามคืน สุดท้าย กรกฏาคม 2555 พวกเขาก็มีสเตเดี้ยม ฟุตบอลเป็นของตัวเอง ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่แสดงจุดยืนว่าพวกเขามีนโยบายสร้างทีมไปสู่แถวหน้าของเมืองไทย

ปี 2013 ผลงานที่ไม่ค่อยดีนักในเลกแรก ทำให้ เตโก้ กุนซือที่พาทีมเลื่อนชั้นมาต้องรับผิดชอบผลงานด้วยการลาออกจากทีม แต่ผลงานก็ยังไม่ดีขึ้นจนมีแนวโน้มว่าจะต้องตกชั้น ก่อนที่จะได้ อนุรักษ์ ศรีเกิด เข้ามาคุมทีมชั่วคราวพร้อมกับพาทีมรอดตกชั้นอย่างปาฏิหาริย์

ฤดูกาล 2014 เชียงราย ดันนักเตะอย่าง ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น ก้าวมารับตำแหน่งกุนซือของทีม ที่หลายคนมองว่าประสบการณ์ของเขายังน้อยเกินไปที่จะคุมทีมในไทยลีก แต่สุดท้าย “โค้ชโจ” ก็กลายเป็นกุนซือหนุ่มไฟแรงที่น่าจับตามอง ด้วยการพาทีมจบในอันดับ 7 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดของทีมในเวลานั้น

เชียงราย ยูไนเต็ด ที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกสูงสุด พร้อมกับขยับมาเป็นทีมระดับกลางๆของลีก ก็เริ่มมีแรงดึงดูมากขึ้นสำหรับการเสริมนักเตะฝีเท้าดีเข้าสู่ทีม และตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา สโมสรก็ยกระดับขึ้นด้วยการเสริมนักเตะฝีเท้าดีของเมืองไทยเข้าสู่ทีมอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงแรกก็เป็นอดีตนักเตะทีมชาติ ไม่ว่าจะเป็น พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, ยุทธจักร ก้อนจันทร์ ฯลฯ จน “กว้างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เป็นทีมที่น่ากลัวสำหรับคู่แข่ง

กระทั่งในปี 2016 “กว่างโซังมหาภัย” ได้แปลงกลายมาเป็นทีมเจ้าบุญทุ่ม หลังจากได้กลุ่มทุนเข้ามาสนับสนุนทีม ชนิดที่ว่า มีเงินให้เลือกเสริมทัพได้แบบไม่อั้น

พวกเขาเริ่มต้นด้วยการคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ กามา อดีตกุนซือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามาคุมทีม ตามด้วยนักเตะดีกรีทีมชาติอีกหลายคน แถมยังตกเป็นข่าวรายวันกับสตาร์ทีมชาติอีกนับไม่ถ้วย ก่อนที่พวกเขาจะจารึกชื่อการเป็นแชมป์ ช้าง เอฟเอคัพ 2017 ซึ่งเป็นแชมป์แรกของสโมสร

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เป็นทีมเจ้าบุญทุ่มได้เพียงแค่ปีเดียว พวกเขาก็ต้องเจอกับข่าวข้างสนามที่ไม่สู้ดีนัก ทำให้มีข่าวลือต่างๆนาๆมากมายว่าทีม กำลังจะอยู่ในช่วงขาลง เมื่อผู้สนับสนุนรายใหญ่ไม่สามารถสนับสนุนทีมต่อได้ อีกทั้งการขาย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ออกจากทีมก็ทำให้ข่าวมีน้ำหนักมากขึ้น

แต่…การเสียกำลังหลักออกไปก็ไม่ได้ทำให้ ความแข็งแกร่งของทีมลดลง แม้ว่าขนาดของทีมจะไม่ใหญ่เหมือนเดิมแต่พวกเขาก็คือทีมที่คู่แข่งในเมืองไทยไม่ค่อยอยากเจอ สุดท้าย ฤดูกาล 2018 สโมสรกวาดแชมป์เข้าสู่ตู้โชว์สโมสรไปอีก 3 รายการ (ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์คัพ 2018, โตโยต้า ลีก คัพ 2018 และช้าง เอฟเอคัพ 2018)

ถือเป็นปีที่ พวกเขาประสบความสำเร็จมากที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมา เล่นเอาบิ๊กทีมในเมืองไทยหลายๆทีมต้องอิจฉาตาร้อนเหมือนกัน

น่าเสียดาย อเล็กซานเดอร์ กามา จะไม่ได้อยู่กับทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า เพื่อเตรียมรับงาน ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี นั้นก็ทำให้ สาวก “กว่างโซังมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กังวลไม่น้อยกับทิศทางของทีม

ทริปเปิ้ลแชมป์ของสโมสรในฤดูกาล 2018 ก็น่าจะเรียกความมั่นใจให้กับแฟนคลับได้เป็นอย่างดีสำหรับการย่างก้าวสู่ปีที่ 10 ของสโมสร ซึ่งก่อนหน้านี้ เวลาพูดถึงมหาอำนาจลูกหนังไทย ก็จะมีแค่เพียง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แต่นับจากนี้เป็นต้นไป หากเอ่ยถึงยักษ์ใหญ่เมืองไทย ก็ต้องมีชื่อ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน…