ลิเวอร์พูล หงส์แดง เจอร์เกน คล็อปป์ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

ความโหดที่แตกต่าง!! เปรียบเทียบขุมกำลัง หงส์แดง ชุดเกือบแชมป์ vs ชุดปัจจุบัน

Home / sport variety / ความโหดที่แตกต่าง!! เปรียบเทียบขุมกำลัง หงส์แดง ชุดเกือบแชมป์ vs ชุดปัจจุบัน

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ทำผลงานในช่วงออกสตาร์ทซีซั่นได้อย่างร้อนแรงจนแสบทรวง ทำเอาบรรดาสื่อหลายสำนักในต่างประเทศยกให้ หงส์แดง ภายใต้การคุมทัพของ เจอร์เกน คล็อปป์ เป็นหนึ่งในทีมเต็งลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลปัจจุบัน ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันโดยเฉพาะเกมรุกที่จัดว่าอันตรายเป็นอันดับต้นๆของลีกในเวลานี้

จากเหตุผลข้างต้นทำให้วันนี้เรามาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างขุมกำลัง “หงส์แดง” ยุคเกือบเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาล 2013/14 ภายใต้การกุมบังเหียนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่มี (SAS) หลุยส์ ซัวเรซ และแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ช่วยกันกอบโกยประตูจากคู่แข่ง กับ ลิเวอร์พูล ยุคปัจจุบันว่าจะมีความร้ายกาจแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

เปรียบเทียบขุมกำลัง หงส์แดง ชุดเกือบแชมป์ vs ชุดปัจจุบัน

การยืนตำแหน่ง(เกมรุก)

(ชุดเกือบแชมป์)
– ใช้ระบบหน้าคู่มี แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์(ช่วงพีค)ยืนเป็นหน้าเป้า ส่วน หลุยส์ ซัวเรซ เป็นหน้าต่ำ, แผงมิดฟิลด์จัดระบบไดม่อน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก ขนาบข้างไปด้วย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รับบทเป็นมิดฟิลด์ฝั่งขวา, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยืนฝั่งซ้าย กลางรับยังคงใช้งาน สตีเว่น เจอร์ราร์ด ซึ่งฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูล ถล่มตาข่ายคู่แข่งไปถึง 101 ประตู จากทั้งหมด 38 เกมใน พรีเมียร์ลีก (10 นัดแรก ยิงไป17ประตู)

(ชุดปัจจุบัน)
– เล่นในระบบศูนย์หน้า 3 คนมี โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ รับบทเป็นหน้าเป้า แต่บ่อยครั้งลงมาค่อนข้างต่ำเพื่อทำทางให้ ซาลาห์(ขวา) และมาเน่(ซ้าย) ได้มีพื้นที่ในการสอยแนวรับคู่แข่ง ส่วนกองกลาง 3 คนใช้งานแบบหมุนเวียนทั้ง ตัวรับ, ตัวคุมเกม และตัวรุก ซึ่งฤดูกาลนี้ลงเล่นไปแล้ว 10 นัด ซัดตาข่ายชาวบ้านไปได้ 20 ประตูในเกมลีก

รูปแบบการเล่น

(ชุดเกือบแชมป์)
– เน้นการออกบอลแบบเท้าสู่เท้า(ติกิ-ตาก้า) การเดินเกมส่วนใหญ่บอลมาพักที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และค่อยๆลำเลียงขึ้นไปยังแดนหน้า ซึ่งแผงมิดฟิลด์ถือว่ามีความหลากหลายมากกว่ายุคปัจจุบัน

(ชุดปัจจุบัน)
– เน้นการเพรสซิ่งเร็วไล่บีบบอลมาจากคู่แข่ง และดักจังหวะสวนกลับด้วยสปีดของบรรดาแนวรุกตัวจี๊ด และถ้าหากเจอทีมที่มาเน้นตั้งรับก็จะค่อยๆต่อบอลตามช่อง หรือรอให้ฟูลแบ็คทั้งสองฝั่งเติมขึ้นมาเปิดจากริมเส้นเพื่อลุ้นจบสกอร์

ประสิทธิภาพเกมรับ

(ชุดเกือบแชมป์)
– แผงแบ็คโฟร์ “บีร็อด” ใช้งาน เกล็น จอห์นสัน เป็นแบ็คขวา, มาร์ติน สเตอร์เทล จับคู่กับ มามาดู ซาโก้ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นทาง จอน ฟลานาแกน และซิมง มินโญเลต์ คอยเฝ้าเสา ซึ่งเกมรับในยุคนี้บ่อน้ำมัน(ปัญหาหลัก)คือลูกกลางอากาศ และความไม่แน่นอนของคู่เซ็นเตอร์แบ็ค ผลงาน 10 นัดแรกโดนคู่แข่งสอยตาข่ายไป 10 ประตู (ทั้งฤดูกาล 2013/14 โดนกดไปถึง 50 ลูก)

(ชุดปัจจุบัน)
– แผงแบ็คโฟร์เป็นทาง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์(สลับกับ โจ โกเมซ) เซ็นเตอร์แบ็ค โจ โกเมซ(สลับกับ เดยัน ลอฟเรน) จับคู่กับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แบ็คซ้ายเป็น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เข้ามาอุดช่องโหว่ของ โมเรโน่ ส่วนผู้รักษาประตูได้ อลิสซอน เบ็คเกอร์ เข้ามาขจัดความเหว๋อของ คาริอุส ซึ่งแผงหลังของ ลิเวอร์พูล ชุดนี้ถือว่ามีความแน่นอนมากกว่ายุคก่อนๆโดยเฉพาะการเข้ามาของ ฟาน ไดจ์ค ด้วยค่าตัวแพงสุดในโลก(ของกองหลัง)โดยสามารถเก็บกวาดบ่อน้ำมันกลางอากาศที่เคยเป็นปัญหาได้แทบทั้งหมด (ฤดูปัจจุบันลงเล่น 10 นัด เสียไป 4 ประตู)

ทีเด็ดข้างสนาม

(ชุดเกือบแชมป์)
– รายชื่อผู้เล่นสำรองของฤดูกาล 2013/14 แบรด โจนส์, โชเซ่ เอ็นริเก้(เจ็บเป็นส่วนใหญ่), แดเนี่ยล แอ็กเกอร์(ฤดูกาลสุดท้าย), โคโล่ ตูเร่, มาร์ติน เคลลี่, หลุยส์ อัลแบร์โต้, วิคเตอร์ โมเซส(ยืม), ลูคัส เลว่า, โจ อัลเลน, จอร์ดอน ไอบ์, ยาโก้ อัสปาส

(ชุดปัจจุบัน)
– รายชื่อผู้เล่นสำรองของฤดูกาล 2018/19 ซิมง มินโญเลต์, นาธาเนี่ยล ไคลน์, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, โจเอล มาติป, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน(เจ็บ), แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, ดิว็อค โอริกี้, โดมินิค โซลันกี้ (ผู้เล่นในตำแหน่งกองกลาง เจอร์เกน คล็อปป์ ใช้ระบบหมุนเวียนนักเตะจึงไม่มีใครเป็นสำรองแบบตายตัว)

* อย่างไรก็ตามการลุ้นแชมป์ของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลปัจจุบันยังถือว่าไม่ใช่ง่ายเท่าไหร่นัก เมื่อทีมแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง (แข่ง 10 นัด ชนะ8 เสมอ2 / แต้มเท่ากับ ลิเวอร์พูล แต่ลูกได้เสียเหนือกว่า) อีกทั้ง เชลซี และอาร์เซน่อล ก็เป็นอีกสองสโมสรที่มีฟอร์มการเล่นที่ค่อนข้างดี และไม่สามารถมองข้ามไปได้