ฉัตรชัย บุตรพรม บางกอกกล๊าส เอฟซี บีจีเอฟซี สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ฉัตรชัย บุตรพรหม : นายทวารมือทองมูลค่า 10 ล้าน

Home / sport variety / ฉัตรชัย บุตรพรหม : นายทวารมือทองมูลค่า 10 ล้าน

ต้องยอมรับว่า ฉัตรชัย บุตรพรหม คือหนึ่งในดีลที่ฮือฮามากที่สุดของตลาดซื้อขายนักเตะเมืองไทยในฤดูกาลนี้ เมื่อย้ายจาก “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ไปอยู่กับ “บลูแมชชีน” บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมที่เพิ่งตกชั้นไปเล่นในไทยลีก 2 ฤดูกาลหน้า

แม้จะยังไม่มีตัวเลขออกมาแน่ชัดว่า ค่าตัวในการย้ายทีมในครั้งนี้ของ “เจ้าบอย” ฉัตรชัย บุตรพรหม อยู่ที่เท่าไหร่ แต่สื่อทุกสำนักในเมืองไทยการันตีตัวเลขไม่ต่ำกว่า 8 หลัก (สิบล้านบาท) เรียกได้ว่าเป็นนายทวารที่มีค่าตัวสูงสุด 3 อันดับแรกของเมืองไทย เป็นรอง กวินทร์​ ธรรมสัจจานันท์ และ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

เรามักได้ยินผู้บรรยายฟุตบอลทางทรูวิชั่น พูดถึงตัวเขาว่า “นี่คือผู้รักษาประตูที่ยืนบนเส้นแล้วตัวใหญ่ที่สุด” ซึ่งหมายถึงผู้รักษาประตูที่เซฟจุดโทษดีที่สุดของเมืองไทยในเวลานี้ และนอกจากการเซฟจุดโทษก็ยังเซฟลูกยากๆให้กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จนประสบความสำเร็จคว้า 4 แชมป์ในรอบ 2 ปี ที่เฝ้าเสาให้กับทีมดังดินแดนล้านนา

การย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงขนาดนี้ของ “เจ้าบอย” ฉัตรชัย บุตรพรหม ก็ถูกแฟนบอลบางกลุ่มวิจารณ์ไปทางทิศทางที่ว่า “เงินมาผ้าหลุด” แต่เชื่อหรือไม่ว่า เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญทั้งหมดของนายผู้รักษาประตูคนนี้

ก่อนที่เขาจะเซ็นสัญญากับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ฉัตรชัย บุตรพรหม ได้รับข้อเสนอจากสโมสรต่างๆในเมืองไทยในการดึงตัวไปร่วมทีม หลังจากสถานการณ์ของต้นสังกัดเดิมอย่าง โอสถสภาฯ กำลังถึงทางตัน

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ก้าวมาเป็นทีมเจ้าบุญทุ่มเมืองไทย ยืนข้อเสนอชนิดที่สูงให้กับเขา แต่…ยังมีทีมที่ให้ข้อเสนอมากกว่านั้น 2 ใน 5 ทีมที่ยื่นข้อเสนอให้กับ “เจ้าบอย” ฉัตรชัย นั้นมากกว่าที่ “กว่างโซ้งมหาภัย” เสนอไป

ทีมแรก ให้เงินเดือนเท่ากัน แต่ค่าเซ็นสัญญานั้นมากกว่าเกือบ 50% ขณะที่อีกหนึ่งทีม ให้ค่าเซ็นสัญญามากกว่า เชียงรายฯ นิดหน่อย แต่อัพเงินเดือนให้สูงกว่าที่ทีมดังแดนล้านนามอบให้ เป็นส่วนต่างราวๆ 4 หมื่นบาทต่อเดือน เมื่อคูณ 12 เข้าไปก็กินส่วนต่างประมาณครึ่งล้าน

นั่นก็แสดงให้เห็นว่า เงิน ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลของเขา และหนึ่งในสาเหตุที่ ฉัตรชัย บุตรพรหม เลือก สิงห์ เชียงราย ก็คือ ต้องการเป็นแชมป์กับทีมที่ไม่เคยเป็นแชมป์ นับว่าเป็นนายทวารที่ชอบความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง บางทีการเลือกมาอยู่กับ บีจี เอฟซี อาจจะมีอะไรที่เขาต้องการพิสูจน์ก็เป็นได้

ไอ้หนุ่มจากจังหวัดกำแพงเพชร เริ่มเล่นค้าแข้งกับทีมนครสวรรค์​ ก่อนที่จะย้ายเข้ากรุงมาอยู่กับ โอสถสภาฯ ทีมที่เขาเคยมาร่วมฝึกซ้อมสมัยเป็นเยาวชน และที่ โอสถสภาฯ ก็คือการเป็นนักเตะอาชีพแบบจริงๆจังๆ

ฉัตรชัย บุตรพรหม ถูกยกให้เป็นตำนานของ โอสถสภาฯ ในตำแหน่งผู้รักษาประตู หลังจากอยู่รับใช้ทีมมานานถึง 10 ปี แต่เชื่อหรือไม่ว่า เขาเกือบจะไม่ได้เป็นตำนานแห่งค่ายพลังเอ็มแล้ว

ในช่วง 2 ปีแรกในการอยู่กับโอสถสภาฯ ฉัตรชัย บุตรพรหม ได้เพียงแต่ซ้อม ซ้อม ซ้อม และก็ซ้อม ไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย ทำให้เขารู้สึกท้อแท้ จนมีความคิดจะย้ายออกจากทีมเพื่อหาโอกาสในการลงสนาม

วันหนึ่งเขาตัดสินใจเดินเข้าไปบอก “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ผู้ช่วยโค้ชของทีมในเวลานั้นว่าต้องการออกไปอยู่ทีมอื่น ก่อนที่จะถูก “โค้ชเบ๊” ตอบกลับให้อยู่ก่อน พร้อมกับให้เหตุผลว่า ฤดูกาลหน้า โค้ชเบ๊ จะได้ขึ้นมาเป็นเฮดโค้ช และต้องการใช้เขาเป็นมือหนึ่ง นั่นก็ทำให้ ฉัตรชัย บุตรพรหม ตัดสินใจอยู่กับทีมต่อ จนกลายเป็นที่รักของแฟนบอลโอสถสภาฯ

ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกผู้ใหญ่ในสมาคมฟุตบอลกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับการล้มบอล สุดท้ายเขาก็พิสูจน์ตัวเองว่าบริสุทธิ์ จนกลายมาเป็นนายทวารแถวหน้าของเมืองไทยอย่างทุกวันนี้

ในชั่วเวลาที่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ประกาศอำลาทีมชาติ และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ไปค้าแข้งที่ยุโรป ก็ทำให้เขาถูกแฟนบอลชาวไทยเชียร์ให้ ก้าวมาเป็นมือหนึ่งของทีมชาติไทย ในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ครั้งนี้

แน่นอน คู่แข่งในการแย่งตำแหน่งมือหนึ่งทีมชาติก็คือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายทวารจอมหนึบของ บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด ที่ไม่ว่า ราเยวัช จะเลือกใครก็เหมาะสมด้วยประการทั่งปวง

ฉัตรชัย บุตรพรหม ในวัย 31 ปี นายทวารที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ยังสามารถกวาดถ้วยแชมป์มาประดับบารมีได้อีกเยอะ โดยเฉพาะเป้าหมายแรกก็คือการพาทีมชาติไทยป้องกันแชมป์อาเซียน ที่จะเป็นเกียรติประวัติแรกในการรับใช้ทีมชาติชุดใหญ่