KHK Heroes mma คาลิด บิน ฮาหมัด อัล คาลิฟา ดาวน์ซินโดรม โมฮัมเหม็ด บูฮาซา

เป็นมากกว่ากีฬา เมื่อเด็กพิเศษได้โอกาสทำตามฝัน ด้วยการขึ้นเวทีกรงเหล็ก MMA

Home / sport variety / เป็นมากกว่ากีฬา เมื่อเด็กพิเศษได้โอกาสทำตามฝัน ด้วยการขึ้นเวทีกรงเหล็ก MMA

สำหรับเด็กดาวน์ซินโดรมคนหนึ่ง การทำตามความฝันด้วยการขึ้นเวทีกรงเหล็ก MMA หรือศิลปะการป้องกันตัวแบบผสมผสาน อาจเป็นอะไรที่ยากเกินเอื้อม แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีหนทางที่ทำให้ฝันนั้นเป็นจริงขึ้นมาได้

เมื่อวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นวันที่ โมฮัมเหม็ด บูฮาซา จะต้องจดจำไปตลอดชีวิต ในฐานะเด็กหนุ่มดาวน์ซินโดรมที่ได้ขึ้นชกในเวที MMA ที่เขารัก ในศึก KHK Heroes ที่บาห์เรน โดยเป็นการประลองฝีมือกับ คาลิด บิน ฮาหมัด อัล คาลิฟา หนึ่งในสมาชิกของราชวงศ์ อัล คาลิฟา ผู้ชื่นชอบในศิลปะการต่อสู้ และได้ก่อตั้งศึกครั้งนี้ขึ้นมา รวมถึงทีม KHK MMA Bahrain Fight Team ด้วย

ชีค คาลิด วัย 29 ปี ได้ส่งคำเชิญเป็นการส่วนตัวไปยัง บูฮาซา เพื่อมาร่วมฝึกซ้อมเตรียมตัวขึ้นเวทีครั้งนี้กับทีมของเขา ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยโค้ชมืออาชีพของวงการ แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามันไม่ใช่แค่โชว์ปาหี่เพื่อเรียกเรตติ้งเพียงเท่านั้น แต่มันยังเป็นความตั้งใจที่จะให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้เรียนรู้และฝึกฝนในสิ่งที่จำเป็นก่อนที่จะได้ทำตามความฝันด้วย

อาลา อิซา หนึ่งในเทรนเนอร์ชั้นนำของบาห์เรนกล่าวว่าเขาได้เตรียมความพร้อมให้กับ บูฮาซา อย่างเต็มที่ ด้วยการฝึกซ้อมที่เข้มข้นตลอดทั้ง 3 สัปดาห์ก่อนโปรแกรมขึ้นเวที ขณะที่ เอลดาร์ เอลดารอฟ เฮดโค้ชของทีม KHK MMA ก็ได้กล่าวว่าการที่จะทำให้ บูฮาซา มีความสุขได้นั้น จะต้องผ่านการเรียนรู้วิธีการเอาชนะ ชีค คาลิด ให้ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งตลอดการฝึกซ้อมที่ผ่านมานั้น มันก็ทำให้ทุกๆ คนรู้สึกมีความสุขอิ่มเอมใจกันเป็นอย่างมาก

อันที่จริงแล้วการเปิดโอกาสให้เด็กพิเศษได้ขึ้นเวที MMA ตามความฝันก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่อะไร เพราะเมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมา ดิเอโก้ ซานเชซ นักสู้ UFC ก็ได้สานฝันให้เด็กหนุ่มที่ชื่อว่า ไอแซ็ค มาร์เกซ ได้ประลองฝีมือบนเวทีกรงเหล็ก 8 เหลี่ยมกับเขามาแล้ว

ในครั้งนั้น มาร์เกซ เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ด้วยท่าซับมิชชั่น แม้ว่ามองมุมไหนก็ดูออกว่ามันเป็นกึ่งๆ การแสดง แต่ความสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นเลย ผู้ชมทั้งสนามพากันตะโกนเกรียวกราวพร้อมปรบมือให้กับเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่ได้ทำตามความฝันของเขา นี่แหละคือเรื่องทำให้ใครต่อใครต่างก็รู้สึกยินดี

นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับ บูฮาซา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อมองเข้าไปในแววตาของเขาก็น่าจะสัมผัสได้ชัดเจนว่ามันเอ่อล้นไปด้วยความสุขขนาดไหน สองมือที่เขาชูขึ้นมามันไม่ใช่สัญลักษณ์ของชัยชนะบนเวทีเท่านั้น แต่มันยังเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในทุกๆ ด้าน ความสำเร็จที่ได้ทำตามความฝันที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ให้เป็นจริงขึ้นมา

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คือ ถ้าหากว่า บูฮาซา ยังอุตส่าห์ฝึกซ้อมนานถึง 3 สัปดาห์ เพื่อทำให้ฝันที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้ขึ้นมา แล้วทำไมความฝันของเราที่มันยังมีทางเป็นไปได้ เราจะไม่ลองพยายามทำมันให้ถึงที่สุดดูบ้างล่ะ?

 

เครดิตภาพ: KHK MMA Bahrain

ขออนุญาตใช้เนื้อหา