พัทยา ยูไนเต็ด สมุทรปราการ ซิตี้

ปิดตำนานพัทยา… แก่นแท้ของความยุติ มันเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ?

Home / sport variety / ปิดตำนานพัทยา… แก่นแท้ของความยุติ มันเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ?

สิ้นเสียงนกหวีดลากยาวของ ฑีธิชัย นวลจันทร์ ที่ส่งสัญญาณว่าการแข่งขันฟุตบอลได้จบลงแล้ว ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างปกติสำหรับเกมโตโยต้าไทยลีก คู่ที่ 271 ระหว่าง พัทยา ยูไนเต็ด กับ ราชบุรี มิตรผล (22 ก.ย.61) โดยผลจบลงด้วยการเสมอกัน 2-2

มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่า นั้นคือเกมนัดสุดท้ายของสโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ในการเล่นที่สนามหนองปรือ สเตเดี้ยม และก็มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่า พัทยา ยูไนเต็ด กำลังจะกลายเป็นตำนานในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ข่าวการย้ายรังเหย้าจาก หนองปรือ สเตเดี้ยม (พัทยา) ไปสู่สนามการกีฬาแห่งประเทศไทย บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย รวมไปถึงการเปลี่ยนชื่อทีมไปเป็น เค สปอร์ต สมุทรปราการ จนทำให้แฟนบอลทั่วไป ให้ความสนใจเรื่องนี้ และบรรดานักข่าวก็ทำการขุดคุ้ยกันรายวัน

กระทั่งสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ได้ส่งจดหมายถึงสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อรับรองการเปลี่ยนชื่อของ 2 สโมสรในโตโยต้าไทยลีก มีการถูกนำเสนอ ทุกคนจึงได้รู้ว่า ข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านั้นเป็นจริง

พัทยา ยูไนเต็ด เปลี่ยนชื่อเป็น สมุทรปราการ ซิตี้ พร้อมกับย้ายมาเล่นที่ กกท.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ถือเป็นการปิดตำนานสโมสรพัทยา ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ ซึ่งจริงๆ แก่นแท้ของ พัทยา ยูไนเต็ด ยุติลงไปเมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว

จุดเริ่มต้นของสโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ก็เริ่มมาจาก ทีมสุขาภิบาลตำบลบางพระ ที่ส่งแข่งในฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ประเภท ง. ในปี 2530 ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น สโมสรฟุตบอลตำบลบางพระในปี 2542 และก็สามารถยกระดับมาเล่นในถ้วยพระราขทาน ข.

ปี 2544 สโมสรเทศบาลตำบลบางพระ คว้าแชมป์ถ้วยพระราชทาน ข. พร้อมกับได้สิทธิ์มาเล่นในศึกฟุตบอลดิวิชั่น 1 และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทีมอย่างแท้จริง โดยมี พันธ์ศักดิ์ เกตุวัตถา เป็นแม่แรงใหญ่ โดยได้ ผู้ใหญ่ในจังหวัดชลบุรี หนุนอีกแรง

การดีลกับ “โค้ก” เข้ามาเป็นผู้สนับสนุน ก็ทำให้พวกเขามีงบประมาณการทำทีมที่สูงขึ้น มีการเสริมนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทีม พร้อมกับเปลี่ยนชื่อทีมเป็น โค้ก เทศบาลตำบลบางพระ พร้อมกับคว้ารองแชมป์สาย A ของฟุตบอลดิวิชั่น 1 ก่อนจะได้อันดับ 3 พร้อมกับได้สิทธิ์เลื่อนชั้นสู่ไทยลีกในปี 2551 ได้สำเร็จ

ปีแรกในการเล่นไทยลีก พวกเขามีนักเตะดังๆ ไม่กี่คน อิทธิ์พล พูลทรัยพ์, ธนา ชะนะบุตร, วิมล จันทร์คำ และ กอบเดช ชอบมโนธรรม เป็นตัวชูโรง ส่วนที่เหลือก็แทบจะโนเนมทั้งหมด ก่อนที่จะจบในอันดับ 11 อย่างเหนือความคาดหมาย

ปี 2552 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสโมสรแห่งนี้ เมื่อตามระเบียบของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ให้สโมสรจดทะเบียบเป็นนิติบุคคล พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น พัทยา ยูไนเต็ด และมีการย้ายสนามจาก “โค้ก-จำลองเสมอวงษ์” มาเป็น เทศบาลหนองปรือ

พัทยา ยูไนเต็ด ก็ยืนหยัดสู้กับทีมอื่นจนอยู่รอดในลีกสูงสุดมาโดยตลอด กระทั่งในปี 2013 พวกเขาจบในอันดับ 17 ของตารางจนต้องตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่น 1 อีกครั้ง และดูเหมือนว่าจะเกิดปัญหาต่างๆมากมายในทีมโดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ สุดท้ายกลุ่มบริษัทอินิกมา สปอร์ต เวนเจอส์ เข้ามาดูรับช่วงต่อดูแลทีม พร้อมกับทำผลงานคว้ารองแชมป์ดิวิชั่น 1 เลื่อนชั้นกลับสู่ไทยลีกได้สำเร็จ

ทุกอย่างกำลังไปได้ดี ก็มีปัญหาอีกครั้ง ทำให้ อินิกมา สปอร์ต เวนเจอส์ แยกตัวออกไป ทำทีมพัทยา อินเตอร์ ทำให้ เจ้าของสิทธิ์ทำทีมที่แท้จริงต้องประกาศขายทีมในราคา 60 ล้านบาท

สุดท้าย พัทยา ยูไนเต็ด ก็ถูก กลุ่มเกียรติธานี เข้ามาเทคโอเวอร์เข้ามาบริหารทีม ซึ่งมีความตั้งใจจะย้ายรังเหย้าตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังติดเรื่องการดำเนินการด้านต่างๆ สุดท้าย การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นในปีนี้ โดยมีกลุ่มการเมืองใหญ่อยู่เบื้องหลัง ?

การเปลี่ยนสถานะพร้อมกับย้ายที่อยู่ในครั้งนี้ก็ส่งผลกระทบต่อแฟนบอลของทีม ที่หากต้องการเชียร์ทีมรักต่อ ก็ต้องเดินทางไปยังจังหวัดสมุทรปราการ ที่ระยะทางไม่ใช่น้อยๆ ก็ไม่ต่างไปจากการโดนเท เพราะจะให้เดินทางไกลไปเชียร์บอล เลิกเลยซะดีกว่า ที่สำคัญ มันไม่มีคำว่า พัทยา อีกต่อไปแล้ว