ทีมชาติไทย สรรวัชญ์ เดชมิตร เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018

สรรวัชญ์ เดชมิตร : จากลูกเป็ดขี้เหร่… สู่พญาหงส์ติดปีก

Home / sport variety / สรรวัชญ์ เดชมิตร : จากลูกเป็ดขี้เหร่… สู่พญาหงส์ติดปีก

นี่คือหนึ่งในตัวเต็งในการคว้าตำแหน่ง MVP ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018 หลังจากระเบิดฟอร์มเทพในการบัญชาเกมแดนกลางให้กับทีมชาติไทย เวลานี้ สรรวัชญ์ เดชมิตร มิดฟิดล์สายพันธุ์สโลว์ไลฟ์กำลังเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนบอลช้างศึก

กว่าที่เขาจะมาถึงจุดนี้ก็ผ่านเสียงวิจารณ์ และคำสบประมาทจากแฟนบอลชาวไทยมานักต่อนัก หากเป็นคนอื่นๆก็คงยอมแพ้ไปแล้ว แต่ไม่ใช่สำหรับ “เจ้าแคมป์” สรรวัชญ์ เดชมิตร ที่วันนี้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า เขาคือ ของจริง

 

นักเตะที่เริ่มต้นค้าแข้งในฟุตบอลเอส-ลีก ประเทศสิงคโปร์ กับทีมแทมปิเนส โรเวอร์ส ตั้งแต่อายุ 19 ปี แสดงให้เห็นว่าฝีเท้าของเขาไม่ธรรมดาจนกลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดของวงการลูกหนังไทย เมื่อ 10 ก่อน

 

 

ปี 2009 ฟุตบอลไทยลีกที่เริ่มบูมขึ้น หลายๆทีมก็พยายามดึงนักเตะฝีเท้าดีมาอยู่ในทีม โดยเฉพาะบรรดานักเตะที่ค้าแข้งในต่างแดนก็เริ่มทยอยกลับเมืองไทยเมื่อเม็ดเงินในการจ้างงานนั้นมากขึ้น สรรวัชญ์ เดชมิตร ก็ย้ายกลับมาอยู่กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมหัวแถวของไทยลีก ที่เพิ่งเทคโอเวอร์ ธ.กรุงไทย มาสดๆร้อนๆ

 

 

“เจ้าแคมป์” ในสีเสื้อ บางกอกกล๊าส เอฟซี ดูจะไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่เบสิคลูกหนังของเขานั้นเหนือชั้นกว่าอีกหลายๆคนในทีม แต่ด้วยความที่เขาเป็นนักเตะที่มีภาพลักษณ์ไม่ค่อยกระหายในการเล่นฟุตบอล หรือพูดภาษาแฟนบอลก็คือ ไม่ค่อยช่วยเพื่อนวิ่งไล่แย่งบอลนั้นเอง สไตล์เช่นนี้ก็ทำให้หลายคนอาจจะไม่ชอบ โดยเฉพาะสตาฟฟ์โค้ช

 

 

แถมการไปรับใช้ทีมชาติไทยในชุด ยู-23 ของศึกเอเชียนเกมส์ ​2010 ที่ควรจะเป็นทัวร์นาเมนต์แจ้งเกิดแต่กลายเป็นแจ้งดับในสารบบทีมชาติ เมื่ออยู่ในช่วงวัยรุ่นมีความใจร้อนจนทำให้ควบคุมอารมย์ไม่ค่อยอยู่ นั้นก็ทำให้ บางกอกกล๊าส เอฟซี ปล่อยเขาออกจากทีม

 

บีอีซี เทโร เป็นทีมที่ขอรับช่วงต่อเมื่อเห็นในศักยาภาพของเขา ซึ่ง “มังกรไฟ” ก็ได้ของดีไปอยู่กับทีม และ “เจ้าแคมป์” ก็เริ่มกลับมาทำผลงานในสนามได้อย่างยอดเยี่ยม จนก้าวเป็นแกนหลักของสโมสร และฟอร์มอันโดดเด่นของเจ้าตัวในปี 2013 กับ บีอีซี เทโร ก็ทำให้ แบงค็อก ยูไนเต็ด ดึงตัวเขามาร่วมทีม

 

 

การย้ายมาอยู่กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในปี 2014 หลายคนก็กังวลต่อตัวเขามากขึ้น เมื่อ “แข้งเทพ” จ่ายค่าเหนือยให้เขาค่อนข้างสูง และชีวิตนอกสนามของเจ้าตัวที่มีข่าวออกมาตลอดชีวิตการค้าแข้ง ก็เป็นสิ่งที่ใครต่อใครกลัว และเป็นเรื่องยากที่จะหยุดเขา

 

 

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือแซมบ้าผู้เข้าอกเข้าใจธรรมชาติของนักเตะไทย เข้าค่อยๆดึงศักยภาพของ “เจ้าแคมป์” ออกมาชนิดที่มิดฟิลด์อัจฉริยะคนนี้ไม่ต้องปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวเอง แต่ มาโน่ ปรับจูนเขาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีของทีม และปรับทีมให้เล่นร่วมกับเขา นั้นจึงทำให้ ทรู แบงค็อก ก้าวจากทีมกลางๆตารางมาอยู่ในกลุ่มแถวหน้า

 

 

“เจ้าแคมป์” มีฟอร์มการเล่นในสนามที่ดีขึ้น และการใช้ชีวิตก็ดีขึ้นตามลำดับ จนวันหนึ่งเขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำมาตลอดก่อนหน้านั้นไม่ใช่เรื่องดี ก่อนที่จะเริ่มปรับสไตล์การใช้ชีวิตใหม่ ข่าวด้านลบต่างๆก็เริ่มน้อยลง

 

หลังจบฤดูกาล 2014 “เจ้าแคมป์” คนใหม่ก็ถือโอกาสเปลี่ยนชื่อจาก วิชะยา เดชมิตร มาเป็น สรรวัชญ์ เดชมิตร ซึ่ง สรรวัชญ์ อ่านออกเสียงว่า “สอน-รา-วัด” ที่มีความหมายว่า “มีอำนาจพิเศษ”

 

 

นักเตะไทยหลายคนพยายามเปลี่ยนชื่อให้ชีวิตดีขึ้น แต่ก็ดูจะกลับไปสู่วังวนเดิมๆ ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ แต่สำหรับ “เจ้าแคมป์” พอเปลี่ยนชื่อใหม่ก็ปรับตัวใหม่ด้วย ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นฟุตบอลของเจ้าตัวที่ดีวันดีคืน

 

 

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด อาจจะมีนักเตะซุปเปอร์สตาร์หลายคนวนเวียนกันมาอยู่ในทีม แต่…นักเตะที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของทีมก็หนีไม่พ้น สรรวัชญ์ เดชมิตร ไปเสียแล้ว จะบอกว่านี่คือเจ้าชาย “แข้งเทพ” ก็คงไม่ผิดนัก

 

 

ฟอร์มอันร้อนแรงของเขาในระยะหลังก็ทำให้มีชื่อติดทีมชาติไทยตั้งแต่ยุค “โค้ชซิโก้เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แต่ด้วยตำแหน่งมิดฟิลด์ที่มีแต่นักเตะดีๆเต็มไปหมด ทำให้เขาไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามสักเท่าไหร่ บางทีพอจะได้ลงสนามก็ถูกแฟนบอลชาวไทยต่อต้าน

 

 

ก่อนที่จะเข้าสู่ยุค มิโลวาน ราเยวัช เทรนเนอร์ชาวเซอร์เบีย สรรวัชญ์ ก็ยังถูกเลือกมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทย และได้รับโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ แต่ด้วยสไตล์บอลของเขา ดูจะเป็นที่ขัดใจแฟนบอลพอสมควร แถมโค้ชคีย์บอร์ดก็มักจะโจมตีเขาอยู่เสมอในวันที่ฟอร์มไม่ดี หรือเล่นไม่ถูกใจ

 

 

คีย์แมนหรือจอมทัพของทีมชาติไทยในระยะหลังๆ มักจะเป็น เมสซี่เจชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่แบกภาระไว้อยู่เพียงคนเดียว ชนิดที่ว่า อะไรๆก็ “เจ” แต่ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 หนนี้ แฟนบอลชาวไทยก็ได้เห็นแล้วว่า ตำแหน่งจอมทัพนั้น ยังมีตัวเลือกอีกมาก โดยเฉพาะ “เจ้าแคมป์” สรรวัชญ์ เดชมิตร ที่เล่นได้โดดเด่นเหลือเกิน

 

วันนี้เขากลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนบอลชาวไทยไปแล้ว แม้ว่าจะมีข่าวออกมาจากปากเจ้าตัวให้เชิญไปด่าเขาในสนาม แต่นั้นก็เพื่อกระตุ้นแฟนบอลให้เข้าไปให้กำลังในเพื่อนพ้องนักเตะของทีม ไม่น่าเชื่อว่าจากคนที่ถูกแฟนบอลโห่ใส่ ด่า วิจารณ์อย่างหนัก จะกลายเป็น คนที่ถูกแฟนบอลไทยตั้งความหวังในการพาทีมป้องกันแชมป์ซูซูกิ คัพ หนนี้

 

จากลูกเป็ดขี้เหร่ในอดีต…วันนี้ สรรวัชญ์ คือ พญาหงส์ติดปีก ผู้จะพา “ช้างศึก” คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018