คลาส-แยน ฮุนเตล่าร์ ซามูเอล อุมติตี้ มาริโอ มานด์ซูคิช ลีรอย ซาเน่ อังเคล ดิ มาเรีย เซอร์ดาน ชาร์กิรี แชมเปี้ยนส์ ลีก

คนคุ้นหน้า! ส่องผลงาน 6 แข้งที่ได้หวดทีมเก่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม

Home / sport variety / คนคุ้นหน้า! ส่องผลงาน 6 แข้งที่ได้หวดทีมเก่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม

เรียกได้ว่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม เป็นเหมือนปาร์ตี้ฉลองกลับถิ่นเก่าของผู้เล่นหลายรายเลยทีเดียว มาดูกันว่าแข้งคนไหนได้ดวลกับอดีตต้นสังกัดบ้าง

ผลจับสลาก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งผลมีดังนี้ ชาลเก้ พบ แมนฯ ซิตี้ , แอตฯ มาดริด พบ ยูเวนตุส , แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เปแอสเช , สเปอร์ส พบ ดอร์ทมุนด์ , ลียง พบ บาร์เซโลน่า , โรม่า พบ ปอร์โต้ , อาแจ็กซ์ พบ เรอัล มาดริด และ ลิเวอร์พูล พบ บาเยิร์น

ซึ่งมีผู้เล่นถึง 6 รายที่มีโอกาสได้ดวลกับอดีตต้นสังกัดที่พวกเขาเคยค้าแข้งด้วย พวกเขาที่ว่าเหลานี้มีใครกันบ้างไปดูกันเลย!

ลีรอย ซาเน่

ลีรอย ซาเน่

บุตรชายของอดีตดาวยิงทีมชาติเซเนกัลและอดีตนักยิมนาสติกลีลาหญิงชาวเยอรมัน เริ่มต้นฝึกซ้อมกับ ชาลเก้ 04 ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ก่อนจะพัฒนาฟอร์มการเล่นขึ้นมาเรื่อยๆ จนได้โอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่เกมแรกด้วยวัยเพียง 18 ปี เมื่อช่วงปลายฤดูกาล 2013/14 ก่อนผงาดขึ้นทีมชุุดใหญ่ของ “ราชันสีน้ำเงิน” แบบเต็มตัวในฤดูกาล 2015/16 ด้วยผลงาน 9 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์รวมทุกรายการ ขึ้นแท่นปีกเนื้อหอมเบอร์ต้นๆ ของยุโรปในทันที

ซาเน่ เลือกที่จะปฏิเสธ อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล เพื่อย้ายมาเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2016 ด้วยค่าตัว 37 ล้านปอนด์ พร้อมออพชั่นเสริมอีกราว 9.5 ล้านปอนด์ ปีกชาวเยอรมันกับเรือใบสีฟ้าดีวันดีคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลที่สองบนเวที พรี เมียร์ ลีก ซาเน่ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมยิงไป 14 ประตู กับอีก 19 แอสซิสต์ รวมทุกรายการ พา แมนฯ ซิตี้ คว้าดับเบิลแชมป์ (พรีเมียร์ ลีก และ ลีก คัพ) พร้อมรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี 2018 ของทางสมาคมผู้เล่นอาชีพเมืองผู้ดี

ทัศนคติทั้งในและนอกสนามทำให้ ซาเน่ ต้องหลุดจาก ทีมชาติเยอรมัน ในชุดปป้องกันแชมป์โลกที่ผ่านมา รวมถึงถูก เป๊ป กวาร์ดิโอล่าร์ เมินในช่วงต้นฤดูกาล แต่ล่าสุด ซาเน่ กลับมามีชื่อในทีมอีกครั้ง และยิง 8 ประตู กับอีก 9 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 19 เกมให้กับ พรีเมียร์ ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้

ซึ่งนี่จะเป็นครั้งแรกที่ ซาเน่ จะกลับไปยังถิ่นอารีน่า เอาฟ์ชาร์ลเก้ ในฐานะผู้เล่นเรือใบสีฟ้า…

ผลงานในการเล่นให้กับทั้งสองทีม (รวมทุกรายการ)
ชาร์ลเก้ 04 : 57 เกม – ยิง 13 จ่าย 8
แมนฯ ซิตี้ : 117 เกม – ยิง 34 จ่าย 40

…..

 

มาริโอ มานด์ซูคิช

มาริโอ มานด์ซูคิช

ดาวยิงโครแอตผ่านการเล่นให้กับ แอตเลติโก้ มาดริด ในฤดูกาล 2014/15 เพียงฤดูกาลเดียว ก่อนจะถูก ยูเวนตุส ดึงตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ ในฤดูกาลต่อมา ผากผลงานให้กับทัพตราหมีไว้ที่ 20 ประตู จาก 43 เกม รวมทุกรายการ

สามฤดูกาลแรกกับ “ม้าลาย” ดาวยิงวัย 32 ปี ลงเล่นเป็นตัวหลักมาโดยตลอดและกวาดดับเบิลแชมป์สามปีรวด (กัลโช่ ซีเรีย อา 3 สมัย และ โคปปา อิตาเลีย อีก 3 สมัย) เช่นเดียวกับฤดูกาลนี้ การเข้ามาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้สั่นคลอนเรื่องตำแหน่งตัวจริงของแข้งรายนี้แต่อย่างใด ลงสนาม 18 เกม และยิงไปแล้ว 8 ประตู

สำหรับ มานด์ซูคิช ยังไม่เคยดวลกับ แอต, มาดริด สักครั้ง แต่เคยดวลกับ ยูเวนตุส สมัยค้าแข้งกับ “ตราหมี” ในฤดูกาล 2014/15 ซึ่งเจ้าตัวลงสนามทั้ง 2 เกมที่ทั้งสองทีมพบกันในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

ผลงานในการเล่นให้กับทั้งสองทีม (รวมทุกรายการ)
แอต.มาดริด : 43 เกม – ยิง 20 จ่าย 5
ยูเวนตุส : 152 เกม – ยิง 43 จ่าย 23

…..

 

อังเคล ดิ มาเรีย

อังเคล ดิ มาเรีย

ในปี 2014 แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มแหลกกว่า 67.5 ล้านปอนด์ ในการดึงตัว ดิ มาเรีย ที่เวลานั้นไม่เป็นที่ต้องการของ เรอัล มาดริด มาร่วมทีม ด้วยความหวังจากสาวกปีศาจแดงที่จะใช้ฝีเท้าและประสบการณ์มายกระดับให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า! ภายใต้การทำทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล ไม่ว่าจะทั้งโอกาสลงสนามและการปรับตัวเข้ากับทีม

สุดท้าย ดิ มาเรีย ใช้เวลาในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพียงฤดูกาลเดียว ด้วยผลงาน ยิง 4 จ่าย 12 ก่อนเก็บกระเป๋าย้ายไปยัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่เหมือนตกถังข้าวสารในเวลานั้น ด้วยค่าตัวราว 56.7 ล้านปอนด์

ในถิ่นปาร์ค เดส์ แปร็งซ์ แข้งอาร์เจนไตน์ได้ลงสนามมาโดยตลอดท่ามกลางแข้งฝีเท้าดีที่ตบเท้าเข้ามาเรื่อยๆ และนี่จะเป็นโอกาสที่ ดิ มาเรีย จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าแท้ที่จริงแล้ว ฟาน กัล ใช้งานเขาไม่เป็นมากกว่า

ผลงานในการเล่นให้กับทั้งสองทีม (รวมทุกรายการ)
แมนฯ ยูไนเต็ด : 32 เกม – ยิง 4 จ่าย 12
เปแอสเช : 167 เกม – ยิง 60 จ่าย 64

…..

 

ซามูเอล อุมติตี้

ซามูเอล อุมติตี้

ลูกครึ่งฝรั่งเศส-แคเมอรูนเป็นเยาวชนฝึกหัดของ โอลิมปิก ลียง ตั้งแต่ 9 ขวบ ก่อนจะได้ประเดิมชุดใหญ่ในวัยไม่ครบ 18 ปีดิบดี ก่อนทำผลงานเกินวัยในการคุมแนวรับให้กับ ลียง อย่างต่อเนื่อง ลง 170 เกม ยิง 5 ประตู ตลอดห้าฤดูกาล จนสุดท้าย บาร์เซโลน่า ดึงตัวไปร่วมทีมในปี 2016 ด้วยค่าตัว 22.5 ล้านปอนด์

อุมติตี้ สามารถยึดตัวจริงในถิ่นคัมป์ นู ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ลงเล่น แต่ในฤดูกาลนี้เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า และพยายามกลับมาลงสนามให้ได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะเกมที่พบกับทีมเก่าอย่าง ลียง ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

ผลงานในการเล่นให้กับทั้งสองทีม (รวมทุกรายการ)
โอลิมปิก ลียง : 170 เกม – ยิง 5 จ่าย 3
บาร์เซโลน่า : 91 เกม – ยิง 2 จ่าย 1

…..

 

คลาส-แยน ฮุนเตล่าร์

คลาส-แยน ฮุนเตล่าร์

อดีตดาวรุ่งพุ่งแรงชาวดัตช์ที่สร้างชื่อกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยผลงาน 33 ประตู จาก 34 เกมในลีกกังหัน ฤดูกาล 2007/08 จนถูก เรอัล มาดริด ดูดไปร่วมทีมในเดือนมกราคม ปี 2009 ด้วยค่าตัว 24.3 ล้านปอนด์ แต่เจ้าตัวกลับเล่นให้ “ราชันชุดขาว” ได้เพียงครึ่งฤดูกาล ก่อนถูกขายไปให้ เอซี มิลาน และ ชาร์ลเก้ 04 ในเวลาต่อมา

“เดอะ ฮันเตอร์” ลงเล่นให้ ชาร์ลเก้ 04 ถึง 6 ฤดูกาล กระซวกตาข่ายไปถึง 126 ประตู จาก 240 เกม รวมทุกรายการ ก่อนจะหอบกระเป๋ากลับ อาแจ็กซ์ อีกครั้งในปี 2017 ปัจจุบัน ฮุนเตล่าร์ ในวัย 35 ปี ยังคงได้รับโอกาสลงต่อเนื่อง รวมถึงลุ้นลงสนามใน เกมกับ เรอัล มาดริด ซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัดเก่าของเขาด้วยเช่นกัน

ผลงานในการเล่นให้กับทั้งสองทีม (รวมทุกรายการ)
เรอัล มาดริด : 240 เกม – ยิง 126 จ่าย 35
อาแจ็กซ์ : 199 เกม – ยิง 133 จ่าย 36

…..

 

เซอร์ดาน ชาร์กิรี

เซอร์ดาน ชาร์กิรี

ตัวรุกหุ่นมะขามข้อเดียวกลายเป็นที่ต้องการของหลายสโมสรสมัยที่โชว์ฟอร์มกับ บาเซิล ก่อนเป็น บาเยิร์น มิวนิค ที่ได้ลายเซ็นเขาไป ผลงานของ ชาร์กิรี กับเสือใต้มักจะอยู่บทบาทของตัวอะไหล่เป็นส่วนใหญ่ และลงเล่นเพียง 2 ฤดูกาลครึ่ง ก่อนจะย้ายไป อินเตอร์ มิลาน ในช่วงปีใหม่ 2015 และที่นั่นฟอร์มของเขาดิ่งลงเหว จนปล่อยให้ สโต๊ก ซิตี้ ไปใช้งานต่อ ซึ่งเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ไม่น้อย

ในทีมช่างปั้นหม้อ ชาร์กิรี เหมือนเป็น “เดอะ แบก” ให้กับทีม จนต้องออกมาประกาศศักดาว่า “ฝีเท้าะดับผมมันดีเกินกว่าจะเล่นให้ที่นี่” และแล้ว สโต๊ก ก็ตกชั้น ซึ่งเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้ตัวเขาไปร่วมทีมด้วยค่าตัวที่ถูกแสนถูกราว 13 ล้านปอนด์ ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยย้ายมาร่วมทีม แต่ถูกทาง บาเยิร์น มิวนิค กันท่าเอาไว้

ช่วงแรก ชาร์กิรี แทบจะไม่ได้รับโอกาสจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ สักเท่าไหร่ แต่เมื่อสั่งสมบทเรียนจากกุนซือเยอรมัน เขาเริ่มถูกปล่อยตัวลงไปสร้างผลงาน และทำมันได้ดี! โดยลงสนามในลีกไปแล้ว 13 เกม ยิง 5 ประตู ซึ่ง 2 ประตูมาจากเกม “แดงเดือด” ที่ยิงใส่จนเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 นั่นเอง

และนี่เป็นโอกาสอันดีที่เขาจะกลับไปพิสูจน์ฝีเท้าว่า “เสือใต้” คิดผิดที่เมินเขาในครั้งอดีต

ผลงานในการเล่นให้กับทั้งสองทีม (รวมทุกรายการ)
บาเยิร์น มิวนิค : 81 เกม – ยิง 17 จ่าย 19
ลิเวอร์พูล : 25 เกม – ยิง 6 จ่าย 3