ทีมชาติไทย มิโลวาน ราเยวัช วรวุธ ศรีมะฆะ วิทยา เลาหกุล อนุรักษ์ ศรีเกิด เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เอเชียนคัพ 2019

นอกจากชื่อฉัน มีสิ่งอื่นอีกไหม : ส่อง 5 แคนดิเดตตัวเต็งกุนซือ ‘ช้างศึก’ คนใหม่

Home / sport variety / นอกจากชื่อฉัน มีสิ่งอื่นอีกไหม : ส่อง 5 แคนดิเดตตัวเต็งกุนซือ ‘ช้างศึก’ คนใหม่

ท่ามกลางวิกฤตใหญ่ของวงการฟุตบอลไทย หลังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ สั่งปลด มิโลวาน ราเยวัช ออกจากตำแหน่งกลางทัวร์นาเมนท์ เอเชียนคัพ 2019 หากเป็นเช่นนั้น เท่ากับว่า ทีมชาติไทย เตรียมมีหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ เข้ามาแทนที่แบบถาวร

และนี่คือ 5 กุนซือตัวเต็งที่อาจตบเท้าเข้าพบ ส.บอลไทย แล้วคุณอยากเห็นใครนั่งเฮดโค้ชช้างศึกคนใหม่…

 

 

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
อายุ : 44 ปี  สถานะ : ว่างงาน

 

เต็งห่ามของงานนี้คงหนีไม่พ้น “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือที่แฟนบอลคิดถึงมากที่สุด ทั้งในแง่ของการรูปแบบการเล่นอินเตอร์เทรน ไปจนถึงผลงานในอดีตที่ผ่านมา และการวางตัวจนเป็นขวัญใจมหาชน

โค้ชซิโก้ เป็นผู้ปลุกกระแสวงการฟุตบอลไทยในยุคล่าสุด เขาสร้างชื่อในระดับนานาชาติ เริ่มต้นจาก ทีมชาติไทย U-23 จนขยับขึ้นสู่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นการต่อบอล สวยงาม จนประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ ซีเกมส์ 2013, คว้าอันดับ 4 เอเชียนเกมส์, คว้าแชมป์คิงส์คัพ 2 สมัย, คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2 สมัย รวมถึงมีส่วนสำคัญพา ช้างศึก ผ่านเข้ามาเล่นเอเชียนคัพ 2019 รอบสุดท้าย ในรอบ 12 ปี จากผลงานผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย

อย่างไรก็ตาม อย่างที่ทราบด้วยความสัมพันธ์ของ ซิโก้ กับนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลไทย ในปัจจุบัน แม้ไม่ถึงขั้นแตกหัก แต่ก็ไม่ลงรอยกันนัก โอกาสที่กุนซือโปรไฟล์หรูรายนี้ จะตกลงเซย์เยสยังมีความเป็นไปได้ หากกระแสแฟนบอลชาวไทยเรียกร้อง การเปิดใจคุยกัน และรายละเอียดข้อตกลงค่าจ้างที่ต้องไม่น้อยกว่ากุนซือชาวเซิร์บ

 

 

วรวุธ ศรีมะฆะ
อายุ : 47 ปี  สถานะ : ว่างงาน

 

“โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย U-23 ที่ถอยฉากขอลากออกจากตำแหน่ง หลังพา ช้างศึก ตกรอบแรกเอเชียนเกมส์ 2018 แม้ในเมเจอร์หลังจะไม่ประสบความสำเร็จ จนแฟนบอลส่ายหน้า แต่อย่างน้อยในบรรดาโค้ชไทยชั่วโมงนี้ โค้ชโย่ง เป็นโค้ชโค้ชที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง หลังเคยพา ไทย คว้าแชมป์ซีเกมส์ 2017, แชมป์ดูไบ คัพ, แชมป์เนชั่นส์ คัพ และ รองแชมป์ทันห์ เนียน คัพ

ข้อได้เปรียบของโค้ชโย่ง ที่มีมากกว่าคนอื่นๆ คือ ไม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับทีมมากนัก คุ้นเคยกับทั้งสตาฟฟ์โค้ช และทำงานร่วมกับ ส.บอลไทย ได้ดีอีกด้วย ทำให้มีเปอร์เซนต์ไม่น้อยที่ โค้ชโย่ง อาจจะได้รับโอกาสจาก สมาคมฯ ในการพิสูจน์ฝีมือการคุมทีมแบบเต็มตัวอีกครั้ง จากประสบการณ์ที่เคยมีบทเรียนมาแล้ว ใครจะไปรู้กุนซือร่างถ้วมรายนี้อาจกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ อะไรใหม่ๆมากขึ้น ก็เป็นได้

 

 

วิทยา เลาหกุล
อายุ 64 ปี สถานะ : อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

 

สำหรับการหาโค้ชระยะยาว ดังนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่า “เฮงซัง” เป็นอีกหนึ่งคน ที่มีคุณสมบัติเนื่องจากเป็นโค้ชไทยที่มีดีกรีโปรไลเซนส์ และปรมาจารย์ทางลูกหนังที่ทุกคนในวงการยอมรับ

ประสบการณ์ด้านฟุตบอล คงไม่ต้องพูดถึง เคยผ่านงานโค้ชมาทั้งในไทย และญี่ปุ่น รวมถึงการจับงานสเกลใหญ่อย่าง เฮดโค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่ ไปจนถึงเป็นผู้วางระบบดูแลเทคนิคให้กับ ส.บอล และสโมสรชลบุรี เอฟซี มาแล้ว โดยมีจุดเด่นในเรื่องความเข้าอกเข้าใจ และถนัดการสร้างทีมระยะยาว

ปัจจุบันโค้ชเฮง สวมหมวกใบเล็กลงแล้ว อาจอยากลองลงมาคุมช้างศึกด้วยตัวเอง พรางๆหาโค้ชคนใหม่เข้ามาทดแทนไปในตัว ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะสิ่งที่อยากทำอย่างคอนเซปท์ ไทยแลนด์ เวย์ ที่กำลังหดหายไปเรื่อยๆ กุนซือรุ่นใหญ่อาจริเริ่มลงมือสร้างด้วยตนเองก็ได้

 

 

อนุรักษ์ ศรีเกิด
อายุ 43 ปี สถานะ : ว่างงาน

 

ย้อนไทม์แมชชีนไปเมื่อราวปี 2015 “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด คือผู้พาทีมชาติไทย U-19 เถลิงแชมป์อาเซียนมาครอง อีกทั้งยังมีรูปแบบการเล่นที่ละม้ายคล้ายคลึงกับ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จนแฟนบอลยกนิ้วให้ว่ากุนซือช้างศึกชุดใหญ่และชุดจูเนียร์ขณะนั้น มีความลงตัวเหมาะจะผลิตนักเตะป้อนให้กันแบบรุ่นสู่รุ่น

โค้ชจุ่น หากนับงานในฐานะโค้ชช้างศึก ทำให้มีแฟนบอลไม่น้อยที่คิดถึงการทำทีมเยาวชน ทั้งในแง่ของรูปแบบการเล่นที่อินเตอร์เทรน และการวางตัวจนเป็นที่ชื่นชอบ อีกทั้งประสบการณ์ของกุนซือรายนี้ก็มีนับไม่ถ้วนตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่นทีมชาติไทย และกับสโมสร ทีโอที, บีอีซี เทโรศาสน, วูดแลนส์ เวลลิงตัน และปตท.ระยอง จนต่อยอดสู่งานจนมีชื่อเสียง

ปฎิเสธไม่ได้ว่านี่คืออีกโค้ชสัญชาติไทยที่น่าสนใจ เพราะด้วยสถานะที่ยังว่างงาน หลังเพิ่งแยกทางกับ บางกอกกล๊าส เอฟซี หากว่า ส.บอลไทย จะให้โอกาสได้ทดลองให้ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด มากุมชะตาทีมชาติไทยในอนาคตก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

 

อเล็กซานเดร กามา
อายุ : 50 ปี  สถานะ : ทีมชาติไทย U-23

 

อเล็กซานเดร กามา หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิก เป็นอีกหนึ่งตัวเต็งโค้ชที่ถูกโยงให้เข้ามาคุม ทีมชาติไทยชุดใหญ่ หลังผลงานสุดยอดในการคุมทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จนส.บอลไทย คว้าเข้ามาคุมทัพช้างศึก U-23

เทรนเนอร์ชาวบราซิลวัย 50 ปี ถือว่ามีประสบการณ์คุมทัพมาอย่างโชกโชน และที่สร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักของแฟนบอลชาวไทย คือเขากวาดไปถึง 12 แชมป์ ตลอดระยะเวลา 5 ปีในลีกเมืองไทย จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากแฟนบอลจะเสนอชื่อของกุนซือรายนี้เข้ามานั่งตำแหน่งเฮดโค้ชช้างศึกชุดใหญ่

อย่างไรก็ตาม กามา เพิ่งจรดปากกาเซ็นสัญญากับส.บอลไทย ไป 1 ปีในการคุมช้างศึก U-23 อาจทำให้ครุมเครือทั้งในด้านงานและค่าจ้างที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายจะสามารถตกลงกันได้หรือไม่ เพราะสถานะของกุนซือรายนี้ก็ยังมีเป้าหมายใหญ่รออยู่คือการพา ทีมชาติไทย U-23 ไปแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นให้ได้ นั้นเอง