ทีมชาติไทย สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง โปร ไลเซนส์ ไทยลีก

ศาสตร์สูงสุดลูกหนัง! ฟุตบอลไทยได้อะไรกับหลักสูตร ‘โปร ไลเซนส์’

Home / sport variety / ศาสตร์สูงสุดลูกหนัง! ฟุตบอลไทยได้อะไรกับหลักสูตร ‘โปร ไลเซนส์’

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของ พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง มีนโยบาย พัฒนาผู้ฝึกสอนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายยกระดับฟุตบอลไทย ตั้งแต่รากฐานของพีระมิด ซึ่งก็คือเหล่าบรรดาผู้ฝึกสอน จนส่งต่อไปถึงทุกส่วนจนถึงยอดพีระมิด ก็คือ เหล่านักฟุตบอล ไล่ตั้งแต่รุ่นเยาวชน จนถึงระดับนักเตะอาชีพ

ดังล่าสุดที่ผ่านพ้นไปสดๆร้อนๆ ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จับมือกับเครื่องดื่ม M-150 มอบทุนการศึกษาการอบรมผู้ฝึกสอนหลักสูตร AFC “Pro” Diploma Coaching Course จำนวน 500,000 บาท ให้กับ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่

คำถามเพราะอะไร? สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยยี้ห้อ พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง จึงพยายามผลักดันตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ไล่ตั้งแต่หลักสูตร FA Introductory, ต่อด้วย ซี ไลเซนส์, บี ไลเซนส์, เอ ไลเซนส์ จนมาถึงระดับ โปร ไลเซนส์ ซึ่งถือเป็นหลักสูตรสูงสุดของผู้ฝึกสอน

เหตุผลก็เพราะในอดีตประเทศไทย มีเพียง “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ อดีตโค้ชทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนั่งแท่น ผอ.สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เพียงคนเดียวที่จบหลักสูตรนี้ แต่ปัจจุบัน เมื่อปลายปีที่ผ่านมา กับการผลักดันการเรียนโค้ชหลักสูตรนี้เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย จึงทำให้ได้บุคลากรเพิ่มมาอีก 15 คน ได้แก่

หนึ่งฤทัย สระทองเวียน, จตุพร ประมลบาล, จเด็จ มีลาภ, อรุณ ตุลย์วัฒนางกูร, วรวุธ ศรีมะฆะ, ธชตวัน ศรีปาน, เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, เศกสรร ศิริพงษ์, ธงชัย รุ่งเรืองเลิศ, ทรงยศ กลิ่นศรีสุข, วิทยา เลาหกุล, ประสบโชค โชคเหมาะ, นพพร เอกสาตรา, จักรพันธ์ ปั่นปี และธีระเวคิน สีหะวงศ์

ด้าน พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกมากล่าวว่า “สำหรับสมาคมฯ มีนโยบายสำคัญ คือการมุ่งเน้นผลิตบุคลากรในวงการฟุตบอลให้มีคุณภาพ สำหรับ “โค้ชโต่ย” คือบุคลากรที่สมาคมฯ เลือกให้เข้ามาดูแลทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในช่วงเวลาสำคัญ จนสามารถรวมใจและดึงศักยภาพของนักเตะไทยออกมาได้ทันเวลา จนพาทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้สำเร็จ เป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี”

“สำหรับการอบรมหลักสูตร AFC “Pro” License ถือเป็นหลักสูตรที่สำคัญในการเป็นโค้ชระดับสูง เพื่อยืนยันถึงศักยภาพของการเป็นโค้ช นี่จึงเป็นโอกาสและจังหวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ คุณ ศิริศักดิ์ ในการที่จะเข้าร่วมอบรมครั้งนี้”

“วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีมากที่คุณ ศิริศักดิ์ จะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าอบรมหลักสูตรนี้จากทางเครื่องดื่ม M-150 ซึ่งผมในฐานะนายกสมาคมฯ มีความยินดีที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบโอกาสครั้งนี้ให้กับ “โค้ชโต่ย” ได้เดินหน้าต่อไป เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้และศักยภาพในการเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอลระดับสูงของสมาคมฯ ต่อไป”

สำหรับหลักสูตร “โปร ไลเซนส์” เปรียบได้ว่าเป็นการอบรมหลักสูตรสูงสุด ที่ต่อยอดจาก เอ ไลเซนส์ ซึ่งก่อนจะมาเป็น โปร ไลเซนส์ นั้นต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ หลังจบ เอ ไลเซนส์ ไปแล้วอย่างน้อย 2 ปี โดยผู้ที่ผ่านหลักสูตรนี้ จะสามารถทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ อย่างฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลชิงแชมป์ระดับทวีปเป็นต้น รวมถึงตำแหน่งต่างๆ อาทิ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคของสโมสรและทีมชาติ โดยจะใช้เวลาในการอบรม แบ่งเป็น 4 ช่วง ได้แก่

 

ช่วงแรก 27 วัน อบรมสองหัวข้อใหญ่ คือ

1. ฟิตเนส

2. การฝึกซ้อมในภาคสนามและทฤษฎี

ช่วงที่สอง 23 วัน เก็บเกี่ยวข้อมูลฟุตบอลในประเทศที่ประสบความสำเร็จ โดยเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลฟุตบอลจากประเทศที่ได้รับความนิยม และประสบความสำเร็จในกีฬาฟุตบอล ทั้งจากสโมสรและทีมชาติ

ช่วงที่สาม เป็นช่วงระยะเวลาทำงานในรอบ 1 ปี หลังผ่าน 2 ช่วงแรก โดยจะมีการทำรายงานการทำหน้าที่ตลอด 1 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าว

ช่วงที่สี่ 30 วัน จะเป็นช่วงเก็บงานทั้งหมด เพื่อมานำเสนอและทำข้อสอบ โดยทั้งสี่ช่วงมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 500,000 บาท

 

สรุปรวมแล้ว เส้นทางของการก้าวไปสู่การเป็นกุนซือในรายการระดับ ตั้งแต่หลักสูตรเบื้องต้น จนถือใบอนุญาตผู้ฝึกสอนระดับ AFC ‘Pro’ Diploma Coaching Course ต้องใช้เวลา อย่างน้อย 8 ปี ค่าเล่าเรียนหลักสูตร รวมทั้งสิ้น 625,000 บาท