มอยเซ่ คีน ยูเวนตุส อัลเลกรี เหยียดผิว โบนุชชี่

มอยเซ่ คีน กับการถูกเหยียดผิว : จะให้นิ่งเฉยเหรอ? ของแบบนี้ไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก

Home / sport variety / มอยเซ่ คีน กับการถูกเหยียดผิว : จะให้นิ่งเฉยเหรอ? ของแบบนี้ไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก

หากว่าการฉลองประตูของ มอยเซ่ คีน ศูนย์หน้าดาวรุ่ง ยูเวนตุส มันผิดมากที่ไปยั่วยุกองเชียร์ฝั่งตรงข้าม ถ้าอย่างนั้นแล้วเขาสามารถที่จะตอบโต้อะไรได้บ้าง?

ก่อนอื่นเลย ลองจินตนาการดูว่าคุณถูกใครที่ไหนก็ไม่รู้รุมด่าทอด้วยความหยาบคาย มันเกิดขึ้นทั้งที่คุณไม่ได้ทำอะไรผิด สาเหตุเพียงแค่เพราะเรื่องเชื้อชาติหรือผิวพรรณที่แตกต่างออกไปจากพวกเขาเหล่านั้น เป็นคุณจะรู้สึกรู้สาอะไรกันบ้าง

นี่แหละคือความรู้สึกของเด็กหนุ่มวัย 19 ปี ที่ต้องเผชิญกับเกมการแข่งขันที่ กายารี่ เขาถูกล้อเลียนด้วยเสียงลิง อันเป็นการสื่อถึงความดูถูกเหยียดหยามทางชาติพันธุ์ ซึ่งเขาก็ตอบโต้กลับไปเพียงแค่การยืนกางแขนต่อหน้าฝูงชนที่ไร้มารยาททางสังคมเหล่านั้น หลังซัดประตูฝังให้ ยูเวนตุส บุกคว้าชัย 2-0

แต่กลับกลายเป็นว่า คีน ถูกตักเตือนโดยหนึ่งในคนที่น่าจะให้กำลังใจเขามากที่สุด นั่นก็คือกุนซือ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี โดยนายใหญ่ทีมม้าลายได้กล่าวว่า “เขาไม่ควรฉลองประตูแบบนั้น คุณจำเป็นต้องฉลาดหน่อยในการรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ อย่าไปปลุกปั่นผู้คนมากนัก แต่ก็แน่นอน มันไม่ได้หมายความว่าความน่ารังเกียจจากฝูงชนเหล่านั้นจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้หรอกนะ”

(อ่านข่าว “มอยเซ่ คีน ตอบโต้แฟนเหยียดผิวแบบสุดแสบหลังยิงให้ ยูเวนตุส แต่กลับถูกบอสเตือน” คลิกที่นี่)

และแม้แต่เพื่อนร่วมทีมอย่าง เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ก็ยังคิดว่า คีน ไม่ควรที่จะไปตอบโต้แฟนบอลแบบนั้น แม้ว่าในภายหลังเขาจะพยายามแก้ตัวผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวว่ามันเป็นการให้สัมภาษณ์แบบรีบเร่งหลังจบเกม เลยเผลอพูดอะไรที่ผิดจากความตั้งใจเข้าให้ แต่อันที่จริงมันก็คงสะท้อนว่าลึกๆ แล้วปราการหลังวัย 31 ปี คงมองว่าการถูกเหยียดผิวไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรขนาดนั้น

ต่างกันเพียงแค่ผิวพรรณ คุณค่าความเป็นมนุษย์เท่ากัน

ยาย่า ตูเร่ อดีตมิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ให้ความเห็นถึงเรื่องนี้ว่า “สำหรับผมแล้วมันน่าอดสูมาก มันเหลือเชื่อจริงๆ เพื่อนร่วมทีมกับผู้จัดการทีมมาบอกว่า ‘นายไม่ควรทำแบบนี้นะ’ ผมคิดว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่คุณจะเจอได้แล้วล่ะในเกมฟุตบอล มาพูดกันแบบนี้มันไม่น่าเชื่อเลย ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าเขาจะเจ็บปวดขนาดไหน”

ของแบบนี้ถ้าใครไม่โดนกับตัวคงไม่รู้สึกหรอก นับประสาอะไรกับผู้ชายชาวอิตาเลียน 2 คน ที่ตลอดทั้งชีวิตคงไม่เคยถูกเหยียดใดๆ ทั้งคู่ไม่มีวันที่จะเข้าถึงสภาพจิตใจที่บอบช้ำของ คีน ได้เลย และการตอบโต้เพียงแค่เท่านั้นมันจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากเลยเชียวเหรอ?

อย่างน้อยเขาก็รับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่า เควิน พรินซ์ บัวเต็ง ในสมัยค้าแข้งกับ เอซี มิลาน ซึ่งถึงกับทนไม่ไหว หยิบบอลมาเตะใส่แฟนบอล ในเกมอุ่นเครื่องกับ โปร ปาเตรีย สโมสรในลีกล่างของอิตาลี หลังจากที่เขาถูกด่าทอล้อเลียนด้วยเสียงลิงไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันก็คือเพื่อนๆ ร่วมทีมให้การสนับสนุน บัวเต็ง โดยทุกคนพร้อมใจกับวอล์คเอาท์ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่ต้องมาเตะกันต่อแล้ว


เควิน พรินซ์ บัวเต็ง กับอารมณ์ “กูไม่ไหวแล้วโว้ย!”

 

เมื่อเทียบกับสิ่งที่ คีน ทำลงไปนั้นมันจึงถือว่าเป็นอะไรที่เล็กน้อยมาก และหากจะเรียกร้องให้เขานิ่งเฉยกับมันไปเสีย ก็ขอให้ลองคิดในมุมกลับกันดูก่อน ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะว่าเขาก็เป็นคนคนหนึ่งที่มีอารมณ์ความรู้สึก ขณะที่คุณค่าความเป็นมนุษย์ได้ถูกปู้ยี่ปู้ยำโดยกลุ่มคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ

ลองถามตัวเองดูว่าถ้าเจอแบบนี้กับตัวจะทนนิ่งเฉยกับมันไปได้ถึงแค่ไหนกัน