ปีเตอร์ ชไมเคิล ยอร์ดี้ ครัฟ เจา เมนเดส เซซาเร่ มัลดินี่ เปาโล มัลดินี่ แคสเปอร์ ชไมเคิล โยฮัน ครัฟฟ์ โรนัลดินโญ่

ถ้าเลือกได้ไม่ขออ้างชื่อพ่อ : ความลำบากใจของลูกชายอดีตนักเตะดังระดับตำนาน

Home / sport variety / ถ้าเลือกได้ไม่ขออ้างชื่อพ่อ : ความลำบากใจของลูกชายอดีตนักเตะดังระดับตำนาน

ในวงการฟุตบอล ถ้าคุณเป็นนักเตะที่ค่อยๆ ไต่เต้าจากระดับเยาวชนไปจนถึงทีมชุดใหญ่ มันก็คงเป็นไปตามกระบวนการของมัน แต่ถ้าคุณดันเกิดเป็นลูกชายอดีตนักเตะดังระดับตำนาน มันย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่มีใครต่อใครให้ความสนใจเป็นพิเศษ

นี่คือเรื่องจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย ยกเว้นว่าคุณจะปกปิดมันเป็นความลับได้แบบเนียนสุดๆ เหมือนอย่างที่ เจา เมนเดส เด็กหนุ่มบราซิลวัย 14 ปี ได้ทำลงไปในตอนที่เขาไปทดสอบฝีเท้ากับ ครูเซโร่ จนกระทั่งได้รับสัญญาอาชีพกับทางสโมสร

โฉมหน้าของลูกชาย โรนัลดินโญ่

บางทีอาจจะเป็นโชคดีสำหรับเขาก็ได้ที่เกิดมาในประเทศที่มีธรรมเนียมการตั้งชื่อในแบบที่สืบเสาะกันยากหน่อยว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เพราะดูจากชื่อแล้วถ้าไม่ใช่คนรู้จริงคงมีน้อยคนนักที่จะทราบว่าเขาคือลูกชายแข้งระดับตำนานก้องโลกอย่าง โรนัลดินโญ่

ทาง ครูเซโร่ ได้กล่าวถึงดาวรุ่งรายนี้ว่า “แม้ว่าเขาจะเป็นลูกชายของ โรนัลดินโญ่ แต่ว่า เมนเดส ก็ตั้งใจทำผลงานในช่วงทดสอบฝีเท้ากับทางสโมสร โดยที่ไม่มีใครรู้เรื่องต้นตระกูลของเขาเลย มันเป็นไปด้วยพรสวรรค์ในตัวเขาเอง ตัวรุกหนุ่มผู้นี้ผ่านการทดสอบฝีเท้า และกว่าที่จะมีการเปิดเผยชื่อคุณพ่ออันโด่งดังของเขา เขาก็อยู่ในสโมสรเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว”

ในกรณีเดียวกัน ถ้าหากว่าเป็นผู้เล่นทางฝั่งยุโรปในหลายๆ ประเทศ มันคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทุกคนจะรู้ชื่อพ่อ เนื่องจากนามสกุลมันก็ปรากฏให้เห็นชัดเจนอยู่แล้ว มันอยู่ที่ว่าคุณจะรับมือกับมันได้ดีแค่ไหน พยายามสร้างผลงานในสนามให้สื่อและแฟนบอลลืมชื่อพ่อของคุณให้ได้

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักเตะหลายคน และหนึ่งในกรณีที่โดดเด่นที่สุดก็คือ เปาโล มัลดินี่ ตำนานกองหลัง เอซี มิลาน ที่เป็นลูกชายของตำนานกองหลังของทางสโมสรอีกที นั่นก็คือ เซซาเร่ มัลดินี่ ผู้สืบสานเสื้อแข่งหมายเลข 3 อันทรงคุณค่า ซึ่งทุกวันนี้กลายเป็นของขึ้นหิ้งไปแล้ว

เปาโล มัลดินี่ ปราการหลังระดับตำนานของ เอซี มิลาน เรียกได้ว่าเป็นตำนานกันทั้งพ่อทั้งลูก

น่าเสียดายที่เรื่องราวมันอาจจบลงแค่ตรงนี้ เนื่องจาก มัลดินี่ รุ่นต่อมาอย่าง คริสเตียน มัลดินี่ ไม่สามารถที่จะผลักดันตัวเองขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของทัพรอสโซเนรี่ได้ กระทั่งย้ายทีมมาหลายสโมสร และปัจจุบันก็ค้าแข้งให้กับ ฟาโน่ ทีมระดับ กัลโช่ เซเรีย ซี เพียงเท่านั้น

บางครั้งความกดดันมันก็เป็นสิ่งที่ถาโถมเข้ามาอย่างช่วยไม่ได้ นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นกับ ยอร์ดี้ ครัฟฟ์ ลูกชายของตำนานวงการลูกหนังฮอลแลนด์อย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ ที่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถก้าวพ้นร่มเงาของผู้เป็นพ่อได้สักที นั่นทำให้เขาเลือกที่จะสกรีนชื่อบนหลังเสื้อว่า “Jordi” แทนที่จะเป็น “Cruyff”

สุดท้ายมิดฟิลด์ตัวรุกรายนี้ก็จำต้องยอมใส่เสื้อที่สกรีนชื่อ “Cruyff” เหมือนกับพ่อของเขาจนได้ ในตอนที่ย้ายจาก บาร์เซโลน่า มาเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากตามกฏของ พรีเมียร์ ลีก แล้ว ผู้เล่นจะต้องใช้นามสกุลของตัวเองที่ด้านหลังเสื้อแข่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายๆ ของเขาในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ชื่อ “Jordi” ก็กลับมาปรากฏบนเสื้อหมายเลข 14 ของเขาอีกครั้ง

แคสเปอร์ ชไมเคิล เป็นอีกคนที่เล่นตำแหน่งเดียวกับพ่อของเขา ซึ่งเป็นผู้รักษาประตูระดับตำนาน นั่นก็คือ ปีเตอร์ ชไมเคิล ทำให้อาชีพค้าแข้งของเขาแทบเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่ผู้เป็นพ่อได้ทำมา

“มีคนเข้ามาพูดกับผมว่า ‘นายทำได้ดีนะ แม้ว่าจะไม่ได้ดีเท่ากับพ่อของนายก็ตาม’ ซึ่งผมก็บอกขอบคุณเขาไป” ผู้รักษาประตู เลสเตอร์ ซิตี้ กล่าว

“พ่อของผมก็ไม่ชอบเรื่องแบบนี้เช่นกัน ครั้งหนึ่งเราไปทานอาหารค่ำด้วยกัน มีคนเดินเข้ามาขอจับมือกับพ่อผมแล้วก็พูดว่า ‘คุณคือตำนาน ลูกชายของคุณก็ทำผลงานได้ดีนะ แต่คงไม่มีวันดีได้เท่าคุณหรอก’ พ่อผมจ้องเขาเขม็ง แล้วพูดว่า ‘ไปไกลๆ เลย ถ้าจะมาที่นี่เพื่อดูถูกลูกชายของผม'”

การถูกนำไปเปรียบเทียบกับพ่อ บางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสียมารยาท แต่อย่างน้อย ชไมเคิล คนลูกก็ได้สร้างผลงานที่น่าประทับใจในแบบของเขาเอง ด้วยการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ในฤดูกาลสุดแสนมหัศจรรย์กับทีมสุนัขจิ้งจอก ทั้งที่ก่อนเริ่มต้นฤดูกาลเป็นตัวเต็งที่จะตกชั้นด้วยซ้ำ

วันฉลองแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ของ แคสเปอร์ ชไมเคิล ที่แห่กันมาแสดงความยินดีทั้งครอบครัว

สุดท้ายแล้วการที่นักฟุตบอลคนหนึ่งเกิดมาเป็นลูกชายตำนาน มันก็เป็นเรื่องของโชคชะตาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งแต่ละคนก็คงต้องหาทางรับมือในแนวทางของตัวเอง เพื่อที่ว่าจะได้ไปต่อกับเส้นทางสายอาชีพนี้ที่เขาเลือก

เมนเดส ลูกชายของ โรนัลดินโญ่ ได้กล่าวหลังได้รับสัญญากับ ครูเซโร่ ว่า “มันเป็นความฝันที่สักวันหนึ่งผมจะได้เซ็นสัญญาอาชีพกับ ครูเซโร่ ได้เล่นฟุตบอลในระดับอาชีพ ทำประตูได้ต่อหน้าผู้คนที่สนาม มิเนเรา ได้อุทิศตนเพื่อแฟนๆ”

แต่ก็อย่าลืมว่าตอนนี้ทุกคนทั่วโลกรู้กันหมดแล้วว่าเขาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ดังนั้นการจะไปให้ถึงฝั่งฝัน มันก็อยู่ที่ตัวเขาเองแล้วว่ารับมือกับความกดดันได้ดีแค่ไหน