ลิเวอร์พูล หงส์แดง เรตติ้ง ลิเวอร์พูล เอฟซี ปอร์โต้ แชมเปี้ยนส์ ลีก

เด่นหรือดับ! ผ่าฟอร์มแข้ง ลิเวอร์พูล บุกย้ำชัย ปอร์โต้ 4-1 ลิ่วรอบรองฯ ชปล.

Home / sport variety / เด่นหรือดับ! ผ่าฟอร์มแข้ง ลิเวอร์พูล บุกย้ำชัย ปอร์โต้ 4-1 ลิ่วรอบรองฯ ชปล.

เช็คเรตติ้ง “หงส์แดง” สวนเป็นตุง บุกไปถล่ม เอฟซี ปอร์โต้ 4-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยประตูรวม 6-1

ลิเวอร์พูล ที่ตุนสองประตูในเกมเลกแรกบุกไปเยือน เอฟซี ปอร์โต้ โดยเกมนี้เจ้าบ้านโหมบุกใส่อย่างหนัก แต่ทำประตูไม่ได้ สุดท้ายเป็น ลิเวอร์พูล มาได้สองประตูรวดจาก ซาดิโอ มาเน่ นาที 26 และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นาที 65 ก่อนที่ ปอร์โต้ จะได้ประตูตีไข่แตกจากลูกโหม่งของ เอแดร์ มิลิเทา นาที 69 สุดท้ายหงส์แดงเร่งเครื่องทำเพิ่มอีกสองประตูจากลูกโหม่งล้วนๆ ของ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ นาที 77 และ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค นาที 84 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะไปได้ 4-1 ผ่านเข้าไปเล่นรอบรองฯ พบกับ บาร์เซโลน่า ด้วยผลประตูรวม 6-1 และนี่คือคะแนนของแข้งหงส์แดงในเกมนี้…

อลิสซอน เบ็คเกอร์ 7
มี อลิสซอน ไว้อุ่นใจค่ะ! ช่วยเซฟพัลวันจากการกระหน่ำยิงของ ปอร์โต้ แม้จะไม่มีลูกยากๆ ให้เซฟอะไรนักหนา แต่ความชัวร์ช่วยให้เพื่อนร่วมทีมเล่นด้วยความมั่นใจขึ้นเยอะ ส่วนลูกที่เสียก็โดนโขกจ่อๆ เกินไป!

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 7
เข้าบีบกดดันได้ดีหลายหน ก่อนจะจ่ายเนียนๆ ให้ ซาลาห์ เข้าไปกเดประตูขึ้นนำ 2-0 และถูกเปลี่ยนตัวออกให้ โกเมซ ลงมาเคาะสนิมบ้าง

โจเอล มาติป 7
รับศึกหลายทางจากเหล่าแนวรุก ปอร์โต้ แต่ก็สามารถเคลียร์ออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม

เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค 8
ผนึกกำลังกับ มาติป และ อลิสซอน ในการรับมือกับพายุที่ ปอร์โต้ โหมบุกเข้าใส่ในครึ่งแรก ถึงกับต้องโวยเพื่อนที่ปล่อยให้ผ่านเข้ามาหลายหน แต่สุดท้ายจบสวยหรูด้วยการโขกพังประตูปิดกล่อง

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 6
วันนี้เกมรับของ ร็อบโบ้ ใช้ไม่ได้เลย อาจเพราะโดน โคโรน่า และ มิลิเทา ที่พากันขึ้นมาเล่นงานตลอดทั้งเกม จนสุดท้ายโดนเปลี่ยนตัวออก

ฟาบินโญ่ 7
ช่วงแรกไม่สามารถตัดเกมได้เลย แต่หลังจากทีมได้ประตูขึ้นนำช่วยให้เจ้าตัวคุมเชิงเกมรับได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม 6
เงียบเกินไปในเกมนี้ ไม่สามารถสร้างผลกระทบใส่ ปอร์โต้ ได้เลย

เจมส์ มิลเนอร์ 6
ลูกหนักเข้าว่า แต่ไม่สามารถช่วยให้ทีมครองความได้เปรียบในเกมแดนกลางเท่าไหร่ ช่วงท้ายเกมถูกโยกไปเล่นแบ็กซ้าย

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 7
1 ประตู 1 แอสซิสต์ แม้จะเงียบไปบางในบางช่วง แต่ลูกที่เจ้าตัวสังหารเข้าไปถือว่าเด็ดขาดมาก

ซาดิโอ มาเน่ 8
1 ประตู 1 แอสซิสต์ ยังคงความยอดเยี่ยมด้วยการทำประตูเบิกร่องให้หงส์แดงอีกครั้ง (ต้องขอบคุณ VAR ที่ช่วยในการตัดสิน) ถือว่าร้อนแรงจริงๆ สำหรับผู้ชายคนนี้

ดิว็อก โอริกี 5
มีสรีระที่สูงใหญ่และพละกำลังที่แข็งแกร่ง แต่ดาวยิงเบลเยี่ยมไม่สามารถใช้สิ่งที่ตัวเองมีก่อให้เกิดประโยชน์ได้เลยแม้แต่น้อยในเกมนี้ ก่อนตะโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง

 

ตัวสำรอง
โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ 7
ลงมาสร้างความแตกต่างในการเชื่อมเกมให้ไหลลื่นในครึ่งหลัง ก่อนจะโหม่งพังประตูไม่ให้น้อยหน้า มาเน่ และ ซาลาห์ ที่ยิงไปก่อนหน้านี้แล้ว

โจ โกเมซ 6
ลงมาเคาะสนิมในตำแหน่งแบ็กขวา โดยรวมถือว่าโอเค

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 7
ขยันวิ่งหาช่องตรงกลางตามสไตล์ที่ตัวเองถนัด ก่อนจะเปิดบอลให้ ฟีร์มิโน่ ทำประตูนำ 3-1

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ – ซาดิโอ มาเน่
ยิงหนึ่งจ่ายหนึ่ง เป็นอีกเกมที่รักษามาตรฐานการเล่นเอาไว้ได้ เลี้ยงบอลผ่านและปะทะคู่แข่งมากที่สุดในเกมนี้ และเป็นผู้เล่น ลิเวอร์พูล คนแรกที่สามารถทำประตูรอบน็อกเอ้าท์ แชมเปี้ยนส์ ลีก เกิน 10 ประตู

อ่านสรุปเกมคู่นี้ได้ที่นี่
>> คลิกเลย <<

ผังผู้เล่น ลิเวอร์พูล ในเกมนี้