อาร์เซน่อล เชลซี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ใครยิ่งใหญ่สุด : แมนฯ ซิตี้ ยุค เป๊ป, แมนฯ ยูไนเต็ด สามแชมป์ หรือ อาร์เซน่อล ไร้พ่าย

Home / sport variety / ใครยิ่งใหญ่สุด : แมนฯ ซิตี้ ยุค เป๊ป, แมนฯ ยูไนเต็ด สามแชมป์ หรือ อาร์เซน่อล ไร้พ่าย

ปฏิเสธไม่ได้ถึงความยิ่งใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดยเฉพาะฤดูกาลล่าสุดที่กวาดแชมป์ภายในประเทศครบทั้ง 3 รายการ

แต่ก็เป็นเรื่องปกติในวงการลูกหนังที่เมื่อมีทีมหนึ่งประสบความสำเร็จขึ้นมา มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้คนจะพากันนำไปเปรียบเทียบกับหลายทีมที่เคยบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเขากันมาในสมัยอดีต ซึ่งถ้าหากว่าจะระบุเจาะจงไปเฉพาะยุคที่ลีกสูงสุดของอังกฤษใช้ชื่อว่า พรีเมียร์ ลีก มันก็พอมีอยู่ 2-3 ทีมที่พอจะเทียบเคียงได้

เรากำลังพูดถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดคว้า 3 แชมป์สุดยิ่งใหญ่ ในยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ อาร์เซน่อล ชุดคว้าแชมป์ไร้พ่ายโดยฝีมือการคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ หรือหากจะนับรวม เชลซี ที่ยากจะหาทีมใดๆ ในประเทศมาต่อกรในช่วงที่มี โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมรวมเข้าไปด้วยก็ได้

คำถามที่น่าสนใจก็คือในบรรดาทีมเหล่านี้ สามารถเทียบเคียงกับ แมนฯ ซิตี้ ชุดปัจจุบันได้หรือไม่

เรื่องนี้ตำนานศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษอย่าง อลัน เชียเรอร์ มีคำตอบในใจแล้ว เขากล่าวว่า “มันมีอะไรหลายอย่างที่ทำให้ แมนฯ ซิตี้ คือทีมที่สุดยอดใน พรีเมียร์ ลีก เท่าที่ผมเคยเห็นมา สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจที่สุดก็คือความกระหาย พวกเขาต้องการประตูที่มากขึ้น ต้องการถ้วยแชมป์ที่มากขึ้น นี่แหละที่ทำให้พวกเขาแตกต่างออกไปจากทีมอังกฤษชุดที่ยอดเยี่ยมหลายทีมในยุคสมัยใหม่”

“ผมเคยเผชิญหน้ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดคว้า 3 แชมป์ และ อาร์เซน่อล ชุดไร้พ่าย ดังนั้นผมจึงรู้ดีว่าพวกเขายอดเยี่ยมแค่ไหน แต่ ซิตี้ ชุดนี้ได้ทำในสิ่งใหม่ เป็นสิ่งที่เราต่างก็ไม่เคยเห็นกันมาก่อน”

ขุนพลปีศาจแดงชุดคว้า 3 แชมป์ เมื่อฤดูกาล 1998/99

โดยทั่วไปแล้วเมื่อทีมชุดหนึ่งประสบความสำเร็จมากๆ เข้าก็จะเกิดความอิ่มตัว เริ่มไม่ค่อยกระหายที่จะทำมันให้ได้กันอีกสักครั้ง นี่อาจจะเป็นสิ่งที่แฟนบอลเรือใบสีฟ้ารู้สึกกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผ่านฤดูกาลก่อนหน้าที่คว้าแชมป์ลีกแบบเก็บคะแนนได้ 100 แต้ม ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ชนิดไม่เห็นฝุ่น

แต่สิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นในฤดูกาลต่อมามันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม โดยนอกเหนือจากป้องกันแชมป์ลีก รวมไปถึง ลีก คัพ แล้ว เด็กๆ ของ เป๊ป ก็ยังบวกแชมป์ เอฟเอ คัพ เพิ่มเข้าไปอีก แถมมาจากการเอาชนะคู่แข่งในนัดชิงชนะเลิศอย่าง วัตฟอร์ด แบบไฉไลสุดๆ ด้วยสกอร์มโหฬารถึง 6-0

ความยอดเยี่ยมของ แมนฯ ซิตี้ คือสิ่งที่ต้องยอมรับ แต่หากว่าจะนำไปเปรียบเทียบกับทีมปีศาจแดงยุคคว้า 3 แชมป์ ก็ยังเชื่อว่าพวกเขายังต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไปอีกสักระยะ เพราะว่าในตอนนั้นลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ ก็ยังสามารถป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ได้ต่อเนื่องอีก 2 ฤดูกาล ก่อนที่จะค่อยๆ แผ่วลงไป

ขณะที่ อาร์เซน่อล ที่คว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2003/04 แบบไม่แพ้ใครตลอดฤดูกาล และยังคงเป็นทีมเดียวที่ทำสถิตินี้ได้มาจนถึงทุกวันนี้ พวกเขาไร้เทียมทานในตอนนั้นก็จริง แต่ก็ไม่สามารถยืนระยะได้ และเพียงแค่ปีต่อมาก็เสียแชมป์ให้กับ เชลซี ซึ่งเริ่มครองความยิ่งใหญ่ หลังจากได้ มูรินโญ่ เข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือ

อาร์เซน่อล ชุดไร้พ่ายถูกส่งผ่านความยิ่งใหญ่ไปยัง เชลซี ภายในฤดูกาลเดียว

ทีมสิงโตน้ำเงินครามฟอร์มแรงขึ้นมาก็จริง แต่พวกเขาก็แรงเป็นพักๆ นั่นอาจเป็นเพราะความใจร้อนด่วนได้ของประธานสโมสร โรมัน อบราโมวิช ที่พอทีมทำผลงานแย่พักเดียวก็สั่งปลดกุนซือ ทำให้ขาดความต่อเนื่อง ถึงกระนั้นทีมก็ยังไปถึงฝั่งฝันด้วยการสอยถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอบครองจนได้

บางทีแล้วเราอาจต้องวัดกันที่ความสำเร็จในถ้วยใหญ่สุดของยุโรปนี่แหละ เพราะว่ามันคือสิ่งเดียวที่ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัส เช่นเดียวกับ อาร์เซน่อล ที่เคยทำได้ดีที่สุดเพียงแค่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเท่านั้น

และเมื่อถึงวันที่ เป๊ป พาลูกทีมชูถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ขึ้นเหนือศีรษะ ตอนนั้นแหละค่อยพูดได้เต็มปากหน่อยว่า แมนฯ ซิตี้ ชุดนี้คือสุดยอดแล้วจริงๆ ในเกาะอังกฤษ นับตั้งแต่ที่ พรีเมียร์ ลีก ก่อตั้งขึ้นมา