พรีเมียร์ ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แอสตัน วิลล่า

แอสตัน วิลล่า : การคืนสู่ลีกสูงสุดของทีมที่เคยขับเคี่ยวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูกาลสอย 3 แชมป์

Home / sport variety / แอสตัน วิลล่า : การคืนสู่ลีกสูงสุดของทีมที่เคยขับเคี่ยวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูกาลสอย 3 แชมป์

ในฤดูกาล 1998/99 ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า 3 แชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ ครึ่งฤดูกาลแรกใน พรีเมียร์ ลีก คิดว่าใครคือทีมที่ยึดครองจ่าฝูงจนทำให้ทีมปีศาจแดงได้แต่แหงนหน้ามอง…

ทีมที่ว่านั้นไม่ใช่คู่อริตลอดกาลของ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง ลิเวอร์พูล หรือแม้กระทั่งทีมสุดแกร่งที่ต่อกรกับพวกเขาอย่างสมน้ำสมเนื้อในตอนนั้นอย่าง อาร์เซน่อล แต่เป็นทีมที่มาพร้อมกับเสื้อแข่งสีเลือดหมูสลับสีฟ้า ปะตราสิงโตบนหน้าอก นั่นก็คือ แอสตัน วิลล่า

อันที่จริงแล้วเมื่อย้อนกลับไปช่วงต้นฤดูกาล ไม่มีใครคิดด้วยซ้ำว่าทีมสิงห์ผยองจะมีดีพอสำหรับการไล่ล่าพื้นที่ยุโรป เนื่องจากพวกเขาได้ขายดาวดังประจำทีมอย่าง ดไวท์ ยอร์ค ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่กลายเป็นว่าผู้เล่นที่คว้าเข้ามาเสริมทัพอย่าง ดิออน ดับลิน และ พอล เมอร์สัน กลับกลายเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมทำผลงานยอดเยี่ยมเกินคาด

ดไวท์ ยอร์ค ลงสนามให้ แอสตัน วิลล่า ไป 1 เกม ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนปิดตลาดซื้อขายช่วงต้นฤดูกาล

นอกเหนือไปจาก 2 คนนี้แล้ว ผู้เล่นที่เป็นดาวเด่นของทีมในฤดูกาลดังกล่าวก็คือ จูเลียน โจอาชิม ศูนย์หน้าที่ระเบิดฟอร์มซัดประตูเป็นว่าเล่น ขณะเดียวกันกำลังสำคัญของ แอสตัน วิลล่า ในตำแหน่งอื่นๆ ก็ถือว่าเพียบพร้อมทีเดียว โดยเฉพาะในแนวรับที่มีทั้ง อลัน ไรท์, อูโก้ อีไฮอ็อก, แกเร็ธ เซาธ์เกต และ แกเร็ธ แบร์รี่ ซึ่งรายหลังสุดทุกวันนี้ยังคงค้าแข้งอยู่เลย

ความลงตัวของพวกเขาในตอนนั้นภายใต้การคุมทีมของ จอห์น เกรกอรี่ มันดีถึงขั้นที่ทำให้ยึดครองตำแหน่งจ่าฝูง พรีเมียร์ ลีก แบบลากยาวไปจนถึงปลายเดือนธันวาคม แต่ก็น่าเสียดายที่เมื่อปีปฏิทินเปลี่ยนผ่านจาก 1998 เป็น 1999 ทีมดังจากเบอร์มิงแฮมไม่สามารถยืนระยะได้ ทำให้อันดับบนตารางค่อยๆ ร่วงลงมา โดยช่วงหนึ่งพวกเขาเคยแพ้ในลีกถึง 7 ครั้งในรอบ 8 เกมเลยทีเดียว

จูเลียน โอจาชิม ซัดประตูได้ในเกมที่เปิดบ้านเสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 1998

สุดท้ายแล้วฤดูกาลนั้น แอสตัน วิลล่า จบอันดับที่ 6 ของตารางคะแนน ไม่ได้สิทธิ์ไปร่วมแข่งขันรายการระดับยุโรปอย่างที่ใครหลายคนมองเอาไว้เมื่อต้นฤดูกาล แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้เป็นไปในแนวทางเดียวกับที่ถูกคาดการณ์ เพราะช่วง 20 เกมแรก มันเป็นอะไรที่เกินจินตนาการไปมาก หากไม่นับผลงานหลังจากนั้น มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์พอๆ กับ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2016 เลยด้วยซ้ำ

แต่ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้ชูถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ ลีก แต่อย่างน้อย แอสตัน วิลล่า ก็เป็นทีมหนึ่งของอังกฤษที่มีประวัติศาสตร์อันเกรียงไกร โดยมีดีกรีเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ 7 สมัย, เอฟเอ คัพ 7 สมัย, ลีก คัพ 5 สมัย และ ยูโรเปี้ยน คัพ อีกสมัย

และล่าสุดหลังจากที่คว้าชัยในนัดชิงชนะเลิศ เพลย์-ออฟ เลื่อนชั้นขึ้นสู่ พรีเมียร์ ลีก ทีมสิงห์ผยองก็พร้อมที่จะกลับมาอยู่ในเวทีที่พวกเขาคุ้นเคยอีกครั้งแล้ว หลังจากห่างหายไปนาน 3 ปี จากการจบอันดับสุดท้ายเมื่อฤดูกาล 2015/16

ชูถ้วยแชมป์เพลย์-ออฟ ฉลองเลื่อนชั้นกลับสู่ พรีเมียร์ ลีก อีกครั้ง

กับ แอสตัน วิลล่า ในฤดูกาล 2019/20 ก็คงไม่มีใครคิดว่าพวกเขาจะมีดีพอถึงขั้นลุ้นพื้นที่ยุโรปเหมือนกับเมื่อ 20 ปีก่อนนั่นแหละ แถมยังอาจต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นด้วยซ้ำ

แต่ก็อย่าลืมว่าในวงการฟุตบอล อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้ ยังจำเรื่องอัตราต่อรอง 5,000/1 ของ เลสเตอร์ ในครั้งนั้นกันได้อยู่หรือเปล่าล่ะ?