จานลุยจิ บุฟฟ่อน ยูเวนตุส

จานลุยจิ บุฟฟ่อน : จากผู้รักษาประตูแพงสุดในโลก สู่การกลับรัง ยูเวนตุส ไร้ค่าตัว

Home / sport variety / จานลุยจิ บุฟฟ่อน : จากผู้รักษาประตูแพงสุดในโลก สู่การกลับรัง ยูเวนตุส ไร้ค่าตัว

ในฐานะผู้รักษาประตูแล้ว มันเป็นเรื่องยากที่จะกลายเป็นเป้าสนใจ แค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ใครๆ พากันพูดถึง และชื่อของ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ก็เป็นหนึ่งในนั้น

บุฟฟ่อน เป็นนักเตะคนหนึ่งที่เกิดมาในครอบครัวของนักกีฬา แม่เป็นนักขว้างจักร ขณะที่พ่อเป็นนักยกน้ำหนัก เท่านั้นยังไม่พอ หนึ่งในพี่สาวของเขาก็เล่นวอลเลย์บอลอาชีพด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เขาจะเลือกเล่นกีฬาเป็นอาชีพ ซึ่งชนิดกีฬาที่เลือกก็คือฟุตบอล คงจะไม่มีใครปฏิเสธถ้าจะบอกว่าเขาเลือกได้ถูกต้อง

อาชีพของ บุฟฟ่อน เริ่มต้นขึ้นที่ ปาร์ม่า โดยประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่เมื่อปี 1995 ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งได้รับคำชมว่าเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูดาวรุ่งอนาคตไกล ถ้ารู้ว่าแมตช์นั้นเขาต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้างแล้วจะเข้าใจว่าคำยกยอปอปั้นเหล่านี้มันไม่ได้เกินเลย

ในฐานะนายประตูดาวรุ่งวัยเพียงแค่ 17 ปีปลายๆ เขาถูกส่งลงสนามเฝ้าเสาในเกมที่ต้องเจอกับ เอซี มิลาน เจ้าของแชมป์ เซเรีย อา ที่อยู่ในยุคทอง มีดาวดังเต็มทีมทั้ง จอร์จ เวอาห์, โรแบร์โต้ บาจโจ้ หรือ ซโวนิเมียร์ โบบัน ซึ่งเกมนั้นหนุ่มน้อยที่ยืนรักษาประตูให้กับ ปาร์ม่า ได้โชว์จังหวะเซฟไปหลายครั้ง ช่วยให้ทีมรักษาคลีนชีทด้วยสกอร์ 0-0

“เขาคือนักเตะที่ดีที่สุดของ ปาร์ม่า ที่จริงแล้วเราควรที่จะต้องเป็นฝ่ายชนะในแมตช์นี้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ นั่นก็เป็นเพราะว่า บุฟฟ่อน คนเดียว” ฟาบิโอ คาเปลโล่ ซึ่งทำหน้าที่คุมทีม เอซี มิลาน ในสมัยนั้นกล่าวยอมรับในความเหนียวหนึบหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาว

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ บุฟฟ่อน จะยึดตำแหน่งในทีมได้เป็นการถาวร ก่อนที่จะถูก ยูเวนตุส ซื้อตัวไปร่วมทีมเมื่อปี 2001 ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกสำหรับผู้รักษาประตู 52 ล้านยูโร และเขาก็ได้รับเสื้อหมายเลข 1 ไปสวมใส่ ชัดเจนว่าจะเข้ามาทำหน้าที่เฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งแทนที่ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ที่ย้ายไป ฟูแล่ม การตัดสินใจย้ายทีมครั้งนี้คืออีกครั้งที่เขาคิดถูก

กับการค้าแข้งให้กับทีมม้าลาย เขากวาดแชมป์ เซเรีย อา ถึง 4 สมัย จาก 5 ฤดูกาลแรก แม้ว่า 2 สมัยหลังจะถูกริบแชมป์ไปเนื่องจากทางสโมสรมีปัญหาเรื่องการเข้าไปพัวพันคดีล้มบอล ซึ่งเป็นเหตุการณ์สุดอื้อฉาวในยุคสมัยนั้น ยูเว่ ยังถูกปรับตกชั้นไปเล่นใน เซเรีย บี อีกด้วย แต่ในขณะที่ดาวดังหลายคนพากันย้ายออก บุฟฟ่อน กลับเป็นหนึ่งใน 7 ดาวเตะของทีมที่พร้อมต่อสู้ไปด้วยกันในลีกรองของประเทศ นี่แหละคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้แฟนบอลรักเขามาก

ยูเวนตุส ใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียวในการกลับคืนสู่ลีกสูงสุด แม้จะต้องรอคอยกันนานหลายฤดูกาลหน่อย แต่สุดท้ายพวกเขาก็กลับมาผงาดคว้า สคูเด็ตโต้ อีกครั้งในปี 2012 แถมคราวนี้ไม่ธรรมดา เพราะทีมดังแห่งตูรินเล่นสอยแชมป์แบบติดๆ กันไม่แบ่งใครมาจนถึงปัจจุบัน นับรวมแล้วก็ 8 สมัยติดเลยทีเดียว แม้ว่าสมัยล่าสุด บุฟฟ่อน จะไม่ได้มีส่วนร่วมเนื่องจากย้ายไปค้าแข้งกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ด้วยสัญญาระยะสั้น 1 ปีก็ตาม

ตลอดการสวมถุงมือเฝ้าเสาอาชีพมากว่า 2 ทศวรรษ อาจพูดได้ว่า บุฟฟ่อน นั้นประสบความสำเร็จมาหมดทุกอย่างแล้ว แต่ยังมีรายการเดียวที่ยังเป็นความท้าทายที่เขายังไม่เคยได้สัมผัส นั่นก็คือ แชมเปี้ยนส์ ลีก

“ผมเฝ้าถามตัวเองมาตลอดหลายปีว่าอะไรกันคือสิ่งที่ผลักดันให้ผมยังคงเล่นต่อ หากว่าผมได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ผมก็คงไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว มันคือสิ่งที่กระตุ้นให้ผมยังคงค้าแข้งต่อไป” นายด่านชาวอิตาเลียนเคยกล่าวเอาไว้เมื่อปี 2017

หากว่าคุณเป็นคนที่เชื่อเรื่องของอาถรรพ์หรือคำสาปต่างๆ ก็คงจะสงสัยมันคงเป็นส่วนหนึ่งตลอดระยะเวลา 17 ปี เขาไม่มีโอกาสได้ชูถ้วยใบนี้กับ ยูเวนตุส เลย ทั้งที่ทีมม้าลายได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศตั้ง 3 ครั้ง แต่พวกเขากลับทำได้ใกล้เคียงที่สุดก็คือการลากยาวไปถึงดวลจุดโทษกับ เอซี มิลาน เมื่อปี 2003 และทั้งที่ บุฟฟ่อน อุตส่าห์เซฟลูกยิงจาก คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ และ คาค่า คาลัดเซ่ ได้แล้ว แต่เพื่อนๆ ร่วมทีมของเขาก็ดันยิงพลาดมากกว่า สุดท้ายก็เลยผิดหวังไปตามระเบียบ

อันที่จริงการแวะมาเล่น เปแอสเช อยู่ 1 ปี เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เขาเองก็คงไม่ได้มองไกลไปถึงการคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มากนัก นั่นก็เพราะว่าทีมดังจากกรุงปารีสยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองในรายการระดับนี้ได้เลย ไม่เคยแม้แต่ผ่านเข้าถึงรอบชิงด้วยซ้ำ และพวกเขาก็มาจอดป้ายแบบจุกหน่อยๆ ด้วยการถูก มาร์คัส แรชฟอร์ด ซัดจุดโทษช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกสถานการณ์เข้ารอบในช่วงทดเจ็บ

เมื่อฤดูกาลจบลง สัญญาที่ทำเอาไว้เพียงแค่ 1 ปี ก็กลายเป็นแค่ปีเดียวจริงๆ บุฟฟ่อน ตัดสินใจที่จะย้ายทีมแบบฟรีๆ กลับมาเล่นให้กับ ยูเวนตุส และถึงแม้ว่าคราวนี้จะมาแบบไร้ค่าตัว ไม่ได้พกป้ายราคาเป็นสถิติโลกเหมือนกับแต่ก่อนจนเป็นที่ฮือฮา แถมยังอาจจะต้องนั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ แต่เชื่อเถอะว่าความมุ่งมั่นของนายประตูวัย 41 ปีคนนี้คงไม่ได้ลดน้อยไปจากเดิมนักหรอก

แรงผลักดันในตัวยังคงเต็มเปี่ยม อย่างน้อยก็ความต้องการที่จะได้สัมผัสกับถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ใบนั้นที่เขายังไม่เคยมีโอกาสนั่นไง