ราฟาเอล นาดาล วิมเบิลดัน เทนนิส โรเจอร์ เฟเดอเรอร์

เฟเดอเรอร์ ปะทะ นาดาล : การพบกันอีกครั้งใน วิมเบิลดัน หลังโคตรนัดชิงเมื่อ 11 ปีก่อน

Home / sport variety / เฟเดอเรอร์ ปะทะ นาดาล : การพบกันอีกครั้งใน วิมเบิลดัน หลังโคตรนัดชิงเมื่อ 11 ปีก่อน

หากเป็นวงการเทนนิสเมื่อทศวรรษก่อน แมตช์ที่แฟนๆ ทุกคนรอคอยก็คือ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ปะทะ ราฟาเอล นาดาล ใครจะไปคิดว่าผ่านมาจนทุกวันนี้ทั้งคู่ก็ยังคงดวลกันอยู่ แถมเป็นรอบรองชนะเลิศ วิมเบิลดัน เสียด้วย

ทั้ง 2 คนคือสุดยอดนักเทนนิสร่วมยุคที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เฟเดอเรอร์ เต็มไปด้วยความสุขุมนุ่มลึก สไตล์การเล่นไม่จำเป็นต้องใช้ร่างกายให้เปลืองมาก นั่นจึงทำให้ตอนนี้เขายังคงเล่นอยู่ในระดับท็อป เป็นถึงมือ 3 ของโลกด้วยวัย 37 ปี

ขณะที่ นาดาล ซึ่งอ่อนกว่าเกือบ 5 ปี ในสมัยวัยรุ่นมีความมุทะลุดุดัน จัดเต็มด้วยพละกำลังในทุกแต้ม จนกระทั่งมีปัญหาบาดเจ็บบ่อยครั้ง แต่ด้วยวัยที่โตขึ้นจึงทำให้เขาค่อยๆ ปรับเปลี่ยนแนวทางการเล่น จนกระทั่งยืนระยะมาได้จนทุกวันนี้ และเป็นมือ 2 ของโลก เป็นรองเพียงแค่ โนวัก ยอโควิช คนเดียวเท่านั้น

ด้วยความสุดยอดของทั้งคู่จึงทำให้ใครต่อใครต่างก็รอชมพวกเขาห้ำหั่นกันในคอร์ตเทนนิส แทบทุกครั้งมันเต็มไปด้วยความสนุกตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศึกแกรนด์สแลมที่ต้องดวลกันยาวๆ ด้วยระบบ 3 ใน 5 เซต และหากว่าจะให้ยกสักแมตช์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นนัดชิงชนะเลิศ วิมเบิลดัน เมื่อปี 2008

มันคือการพบกันในนัดชิงรายการนี้ของทั้งคู่เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดย 2 ครั้งแรก นาดาล ซึ่งถนัดคอร์ตดินมากกว่าเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำให้กับ เฟเดอเรอร์ ซึ่งเชี่ยวชาญการศึกบนคอร์ตหญ้า ถึงขั้นที่ว่าสอยแชมป์ วิมเบิลดัน มาได้ 5 สมัยติดต่อกัน แต่มาในปี 2008 ผลการแข่งขันมันแตกต่างออกไป ขณะที่ความสนุกตื่นเต้นก็พุ่งถึงขีดสุด

เกมนี้เริ่มเล่นกันช้ากว่ากำหนดราวครึ่งชั่วโมง เนื่องจากฝนโปรยปรายลงมา และเมื่อ 2 ยอดนักเทนนิสลงสนาม กลายเป็นทางฝั่ง นาดาล ที่เก็บ 2 เซตแรกได้ก่อน 6-4 และ 6-4 อย่างไรก็ตาม ในขณะที่โมเมนตั้มนั้นเทมาทางฝั่งนักหวดสเปนเต็มๆ ฝนก็ดันตกลงมาอีก ทำให้การแข่งขันต้องพักเบรคไปนานถึง 80 นาที จากนั้นเมื่อมาดวลกันอีกครั้ง ทุกอย่างก็กลับตาลปัตร

เฟเดอเรอร์ อาศัยความนิ่งและเยือกเย็นตามตีเสมอเป็น 2-2 เซต ซึ่งทั้ง 2 เซตที่เขาทำได้ก็มาจากไทเบรคทั้งสิ้น 7-6 (5), 7-6 (8) ซึ่งในไทเบรคของเซต 4 นั้นเขาต้องเซฟ 2 แชมเปี้ยนชิพพอยต์ของ นาดาล อีกด้วย นั่นทำให้มันได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในไทเบรคที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการเทนนิสเลยทีเดียว

ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะเทมาทางฝั่งแชมป์เก่า แต่ว่า นาดาล ก็มาขึ้นนำ 5-2 ในเซตตัดสิน โอกาสคว้าแชมป์ วิมเบิลดัน สมัยแรกของเขาอยู่แค่เอื้อม แต่กลับกลายเป็นว่าเขาปล่อยให้เกมเสิร์ฟตัวเองถูกเบรคคืนถึง 2 เกม กระทั่งต้องไปดวลกันถึงฎีกา ซึ่งในเซตนี้ไม่มีการเล่นไทเบรคเสียด้วย ใครก็ตามที่จะเป็นฝ่ายได้ชูถ้วยก็ต้องชนะคู่แข่งด้วยเกมที่ทิ้งห่าง 2 เกมเท่านั้น

ถึงตรงนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เช่นเดียวกับฝนที่ยังอุตส่าห์ตกลงมาทำให้เกมต้องหยุดชะงักเป็นครั้งที่ 2 ก่อนที่นักเทนนิสทั้ง 2 คนจะกลับมาลงคอร์ตหลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง ท่ามกลางสภาพอากาศที่อึมครึม แสงแดดเริ่มที่จะหมดไปแล้ว และก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องไปแข่งต่อในวันถัดไป เนื่องจาก วิมเบิลดัน ในตอนนั้นไม่มีไฟสปอตไลท์

ต้องขอบคุณที่แมตช์มันจบลงก่อนที่ฟ้าจะมืดมิด ทำให้ไม่ขัดอารมณ์ทุกคนที่ติดตามชมการแข่งขันอันสุดยอดครั้งนี้ และผู้ชนะก็คือ นาดาล ที่เก็บเซตตัดสินไปได้ 9-7 ปิดฉากการดวลกันยาวนานถึง 4 ชั่วโมง กับอีก 48 นาที

นี่คือหนึ่งในแมตช์ที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดของประวัติศาสตร์วงการเทนนิส และเป็นนัดชิงชนะเลิศ วิมเบิลดัน ที่ใช้เวลาดวลกันยาวนานที่สุด แต่น่าเสียดายที่หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่เคยได้โคจรมาพบกันในแกรนด์สแลมรายการนี้อีกเลย

มันเป็นเช่นนั้นมาจนกระทั่งวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ เฟเดอเรอร์ กับ นาดาล จะได้ควงแร็กเก็ตคู่ใจปะทะกันอีกครั้งบนคอร์ตหญ้าแห่ง วิมเบิลดัน โดยในครั้งนี้เป็นรอบตัดเชือก

ไม่มีใครรู้หรอกว่าความสนุกตื่นเต้นของมันจะเทียบได้กับเมื่อปี 2008 หรือเปล่า แต่อย่างน้อยที่บอกได้ก็คือมันเป็นแมตช์ที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด