วิมเบิลดัน เทนนิส โนวัก ยอโควิช โรเจอร์ เฟเดอเรอร์

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ : เบื้องหลังการยืนระยะเล่นเทนนิสอาชีพระดับสูงสุดในวัย 37 ปี

Home / sport variety / โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ : เบื้องหลังการยืนระยะเล่นเทนนิสอาชีพระดับสูงสุดในวัย 37 ปี

ความพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ วิมเบิลดัน อาจเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย แต่อย่างน้อย โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ก็ได้สร้างความน่าอัศจรรย์ใจว่าในวัย 37 เกือบๆ 38 ปีแบบนี้ เขายังสามารถยืนระยะอยู่ในวงการเทนนิสระดับท็อปได้อย่างไร

ตลอดการดวลกัน 5 เซตที่ ออลล์ อิงแลนด์ ยอดนักหวดชาวสวิสไม่ได้เป็นรอง โนวัก ยอโควิช เลยแม้แต่น้อย จะว่าไปแล้วเขาทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำตลอด 4 เซตแรก แต่ก็มาพลาดท่าเอาในการเล่นไทเบรค จึงทำให้พลาดชูถ้วยสีทองอร่ามที่เขาคุ้นเคยไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจก็คือนักกีฬาในวัยขนาดนี้ สามารถรักษาสภาพร่างกายได้อย่างไรในการดวลยาวๆ 4 ชั่วโมง 57 นาที กับนักเทนนิสที่หนุ่มกว่าถึงเกือบ 6 ปี

เคร้ก โอแชนเนสซี่ นักยุทธศาสตร์เกมเทนนิส ได้วิเคราะห์ เฟเดอเรอร์ เอาไว้ว่า “ผมยังไม่เห็นว่าร่างกายของเขามาถึงที่สุดแล้วเลย โรเจอร์ มีผู้คนที่ทำงานร่วมกับเขาวันแล้ววันเล่าเกี่ยวกับสภาพร่างกาย สิ่งที่พวกเขากำลังทำตอนนี้ก็คือการทำให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านตามอายุนั้นช้าลง มันทำให้อาการบาดเจ็บลดน้อยลงด้วย”

“วิทยาศาสตร์การกีฬาคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน มันไม่มีนักเรื่องแบบนี้มาช่วยพวกเขาระหว่างออกทัวร์หรอก”

การดูแลตัวเองเป็นอย่างดีของ เฟเดอเรอร์ ช่วยให้เขายังคงยืนอยู่จุดสูงสุดในตอนนี้ได้ เริ่มต้นกันที่เรื่องของอาหารการกิน ในมื้อเช้าเขาจะรับประทานของหวาน โดยเป็นวาฟเฟิลที่ทำเอง ทานร่วมกับผลไม้สดๆ ก่อนที่จะล้างปากด้วยน้ำผลไม้สด, กาแฟ และวินีก้า

ก่อนการฝึกซ้อมในแต่ละวัน หรือในวันที่มีโปรแกรมแข่งขัน นักหวดสวิสชื่นชอบที่จะทานอาหารอย่างพาสต้าซอสเบาๆ โดยทานให้พออิ่มท้อง 2 ชั่วโมงก่อนลงคอร์ต และเขาก็ทำอย่างนี้มานาน 20 กว่าปีแล้ว

ขณะที่ในระหว่างซ้อมหรือแข่ง การทานอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเพิ่มพลังงานก็เป็นสิ่งจำเป็น เฟเดอเรอร์ ทานสแน็คบาร์หรือไม่ก็กล้วย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตและโพแทสเซียมชั้นดี เช่นเดียวกับเครื่องดื่มประเภทเอเนอร์จี้ดริงก์ ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้เร็วกว่าอาหาร ทั้งหมดที่ว่านี้มันจะเข้าไปชดเชยสิ่งต่างๆ ที่ร่างกายเสียไปในการเล่นแมตช์ยาวๆ

แต่เพียงแค่เรื่องโภชนาการอย่างเดียวคงไม่สามารถช่วยให้ เฟดเอ็กซ์ ยืนระยะได้ขนาดนี้ อีกปัจจัยสำคัญก็คือเรื่องของสไตล์การเล่น ท่าทางในการตีของเขามันไม่จำเป็นต้องยืดตัวอะไรมาก อีกทั้งในระยะหลังเขาก็มักจะพยายามเล่นแต้มสั้นๆ เพื่อให้ใช้ร่างกายเปลืองน้อยที่สุด แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าแฟนๆ ชอบดูการตีแรลลี่ยาวๆ ก็ตาม

กลยุทธ์ในการตีของ เฟเดอเรอร์ ช่วยให้เขาไม่จำเป็นต้องวิ่งยาวๆ เพื่อเล่นเกมรับมากนัก นั่นเป็นสิ่งที่มาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ขณะที่ผู้เล่นหนุ่มๆ ส่วนใหญ่นั้นมักจะคิดว่าการวิ่งเร็วๆ ตีแรงๆ เป็นสิ่งที่ดีแล้วสำหรับเทนนิสอาชีพ ซึ่งจากสายตาของคนที่ผ่านแกรนด์สแลมมา 79 รายการนั้นมันเป็นมุมมองที่แตกต่างออกไป

ยอดนักหวดในวัย 30 ปลายๆ ยังมีการวางแผนที่ดีร่วมกับทีมงานของเขาในการเล่นอาชีพ นั่นจึงทำให้เขาไม่เข้าร่วมแข่งขัน เฟร้นช์ โอเพ่น แกรนด์สแลมบนคอร์ตดินที่เขาถนัดน้อยที่สุดถึง 3 ปีติดต่อกัน ก่อนที่จะกลับมาเข้าร่วมอีกครั้งในปีนี้ และก็ทำได้ดีถึงขั้นเข้ารอบรองชนะเลิศ ซึ่งคนที่ปราบเขาได้ก็ไม่ใช่ใคร ราชาคอร์ตดินอย่าง ราฟาเอล นาดาล นั่นเอง

การเล่นเทนนิสอย่างมีวินัยคือสิ่งที่นำพา เฟเดอเรอร์ มาไกลได้ขนาดนี้ แต่ก่อนหน้าศึก วิมเบิลดัน ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เขาก็ไม่ปฏิเสธว่าอาชีพของเขากำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุดแล้ว “ผมกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของอาชีพแล้ว และทุกอย่างมันก็คงจะผ่านไปอย่างรวดเร็วมากๆ”

“อนาคตของผมยังคงเปิดกว้าง ผู้เล่นบางคนก็วางแผนเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าจะทำอะไรหลังเลิกเล่นเทนนิส แต่สำหรับผมแล้ว ผมยังไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้นเลย ผมอยากที่จะให้มันยืดหยุ่นได้สำหรับครอบครัวของผม มันก็มีโอกาสเป็นไปได้มากมาย”

จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครล่วงรู้ว่าสุดท้ายแล้ว เฟเดอเรอร์ จะยังควงแร็กเก็ตคู่ใจลงแข่งขันไปอีกนานแค่ไหน และเขาจะประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ระดับแกรนด์สแลมได้อีกสักรายการหรือไม่ แต่อย่างน้อยสิ่งที่เขาได้แสดงให้เห็นแล้วก็คืออายุไม่ใช่อุปสรรคเลยถ้าหากว่าคุณดีพอ

“ผมพยายามอย่างเต็มที่แล้ว และผมก็ยังรู้สึกว่ายืดหยัดต่อไปได้” นักเทนนิสมากประสบการณ์กล่าวหลังความพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ วิมเบิลดัน ที่ผ่านมา

“ผมหวังว่าผมจะทำให้ผู้คนได้มีความเชื่อ ด้วยวัย 37 ปี ทุกอย่างมันยังไม่จบลง ผมยังคงรู้สึกดี ชัดเจนว่ามันอาจจะต้องใช้เวลาสักพักสำหรับการฟื้นฟูสภาพร่างกาย แต่โดยรวมแล้วมันก็ถือว่าดีอยู่”

นี่คือแรงบันดาลใจชั้นเยี่ยมสำหรับใครก็ตามที่รู้สึกว่าตัวเองแก่เกินจะทำอะไร อย่าลืมว่าอีกแค่ไม่ถึงเดือน เฟเดอเรอร์ ก็จะอายุครบ 38 ปีแล้วด้วยซ้ำ