นิโกล่าส์ เปเป้ พรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล อาร์เซน่อล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เปิดอันดับแข้ง พรีเมียร์ ลีก ค่าตัวแพงสุดในประวัติศาสตร์ หลังปีศาจแดงสอย แม็กไกวร์

Home / sport variety, ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ / เปิดอันดับแข้ง พรีเมียร์ ลีก ค่าตัวแพงสุดในประวัติศาสตร์ หลังปีศาจแดงสอย แม็กไกวร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งคว้าตัว แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกในตำแหน่งกองหลัง และทำให้เขากลายเป็นนักเตะแพงสุดอันดับที่ 2 ในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ ลีก เรามาดูกันหน่อยดีกว่าว่าอันดับแข้งแพงในตอนนี้ของลีกอังกฤษจะมีหน้าตาอย่างไรกันบ้าง

1. ปอล ป็อกบา (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ค่าตัว: 93.25 ล้านปอนด์
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวอดีตดาวรุ่งในอคาเดมี่ของพวกเขากลับมาจาก ยูเวนตุส จริงอยู่ที่ว่า ป็อกบา นั้นผลงานน่าประทับใจมากตอนค้าแข้งกับทีมม้าลาย แต่การกลับถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รอบสองของมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสกลับทำได้ไม่ดีอย่างที่คาด แถมยังตกเป็นข่าวย้ายทีมอยู่เรื่อยๆ ในระยะหลังอีกต่างหาก

 

3. แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ค่าตัว: 80 ล้านปอนด์
การเข้ามาของปราการหลังชาวอังกฤษรายนี้ทำให้ถีบ อังเคล ดิ มาเรีย ที่ครองตำแหน่งอันดับ 10 ในลิสต์ดังกล่าวกระเด็นหล่นไป โดย แม็กไกวร์ ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด ตามตื้ออยู่สองสามนาน กว่าจะลงตัวและกลายเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ทำลายสถิติเดิมของ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค เป็นที่เรียบร้อย

แฮร์รี่ แม็กไกวร์

 

3. โรเมลู ลูกากู (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ค่าตัว: 75 ล้านปอนด์
ทีมปีศาจแดงซึ่งกลายเป็นทีมเงินถุงเงินถังต้องจ่ายเงินไม่น้อยเพื่อคว้าตัวศูนย์หน้า เอฟเวอร์ตัน มาเสริมแนวรุก ซึ่งในช่วงแรกๆ ก็ถือว่าไปได้สวย แต่ในระยะหลังเขาก็ชักจะเริ่มฝืด เนื่องจากจูนกับเพื่อนร่วมทีมไม่ติดเหมือนกับตอนที่เล่นให้กับทีมชาติ ซึ่งล่าสุดก็ดูเหมือนว่าแข้งรายนี้ใกล้ที่จะย้ายออกเต็มทนแล้ว

 

3. เฟอร์กิล ฟาน ไดก์ (ลิเวอร์พูล)
ค่าตัว: 75 ล้านปอนด์
ลิเวอร์พูล ย่อมจ่ายเงินเป็นสถิติโลกสำหรับผู้เล่นกองหลัง เพื่อแก้ไขปัญหาแนวรับของพวกเขา และมันก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสุดๆ เมื่อทีมหงส์แดงกลายเป็นหนึ่งในทีมที่เหนียวแน่นในเกมรับ เมื่อเสริมเข้ากับแนวรุกที่จัดจ้านอยู่แล้ว จึงทำให้ตอนนี้พวกเขาพร้อมชนกับทีมแกร่งทั่วยุโรปอย่างไร้ความเกรงกลัว

 

5. นิโกล่าส์ เปเป้ (อาร์เซน่อล)
ค่าตัว: 72 ล้านปอนด์
กองหน้าวัย 24 ปี เพิ่งถูกทีมปืนใหญ่ซื้อตัวเข้ามาจาก ลีลล์ ด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสร แต่ก็ไม่ได้จ่ายทีเดียวทั้งหมด โดยเบื้องต้นนั้นเงินจะเข้าประเป๋าทีมจากฝรั่งเศส 20 ล้านปอนด์ ก่อนที่จะค่อยๆ ผ่อนจ่ายจนครบภายในระยะเวลา 5 ปี ส่วนผลงานของเจ้าตัวก็ต้องรอติดตามชมกันต่อไปในฤดูกาลที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

 

6. เกปา อาร์ริซาบาลาก้า (เชลซี)
ค่าตัว: 71.6 ล้านปอนด์
เชลซี ยอมทุ่มเงินเป็นสถิติโลกสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตู เพื่อคว้าตัวนายด่านจาก แอธเลติก บิลเบา เข้ามาเสริมทัพ ทำลายสถิติของ อลิสซิส เบ็คเกอร์ ของ ลิเวอร์พูล ที่ซื้อมาก่อนหน้าไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งในฤดูกาลแรกของเขาก็มีเรื่องมีราวอยู่พอสมควร ในเกมที่เจ้าตัวฝ่าฝืนคำสั่งกุนซือ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ไม่ยอมเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

 

7. อัลบาโร่ โมราต้า (เชลซี)
ค่าตัว: 70 ล้านปอนด์
เชลซี ยอมซื้อกองหน้าชาวสเปนในราคาค่าตัวที่ไม่น้อย ซึ่งในช่วงแรกก็ถือว่าเขาไปได้สวย แต่ไปๆ มาๆ ในระยะยาวกลับฟอร์มตกอย่างน่าใจหาย สุดท้ายก็ไม่สามารถไปต่อกับทีมดังจากกรุงลอนดอนได้ ทำให้ต้องย้ายไปเล่นกับ แอตเลติโก มาดริด ด้วยสัญญายืมตัว ก่อนเซ็นสัญญาย้ายขาดหลังจากนั้น

 

8. อลิสซอน เบ็คเกอร์ (ลิเวอร์พูล)
ค่าตัว: 67 ล้านปอนด์
ลิเวอร์พูล ที่มีปัญหาในแนวรับ นอกเหนือจากจะเสริมเซ็นเตอร์แบ็คเข้ามาแล้ว พวกเขาก็ยังทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าตัวผู้รักษาประตูจาก โรม่า เข้าสู่ทีมอีกด้วย และก็เช่นกันที่มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะมันทำให้พวกเขามีสถิติเกมรับที่เหนียวแน่นมากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

 

9. เฟร็ด (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ค่าตัว: 61.2 ล้านปอนด์
แฟนๆ ปีศาจแดงบางคนอาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามิดฟิลด์ชาวบราซิลรายนี้ถูกทางสโมสรซื้อเข้ามาด้วยเม็ดเงินที่ไม่น้อยเลย แต่ตลอดฤดูกาลแรกในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเหมือนในสมัยเล่นให้ ชักตาร์ โดเน็ตส์ก ได้ จะมีบ้างแค่บางเกมใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เขาทำผลงานได้ดี แต่โดยรวมแล้วก็ยังถือว่าห่างไกลนักจากคำว่าคุ้มค่าตัว

 

10. ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมยอง (อาร์เซน่อล)
ค่าตัว: 60 ล้านปอนด์
ในช่วงเปิดตลาดต้นปี 2018 อาร์เซน่อล ได้คว้าตัว โอบาเมยอง เข้ามาทดแทน โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ย้ายไป เชลซี และถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องจ่ายแพงพอสมควร แต่สุดท้ายแล้วก็ถือว่ามันเป็นการลงทุนที่ไม่เสียเปล่า เมื่อดาวยิงชาวกาบองซัดประตูให้กับทีมได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาที่เขายิงไปถึง 22 ประตูในลีก จนครองตำแหน่งดาวซัลโวร่วม

 

10. ริยาด มาห์เรซ (แมนฯ ซิตี้)
ค่าตัว: 60 ล้านปอนด์
หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ปีกชาวอัลจีเรียก็ต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ ด้วยการย้ายไปเล่นกับ แมนฯ ซิตี้ และดีลนี้ก็ทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าต้องจ่ายเงินมากพอสมควร อย่างไรก็ตาม มาห์เรซ กลับไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามสม่ำเสมอเหมือนอย่างสมัยเล่นให้ทีมสุนัขจิ้งจอก แต่จากมุมมองสโมสรแล้ว เขาก็ถือว่าเป็นผู้เล่นอะไหล่ชั้นดี