มาร์ติน โอเดการ์ด เรอัล มาดริด

มาร์ติน โอเดการ์ด : เด็กหนุ่มผู้แบกความคาดหวังเอาไว้มากมายตั้งแต่อายุ 15 ปี

Home / sport variety / มาร์ติน โอเดการ์ด : เด็กหนุ่มผู้แบกความคาดหวังเอาไว้มากมายตั้งแต่อายุ 15 ปี

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าหนู มาร์ติน โอเดการ์ด ยอดดาวรุ่งแดนนอร์เวย์ในวัย 15 ปี ณ ขณะนั้น ที่ทำเอาวงการลูกหนังต้องสั่นสะเทือน

แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ เวลาล่วงเลยผ่านไป 5 ปี เจ้าหนูวัย 15 ปีในวันนั้น และอายุ 20 ปีในวันนี้ ชื่อของ มาร์ติน โอเดการ์ด กลับค่อยๆ จางหายไปตามหน้าสื่อและความสนใจของแฟนบอล ท่ามกลางเกมลูกหนังที่โม่แข้งอย่างเมามันส์ในทุกๆ ปี

แน่นอนว่าด้วยความที่ฝีเท้าเขาโดดเด่นมากกว่าใครในรุ่นเดียวกันและรุ่นที่อยู่สูงกว่า ทำให้เขาต้องแบก “ความหวัง” และ “ความคาดหมาย” เอาไปยังสนามฟุตบอลเป็นประจำทุกวันมาตั้งแต่อายุยังเด็ก

 

ช่วงหน้าร้อน ปี 2014 ณ เมืองดรัมเมน เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งมีจำนวนประชากรอยู่ราว 90,000 คน กลายเป็นลายแทงเด็ดของเหล่าทีมชั้นนำทั่วยุโรปในการเดินทางมายลฝีเท้าของ มาร์ติน โอเดการ์ด เจ้าหนูที่ถูกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะทางลูกหนัง ซึ่งในเวลานั้นเจ้าตัวเล่นให้กับ สตรอมก็อดเซ็ต

ในฤดูกาล 2014 โอเดการ์ด ในวัย 15 ย่าง 16 ปี ลงสนามให้ต้นสังกัด 25 เกม ยิง 5 ประตู 6 แอสซิสต์ แถมถูกโหมกระพือเรื่องฝีเท้าที่โดดเด่นเกินใครจนฟุ้งไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ว่ากันว่ามีกว่า 30 ทีมที่เชื้อเชิญให้เขาไปค้าแข้งด้วย บางทีมพาไปทดสอบฝีเท้ากับพวกเขา บางทีมพาไปชมเกมที่สนาม และบางทีมให้เยี่ยมชมสนามซ้อมก็มี โดยหวังให้ โอเดการ์ด ตกลงปลงใจย้ายไปเล่นให้กับพวกเขา

สุดท้ายเป็น เรอัล มาดริด ยอดทีมแดนกระทิงดุที่ได้ลายเซ็นของเจ้าหนูรายนี้ไปครองท่ามกลางบรรดาทีมอื่นๆ ที่ได้แต่มองตาปริบๆ ค่าตัว 3.6 ล้านปอนด์ รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 80,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ นับว่าสูงเอามากๆ สำหรับเด็กหนุ่มในวัยนี้

 

 

โอเดการ์ด เหมือนเด็กมากพรสวรรค์จากทุกประเทศที่มักจะถูกตีตราว่าเป็น “เมสซี่คนต่อไป” ด้วยความถนัดเท้าซ้ายและเล่นตำแหน่งตัวรุก แต่แท้ที่จริงแล้วลีลาการเล่นเขาละม้ายคล้ายคลึงผู้เล่น “สายปั้น” อย่าง ลูก้า โมดริช หรือ อันเดรส อิเนียสต้า มากกว่า “เขาชอบดู เมสซี่ เล่น ผมจำได้ว่าเขารัก เมสซี่ มากๆ ดังนั้นจึงแปลกหน่อยๆ ที่เขารัก เมสซี่ แต่ดันย้ายไป เรอัล มาดริด” แฮรัลด์ โยฮันเนสเซ่น โค้ชในวัยเด็กของ โอเดการ์ด พูดถึงอดีตลูกศิษย์คนนี้

การถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในเกม ลาลีกา ที่เอาชนะ เกตาเฟ่ 7-3 ช่วงปลายฤดูกาล 2014/15 และได้ลงเต็มเกมในศึก โกปา เดล เรย์ ที่เอาชนะ กัลตูรัล ลีโอเนซ่า 6-1 ในปี 2016 นั่นเป็นเพียง 2 เกมที่กองกลางชาวนอร์เวย์ผู้นี้ได้โอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของ เรอัล มาดริด ซึ่งส่วนใหญ่เขาวนเวียนอยู่กับ เรอัล มาดริด คาสตีญ่า มากกว่า

 

 

ช่วงสองฤดูกาลหลังสุด โอเดการ์ด ถูกปล่อยไปเก็บประสบการณ์กับทีมในศึกเอเรดิวิซี ฮอลแลนด์ อย่าง ฮีเรนวีน และ วิเทสส์ ก่อนที่ล่าสุดจะปล่อยให้ เรอัล โซเซียดัด ยืมตัวไปใช้งานเต็มฤดูกาล

บางทีการตัดสินใจย้ายมาทีมระดับแถวหน้าของโลกอย่าง เรอัล มาดริด ยังเร็วไปสำหรับเขา แน่นอนพรสวรรค์ที่เต็มเปี่ยม แต่ถ้าไม่ได้รับโอกาสเพื่อขัดเกลาฝีเท้า เขาก็ไม่อาจพาตัวเองกลายร่างเป็นผู้เล่นชั้นแนวหน้าของโลกของโลกก็เป็นได้

ในโลกลูกหนังมีผู้เล่นพรวรรค์มากมายที่ได้ล้มหายตายจากไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการแข่งขันและแรงกดดันมหาศาลที่ทีมใหญ่และแฟนบอลของพวกเขามีให้ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามายังสโมสรนั้นๆ การมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , แกเร็ธ เบล , อิสโก้ และ ลูก้า โมดริช ขวางทางเขาอยู่ในตอนที่ย้ายทีมมา บางทีการย้ายไปเล่นให้กับทีมที่มีชื่อชั้นรองลงมาอาจเป็นเวทีที่เหมาะสมสำหรับเขาก็เป็นได้

แต่ถึงอย่างนั้นจากเวทีแดนกังหันในช่วงสองปีหลัง เขาขยับเข้ามาเล่นเวทีเดียวกับราชันชุดขาว บางทีนี่อาจเป็น “โอกาสเล็กๆ” ที่จะนำพาเขาคว้า “โอกาสที่ใหญ่” กว่านั้น เพื่อทลายความกดดันและพัฒนาไปเป็นแข้งชั้นแนวหน้าของโลกให้จงได้ในอนาคต

 

 

ที่มา

  • https://thesefootballtimes.co/2019/07/08/the-inside-story-of-martin-odegaard-the-real-madrid-man-still-on-track-to-become-norways-first-global-superstar
  • https://www.theguardian.com/football/blog/2014/aug/26/martin-odegaard-norway-15-year-old