ซีเนอดีน ซีดาน เดวิด เบ็คแฮม เรอัล มาดริด แกเร็ธ เบล

จากหนุ่มเบ็คสู่หนุ่มเบล : ถอดบทเรียน ‘ถ้าอยากเล่นก็จงเป็นมืออาชีพให้ได้’

Home / sport variety / จากหนุ่มเบ็คสู่หนุ่มเบล : ถอดบทเรียน ‘ถ้าอยากเล่นก็จงเป็นมืออาชีพให้ได้’

แกเร็ธ เบล กำลังเจอกับสถานการณ์ที่หนักหน่วงในแคมป์ของ เรอัล มาดริด ท่ามกลางข่าวลือมากมาย หลังจากเจ้าตัวแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามภายใต้การทำทีมของ ซีเนอดีน ซีดาน ที่เข้ามาทำทีมเป็นคำรบที่สอง

สถานการณ์สุดยืดเยื้อนั้นละม้ายคล้ายคลึงกับกรณีของ เดวิด เบ็คแฮม สมัยที่ค้าแข้งให้กับราชันชุดขาว เพียงแต่การดำเนินเรื่องค่อนข้างจะแตกต่างกันออกไปพอสมควร เรามาดูกันว่าเมื่อครั้งที่ “พ่อหนุ่มเบ็ค” ต้องตกที่นั่งเดียวกับ “พ่อหนุ่มเบล” ที่กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ ซุป’ตาร์อดีตทีมชาติอังกฤษจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ้าง

 

หนุ่มเบ็คกับความเป็นมืออาชีพ

หน้าร้อน ปี 2003 เดวิด เบ็คแฮม ชิงพื้นที่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับด้วยการย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ที่ ณ เวลานั้น ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรต้องการเนรมิตราชันชุดขาวให้เป็น “โคตรทีม” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กาลาคติกอส” ในการกว้านซื้อเหล่าซูเปอร์สตาร์มาประดับทีมทั้งแผง โดยคอนเซ็ปต์ดังกล่าวเป็นที่ถูกอกถูกใจจากเหล่าแฟนบอลราชันชุดขาวจนเขาได้นั่งแท่นประธานสโมสรในปี 2000 ซึ่งผู้เล่นอย่าง หลุยส์ ฟิโก้ , ซีเนอดีน ซีดาน , โรนัลโด้ และ เดวิด เบ็คแฮม ต่างตบเท้ามาค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว

แต่การมีผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์เต็มทีมใช่ว่าจะเวิร์คเสมอไป “ทีมดังแต่ฟอร์มไม่ปัง” 3 ปีแรกของ เบ็คแฮม กับ เรอัล มาดริด ไม่เคยสัมผัสแชมป์ระดับเมเจอร์แม้แต่รายการเดียว ว่ากันว่าสาเหตุที่ “กาลาคติกอส” ไปไม่ถึงฝั่งฝันก็เป็นเพราะการขาย โคล้ด มาเกเลเล่ ที่คอยเก็บกวาดเช็ดถูผลงสนาในสนามให้กับ เรอัล มาดริด ตลอดช่วงที่ผ่านมาไปให้กับ เชลซี ในปี 2003 ซึ่งสวนทางกับตอนเข้ามาของหนุ่มเบ็คพอดิบพอดี อีกทั้งการเปลี่ยนตัวกุนซือเป็นว่าเล่นก็ย่อมส่งผลกระทบให้กับทีมไม่น้อย

 

 

และเรื่องราวสุดลำบากของ เบ็คแฮม ก็มาถึง ซัมเมอร์ ปี 2006 เรอัล มาดริด แต่งตั้ง ฟาบิโอ คาเปลโล่ เข้ามารับหน้าที่กุนซือ โดย “ดอน คาเปลโล” ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นกุนซือสุดเฮี้ยบคนหนึ่ง แน่นอน เบ็คแฮม โดน คาเปลโล่ จับนั่งสำรองต่อเนื่อง เพราะกุนซือเลี่ยนมองว่าแข้งชาวอังกฤษรายนี้เอาดีกับเรื่องนอกสนามมากกว่าการทุ่มเทให้กับผลงานของทีม

หลายฝ่ายมองว่า เบ็คแฮม ออกลูกงอแงแน่ๆ แต่เปล่าเลย! เขาไม่ตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น และก้มหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ซึ่งช่วงกลางฤดูกาลดังกล่าว เบ็คแฮม ที่กำลังจะหมดสัญญาลงหลังจบฤดูกาล มองว่าอนาคตของเขาไม่น่าไปต่อกับราชันชุดขาวได้แล้วจึงตัดสินใจเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ แอลเอ กาแล็กซี่ ทีมในศึก เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐฯ

 

แทนที่เขาจะใจลอยและตั้งหน้าตั้งตารอย้ายไปค้าแข้งในแดนลุงแซม เบ็คแฮม กลับแสดงความเป็นมืออาชีพสุดๆ ด้วยการก้มหน้าก้มตาซ้อมเช่นเคย เดินทางมาสนามซ้อมก่อนเพื่อนและกลับคนสุดท้ายของทีม เขาทำอย่างนี้มาตลอดโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ โดยหวังจะได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองว่า คาเปลโล่ นั้น “คิดผิด”

และโอกาสก็มาถึง แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูกาล และเจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปเล่นให้ แอลเอ กาแล็กซี่ แล้ว แต่ เบ็คแฮม แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท และสามารถทำ 4 แอสซิสต์ จาก 7 เกมที่ลงเล่นในช่วงท้ายฤดูกาล ช่วยให้ เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ลาลีกา ไปครอง และเป็นแชมป์เมเจอร์เดียวของเจ้าตัวในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ปิดฉากการค้าแข้งในสเปนไปแบบโคตรหล่อ แม้เจ้าตัวจะย้ายไปเล่นที่สหรัฐฯ, อิตาลี และฝรั่งเศสเบ็คแฮม ก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในกีฬาที่เขารักจนหยดสุดท้ายที่แขวนสตั๊ดกับ เปแอส ในปี 2013 และการกระทำดังกล่าวของเขาก็เป็นที่กล่าวถึงจนทุถกวันนี้

………

 

หนุ่มเบลกับการลอยตัวอยู่เหนือปัญหา

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ มีเป้าหมายที่จะสร้าง “กาลาคติกอส ยุคสอง” ขึ้นมา เขาดึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทีมด้วยค่าตัวสถิติโลก (ในเวลานั้น) ตามมาด้วย แกเร็ธ เบล ที่ทำลายค่าตัวสถิติโลกในอีก 4 ปีต่อมา

แน่นอน เบล ถูกจับโยงว่ากินเกาเหลากับ โรนัลโด้ เรื่องความเป็นหนึ่งในแคมป์ราชันชุดขาวมาโดยตลอด แต่เรื่องนี้ไม่เท่ากับการเข้ามาของ ซีเนอดีน ซีดาน อดีตแข้งชื่อดังและอดีตเพื่อนร่วมทีมของ เดวิด เบ็คแฮม สมัยค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด เพราะตั้งแต่วันแรกบรรยากาศความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็คุกรุ่นแล้ว เมื่อ ซีดาน จับมือทักทายกับผู้เล่นทุกคนในวันที่เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีม ผู้เล่นทุกคนยืนจับมือกับกุนซือใหม่รายนี้ทุกคน ก่อนจะมาหยุดดึงเข้มใส่ เบล หลังสตาร์ชาวเวลส์นั่งจับมือทักทาย ซึ่งเรื่องนี้ ซีดาน มองว่า “ขาดความเคารพ” ในตัวเขา และพยายามแสดงให้เห็นความเป็นนายใหญ่ของ เรอัล มาดริด ทันที

 

 

หลังจากนั้นทั้งสองคนเริ่มไม่ลงรอยหนักขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้อยู่ที่ “ทัศนคติ” ของอดีตแข้ง สเปอร์ส ล้วนๆ โรคส่วนตัวสูง, ชอบโชว์ความสามารถเฉพาะตัวเกินไป, เล่นไม่เข้าระบบของกุนซือ และไม่คิดจะปรับตัวด้วย นั่นทำให้ เบล มักจะมีชื่อหลุดจากตัวจริงบ่อยครั้ง แม้จะมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์บางรายการ โดยเฉพาะ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พาทีมเอาชนะ ลิเวอร์พูล 3-1 ในปี 2018 แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นที่ต้องการของ ซีดาน อยู่ดี ติดตรงที่ว่าประธานสโมสรที่อยากเห็นเขาอยู่ต่อ นั่นทำให้เขาตัดสินใจอำลาถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว หลังจบฤดูกาล 2017/18

 

ยังไม่ทันจะครบปี ซีดาน กลับมากุมบังเหียนอีกครั้ง เพื่อกู้สถานการ์ของทีม แน่นอนคราวนี้ไม่มี โรนัลโด้ แล้ว แต่ เบล ยังอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาในเรื่องทัศนคติแต่อย่างใด จนมาในซัมเมอร์ล่าสุด ซีดาน พยายามเฉดหัวสตาร์รายนี้ออกไปให้พ้นทีม และทำท่าจ่อย้ายไปเล่นให้กับ เจียงซู ซูหนิง ในศึกไชนีส ซูเปอร์ ลีก แต่สุดท้ายดีลดังกล่าวล่มในวินาทีสุดท้าย ว่ากันว่าเพราะ เปเรซ ต้องการให้ เบล ค้าแข้งกับที่นี่ต่อไป และเจ้าตัวก็ย้ำชัดที่จะเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ไปจนจบสัญญาที่จะหมดลงในปี 2022 หรืออีก 3 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว

 

รูปจาก El Confidencial

 

แน่นอนเรื่องนี้สร้างความหนักอกหนักใจให้กับ ซีดาน ไม่น้อย เล่นก็ไม่เข้าระบบ แถมผลักไสไล่ส่งก็ไม่ไป มาถึงจุดนี้หาก เบล ย้ำชัดที่จะอยู่ต่อ สิ่งที่เขา “ควรจะทำ” คือการก้มหน้าก้มตาซ้อมและแสดงให้เห็นถึงความเป็นอาชีพให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อสร้างโอกาสในการเล่นฟุตบอล เหมือนครั้งที่ เดวิด เบ็คแฮม แสดงให้เห็นเป็นแบบอย่างเมื่อ 13 ปีที่แล้ว แต่ไม่เลย! ในเกมที่เจอกับทีมเก่าของเขาอย่าง ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ เมื่อสัปดาห์ก่อน เบล ถูกหั่นชื่อออกจากทีมชุดดังกล่าว โดย ซีดาน แจ้งว่าเขามีอาการบาดเจ็บ

 

“เขาไม่ได้เดินทางมาด้วยเพราะว่าไม่ฟิต หลังจากที่คุยกับทีมแพทย์แล้ว สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาก็คืออยู่ที่มาดริดต่อไป ฝึกซ้อมที่นั่นไปก่อน มันเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างตัวนักเตะเอง, ทีมแพทย์ และโค้ช”

 

แต่ขณะที่เพื่อนร่วมทีมของ เบล กำลังทำผลงานในศึก ออดี้ คัพ ที่เยอรมัน ซุป’ตาร์มังกรแดงที่ไม่ได้เดินทางไปกับทีมชุดนี้ดันโผล่ไปหวดกอล์ฟอันเป็นหนึ่งในกีฬาสุดโปรดของเจ้าตัวขณะเดียวกันกับเกมที่เจอ สเปอร์ส ใกล้จบพอดิบพอดี ชนิด “ไม่สนสี่สนแปด” ใดๆ ทั้งสิ้น

ทำเอา ซีดาน ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว “ผมไม่รู้เลย คุณกำลังพยายามบอกบางสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม ผมอยู่ที่นี่กับผู้เล่นของผม และผมจะไม่พูดถึงเรื่องนั้น” กุนซือราชันชุดขาวให้สัมภาษณ์หลังจบเกมอุ่นเครื่องกับ เฟเนร์บาห์เช่

“ผมหวังที่จะให้เขาซ้อมกับเราที่นี่ เราคิดแต่เรื่องของทีมในเวลานี้ ดีล่ะ! และจะได้เห็นกันว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเรากลับไปที่นั่น” ซีดานทิ้งท้าย

 

 

เดวิด เบ็คแฮม ทำให้เห็นเป็นบุญตาแล้วว่าแม้จะไม่อยู่ในสายตาใครสักคน จงใช้ “ความเป็นมืออาชีพ” เพื่อให้ได้ซึ่งโอกาสนั้นมา แต่สำหรับกับ แกเร็ธ เบล เขาจะทำอย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ๆ ต้องไม่ทำตัว “ลอยอยู่เหนือปัญหา” แบบทุกวันนี้…