5 ประเด็นหลังเกม พรีเมียร์ ลีก เชลซี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

5 ประเด็นหลังเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม เชลซี 4 ดอก ประเดิม พรีเมียร์ ลีก

Home / sport variety / 5 ประเด็นหลังเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม เชลซี 4 ดอก ประเดิม พรีเมียร์ ลีก

5 ประเด็นหลังเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม เชลซี ประเดิมศึก พรีเมียร์ ลีก ประจำฤดูกาล 2019/20

ถือว่าเซอร์ไพรส์ไม่น้อยในแง่ผลการแข่งขันสำหรับคู่ “บิ๊กแมตช์” ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เชลซี ที่จบลงด้วยชัยชนะท่วมท้นของปีศาจแดง 4-0 และนี่คือประเด็นที่เกิดขึ้นในเกมนี้…

 

เพรสซิ่งสูง

นี่เป็นสิ่งแรกๆ ที่เราเห็นจากผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่พยายามเข้ากดดันสูงใส่ผู้เล่นของ เชลซี โดยการเพรสซิ่งสูงนั้นจะเห็นได้ตั้งแต่ช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือน โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จะเน้นเรื่องนี้เป็นพิเศษ และมันทำให้ทั้งสองทีมต่างไม่มีเวลาได้พักหายใจกันสักเท่าไหร่ เพราะต้องแก้ไขสถานการณ์โดนบีบอย่างรวดเร็วกันทั้งสองฝ่าย

………

 

คุณภาพเกมรับต่างกัน

ยอมรับเลยว่าการเข้ามาของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ อารอน วาน-บิสซาก้า ช่วยให้เกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดีขึ้นมาทันตาเห็น และเมื่อมีเกมรับที่ไว้ใจได้แนวรุกปีศาจแดงก็ไม่ต้องพะวงหลัง เดินหน้าเข้าบุกใส่ เชลซี จนนำมาซึ่ง 4 ประตูที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ผิดกับแนวรับ เชลซี ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นระเบียบสักเท่าไหร่ โดยเฉาะ เคิร์ท ซูม่า ที่ดูจะไม่นิ่งเอาเสียเลย เจ้าตัวทำเสียจุดโทษในครึ่งแรก ชนิดที่ปะทะกับแนวรุกปีศาจแดงไม่ชนะแม้แต่หนเดียว ก่อนจะสติหลุดในครึ่งหลังโดนถลุงเละเป็นโจ๊ก

………

 

วันเสาของสิงห์บลู

แม้ว่าวันแข่งขันจะเป็นวันอาทิตย์ แต่สำหรับ เชลซี มันคือวันเสา! พวกเขาเกือบได้ประตูขึ้นนำแต่หัววันจาก แทมมี่ อับราฮัม แต่ก็ดันปฏิเสธโดยเสาไกล มาถึงคราวที่ เอเมอร์สัน ได้ส่องด้วยซ้ายเน้นๆ ผ่านมือ เด เคอา ไปแล้ว แต่ก็ติดคานเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย ไม่เช่นนั้นแล้วรูปเกมอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปและไม่ต้องจบลงด้วยการโดนยำ 4 เม็ดแบบนี้

………

 

จุดบอดจุดเด่นของป็อกบา

ป็อกบา ยังคงเป็น ป็อกบา วันยันค่ำ เกมนี้กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสยังคงเล่นหลายจังหวะจนโดน เชลซี ฉกบอลไปจากเท้าได้หลายครั้ง สร้างความหงุดหงิดให้กับแฟนบอลไม่ใช่น้อย แต่ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับเขา เมื่อมีส่วนร่วมกับสองประตูที่เกิดขึ้นในเกมนี้ โดยเฉพาะลูกที่ตักบอลเร็วราวจับวางให้กับ แรชฟอร์ด เข้าไปสังหารประตูที่สาม แต่จะดีกว่านี้ไหมถ้าเอ็งไม่พยายามฝืนเล่นหลายจังหวะให้เสียบอลน่ะ!

………

 

นี่สิ! แมนฯ ยูไนเต็ด

ทั้งสามประตูที่เกิดขึ้น (ไม่นับจุดโทษ) จะเห็นได้ว่าลูกทีมของ โซลชาร์ เล่นน้อยจังหวะจนนำมาซึ่งประตูที่เกิดขึ้นผ่านความเชื่อมั่นที่กุนซือนอร์เวย์มีให้กับลูกทีม นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเหล่าสาวกอสูรทั้งหลายว่า “แมนฯ ยูไนเต็ด” ที่พวกเขาเห็นกันเริ่มจะกลับมาอีกครั้ง ในทางกลับกัน แลมพาร์ด กับ เชลซี ต้องเจอแรงกดดันไม่น้อยในการรังสรรค์ทีมให้ออกมาอย่างไรภายใต้เงื่อนไขที่พวกเขามีอยู่ ณ เวลานี้