อี ด็อค-ฮี เทนนิส แอนดี้ เมอร์เรย์

อี ด็อค-ฮี นักเทนนิสหูหนวก : การก้าวข้ามอุปสรรค ก่อนสร้างประวัติศาสตร์คว้าชัยในอาชีพ

Home / sport variety / อี ด็อค-ฮี นักเทนนิสหูหนวก : การก้าวข้ามอุปสรรค ก่อนสร้างประวัติศาสตร์คว้าชัยในอาชีพ

อี ด็อค-ฮี นักเทนนิสชาวเกาหลีใต้ อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรนักในวงการ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอยู่แล้ว เพราะอันดับโลกของเขาอยู่ที่ 212 มันห่างไกลเกินจากการตกเป็นเป้าสนใจของคนทั่วๆ ไป

ความโด่งดังของเขาเทียบไม่ติดกับรุ่นพี่อย่าง ชอง ฮยอน ที่แม้ว่าปัจจุบันจะมีอาการบาดเจ็บจนอันดับโลกร่วงเอาๆ แต่อย่างน้อยเขาก็เคยยืนแรงกิ้งสูงสุดที่อันดับ 19 มาแล้วเมื่อปีก่อน

อย่างไรก็ตาม นาทีนี้คงต้องบอกว่าแฟนเทนนิสตัวจริงจะไม่รู้จักกับ ด็อค-ฮี ไม่ได้แล้ว เพราะว่านี่คือผู้เล่นที่มีความพิเศษมากกว่านักหวดทั่วไป เนื่องจากเขามีความพิการด้านการได้ยินมาตั้งแต่กำเนิด และเขาก็เพิ่งสร้างเรื่องที่ยิ่งใหญ่สะเทือนวงการไปหมาดๆ

นักหวดวัย 21 ปี เพิ่งบันทึกประวัติศาสตร์เป็นผู้เล่นหูหนวกคนแรกที่สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันระดับ เอทีพี ทัวร์ รอบเมนดรอว์ เมื่อเอาชนะ เฮนรี่ ลาคโซเน่น 2-0 เซต ในศึก วินสตัน-ซาเล็ม โอเพ่น รอบแรก ก่อนที่จะไปพ่ายต่อ ฮิวเบิร์ต ฮูร์คักซ์ 1-2 เซต ในรอบถัดมา

ก่อนหน้านี้ ด็อค-ฮี เคยประเดิมอาชีพนักเทนนิสในระดับ ไอทีเอฟ ฟิวเจอร์ ทัวร์ ตอนอายุ 14 ก่อนที่จะคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด 8 รายการ จากนั้นเมื่อเขาโตขึ้นก็ได้ก้าวขึ้นมาเล่นในระดับ เอทีพี ชาลเลนเจอร์ ทัวร์ กระทั่งล่าสุดเพิ่งกลายเป็นพาดหัวข่าวไปในการแข่งขันระดับสูงสุดของอาชีพ แม้ว่าจะเป็นเพียงทัวร์นาเม้นท์เล็กๆ ที่มีแต้มสะสมเพียงแค่ 250 เท่านั้นก็ตาม

อี ด็อค-ฮี ในสมัยเล่นระดับเยาวชน

“ผู้คนมักจะมองความพิการของผมเป็นเรื่องสนุก พวกเขาบอกว่าผมไม่ควรที่จะเล่นอาชีพ มันเป็นเรื่องยาก แต่เพื่อนๆ และครอบครัวของผมก็ช่วยให้ผมผ่านมันมาได้ ผมต้องการแสดงให้ทุกๆ คนได้เห็นว่าผมสามารถทำสิ่งนี้ได้” ด็อค-ฮี กล่าวผ่านล่าม

“ข้อความที่ผมอยากส่งต่อไปยังผู้คนที่มีปัญหาด้านการได้ยินก็คืออย่าได้สูญเสียความกล้าหาญ หากว่าคุณพยายามอย่างหนัก คุณก็สามารถที่จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”

การที่นักเทนนิสสักคนผู้ซึ่งไม่สามารถฟังเสียงได้ มันยากที่จะจินตนาการได้ออกว่าเขามีวิธีการฝึกซ้อมอย่างไร หรือแม้กระทั่งการสื่อสารกับแชร์อัมไพร์ระหว่างการแข่งขัน ซึ่งในเรื่องนี้ ด็อค-ฮี ก็ได้ไขข้อข้องใจเอาไว้เรียบร้อย

“ผมคิดว่าเราสามารถอ่านใจระหว่างกันได้ แต่เมื่อทีมงานของผมไม่ได้อยู่ข้างๆ เราก็จะใช้วิธีพิมพ์ข้อความคุยกัน” เขาพูดถึงการฝึกซ้อมร่วมกับโค้ช ชอง ฮโย วู

“ผมเป็นคนที่โดยปกติแล้วจะไม่จำเป็นต้องสื่อสารกับอัมไพร์นักหรอก ยกเว้นเพียงแค่ว่าลูกดีหรือว่าลูกเสีย ดังนั้นมันก็อาจจะเป็นเรื่องแย่นิดหน่อย”

ความสามารถทางการได้ยินนั้นเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับใครก็ตามที่เกิดมาหูหนวก มันก็อาจจะกลายเป็นอุปสรรคสำหรับการใช้ชีวิตได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยึดอาชีพเป็นนักกีฬา มันอาจกลายเป็นอุปสรรคที่มากยิ่งขึ้น เมื่อการได้ยินเสียงลูกบอลตกกระทบนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งนักเทนนิสชื่อดังอย่าง แอนดี้ เมอร์เรย์ เข้าใจเป็นอย่างดี

“ผมคิดไม่ออกเลยว่าการลงแข่งขันทั้งๆ แบบนั้นมันจะเป็นอย่างไร มันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมาก” นักหวดชาวสก็อตผู้เคยคว้าแชมป์ วิมเบิลดัน มา 2 สมัยกล่าว

“ผมทราบดีถึงความสำคัญของการได้ยินในการเล่นเทนนิส มันใช้อ่านจังหวะสปินของลูก หากว่าผมลงเล่นโดยที่ใส่หูฟังเปิดเพลงดังกระหึ่ม มันคงเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะคาดเดาถึงความเร็วของลูกที่พุ่งเข้ามา”

แอนดี้ เมอร์เรย์ ปัจจุบันกำลังพยายามเรียกฟอร์ม หลังผ่านการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บ

สิ่งที่น่าเหลือเชื่อสำหรับ เมอร์เรย์ มันได้กลายเป็นเรื่องจริงไปแล้วบนคอร์ตที่ นอร์ธ แคโรไลน่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตัวเขาเองก็คงจะดีใจไม่น้อยหากได้ทราบว่าเป็นส่วนหนึ่งในแรงบันดาลใจของ ด็อค-ฮี ที่ทำให้เขามุ่งมั่นจนยึดอาชีพในวงการเทนนิสสำเร็จ

“ผมเริ่มต้นเล่นเทนนิส เพราะว่าผมอยากเป็นเหมือนกับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ผมชื่นชอบสไตล์การเล่นของเขา ผมยังชื่นชอบพาสชั่นของ ราฟาเอล นาดาล, ความคงเส้นคงวาของ โนวัก ยอโควิช, ความมุ่งมั่นพยายามของ แอนดี้ เมอร์เรย์ รวมถึง เค นิชิโคริ กับการที่เขาเป็นตัวแทนของชาวเอเชีย” ด็อค-ฮี กล่าว

สุดท้ายไม่ว่านักหวดหูหนวกผู้นี้จะไปไกลสุดทางได้แค่ไหนในเส้นทางสายเทนนิส แต่อย่างน้อยสัปดาห์นี้เขาก็ได้ทำให้คนทั้งวงการได้ยินชื่อของเขาเต็มๆ สองหูเป็นที่เรียบร้อย