mma ONE Championship เป้ อารักษ์

เป้ อารักษ์ เผยมุมมองที่มีต่อ MMA หลังได้ฝึกพื้นฐาน ใช้ป้องกันตัวได้จริง

Home / sport variety / เป้ อารักษ์ เผยมุมมองที่มีต่อ MMA หลังได้ฝึกพื้นฐาน ใช้ป้องกันตัวได้จริง

ศิลปินหนุ่ม เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ ได้เผยถึงมุมมองที่เขามีต่อกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือ MMA หลังได้ฝึกพื้นฐาน และสามารถนำเอาไปใช้ป้องกันตัวได้จริง

เป้ อารักษ์ ซึ่งมีความสามารถหลากหลายด้านทั้งงานร้องเพลง งานแสดง ถ่ายแบบ นอกจากนี้ เป้ ยังเป็นสปอร์ตแมนตัวยง เล่นกีฬาเป็นหลายอย่าง โดยเฉพาะกีฬาการต่อสู้ เป้ ให้ความสนใจพิเศษมาตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มจากการชกมวย

ปัจจุบันเขาหันมาสนใจกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (Mixed Martial Arts) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า MMA ซึ่งเป็นการนำกีฬาการต่อสู้หลายประเภทมารวมกัน ทั้งการยืนสู้ในแบบมวยไทย คิกบ็อกซิ่ง เทควันโด คาราเต้ ฯลฯ มารวมกับการนอนสู้ในแบบยูโด บราซิลเลียนยิวยิตสู Grappling ฯลฯ ซึ่งกีฬานี้เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย แต่ยังไม่มากเท่าต่างประเทศที่กลายเป็นกีฬาการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

วันนี้เราจะพาไปพูดคุยกับเขาเกี่ยวกับมุมมองด้านกีฬาการต่อสู้ ที่เจ้าตัวยอมรับว่าได้รับประโยชน์หลากหลายด้านจากกีฬาประเภทนี้

MThai: การฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ของเป้ มีจุดเริ่มต้นจากอะไร และเริ่มเรียนตั้งแต่เมื่อไหร่
เป้: ตอนเด็กๆ ผมตัวเล็ก เลยมักจะโดนแกล้ง โดนไถเงิน ผมก็สู้นะ สู้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ผมรู้สึกอยากแข็งแกร่งขึ้น จึงบอกคุณพ่อว่าอยากเรียนมวย จึงไปสมัครเรียนมวยไชยา มวยคาดเชือก กับ “ครูเล็ก” กฤดากร สดประเสริฐ ตอนนั้นอายุประมาณ 14 ปีครับ

MThai: นอกจากเรื่องใช้ป้องกันตัวแล้ว ได้อะไรจากการเรียนมวย
เป้: มันเป็นพื้นฐานของความสมดุลร่างกาย ถ้าตอนเด็กๆ เราไม่เคยเล่นกีฬามาเลย มันก็จะมีความแตกต่าง เรื่องความคล่องแคล่ว ความยืดหยุ่น ซึ่งบางคนไม่มี แล้วมันช่วยเรื่องงานด้วย อย่างตอนเด็กๆ เราซ้อมคิวค่อนข้างเยอะ เวลาเล่นละครที่ต้องมีคิวบู๊ เราก็จะจำได้เร็ว เราไม่ใช่นักบู๊ แต่เราก็สามารถทำได้

MThai: ตอนนี้เป้คิดว่า ฝีมือของเป้ใช้ในการป้องกันตัวได้จริง หรือแค่ออกกำลังกาย
เป้: ก็เป็นทั้งการออกกำลังกายด้วย และเป็นวิชาป้องกันตัวได้จริงครับ ทั้งวิชา BJJ, ยูโด และมวยไทย ที่เรียนมา ก็ช่วยให้ป้องกันตัวเองได้ครับ แต่เอาจริงๆ ผมมีเรื่องชกต่อยกับคนครั้งสุดท้ายตั้งแต่ ม.6 หลังจากนั้นก็ไม่มีแล้ว ผมว่าถ้ามีเรื่องกันจริงๆ ผมว่าหนีก่อนดีกว่า วิธีคิดมันเปลี่ยนไป สมัยเด็กๆ เราจะคิดว่า วิ่งไม่ได้ หนีไม่ได้นะ เดี๋ยวเสียชื่อ มันไม่จริงครับ ถ้ามีเรื่องกัน อาจจะป้องกันตัวด้วยการถีบหรือเตะเป้า แล้วก็รีบวิ่งให้เร็วที่สุด

MThai: เห็นช่วงนี้เป้สนใจกีฬา MMA รู้จักกีฬานี้มานานหรือยัง
เป้: ผมรู้จักมานานแล้วครับ จากการดูทางทีวี ทีแรกคิดว่าน่ากลัวจังกีฬานี้ จนได้มาศึกษาเพิ่มเติม ตอนหลังก็เริ่มเข้าใจมันมากขึ้น และสนุกไปกับมันครับ

MThai: มีนักกีฬา MMA คนไหนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ
เป้: นักกีฬาไทย ผมชอบ ครูตอง-ชนนภัทร วิรัชชัย, ริกะ อิชิเกะ, เดชฏิล สรณ์สิริศุภทิน และล่าสุดที่ชอบคือ น้องแสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ครับ ผมเคยดูครูตองครั้งแรกในรายการ ONE Championship ทางไทยรัฐทีวี ซึ่งผมประทับใจมาก ดูเขาไม่ได้หน้าโหดเหมือนคนอื่น แต่ชนะน็อกได้อย่างฉลาด ทำให้ติดตามครูตองมาโดยตลอด ถ้าต่อยที่ไทยก็จะไปเชียร์สดๆ ครับ ส่วนครั้งล่าสุดที่ไปดูก็เชียร์ “น้องแสตมป์ แฟร์เท็กซ์” อยากให้น้องได้เข็มขัดแชมป์โลกทั้ง 3 ประเภทกีฬาเพื่อจะได้เป็นนักกีฬาหญิงคนแรกของโลกครับ

MThai: ได้ลองฝึก MMA บ้างหรือยัง
เป้: ถ้า MMA น่าจะเรียกว่าไม่เคยครับ แต่ผมฝึกมวย ยูโด เคยซ้อมกับครูตองและริกะมาบ้าง แต่ไม่ได้เอามารวมกัน ถ้ามีโอกาสก็อยากลองดูเหมือนกันครับ

MThai: เห็นเป้ชกมวยสมัครเล่นในรายการทีวี เคยสนใจลงแข่ง MMA บ้างไหมครับ
พี่เป้: ไม่ครับ คอผมโดนโช๊คแล้วเดี๋ยวร้องเพลงไม่ได้ เคยโดนโช๊คแล้วเสียงหายไปหลายเดือนเลย (หัวเราะ)

MThai: อยากให้เป้ให้คำแนะนำแก่เยาวชนที่สนใจศิลปะการต่อสู้
เป้: ศิลปะการต่อสู้เป็นกีฬาที่สนุกมากๆ ครับ เป็นการออกกำลังกายที่ดี และช่วยเรื่องป้องกันตัว แล้วเอาจริงๆ พอเริ่มศึกษามันจริงจังขึ้น เรากลับรู้สึกไม่อยากทะเลาะกับใคร เพราะเรารู้ว่าเราอ่อนแค่ไหน เราไม่ควรดูถูกคนอ้วน คนแก่ คนตัวเล็ก หรือผู้หญิง เพราะผมแพ้มาหมดแล้ว ต่างกับสมัยก่อนที่รู้สึกมั่นใจในการชกต่อยมากแม้เราจะตัวผอม อีกอย่างหนึ่งคือการฝึกทำให้เราได้รู้จักเคารพคู่ต่อสู้หรือคนที่เราเทรนด้วย ทุกอย่างเป็นการช่วยเหลือกัน เล่นกันเต็มที่เพื่อพัฒนากันและกัน ได้เพื่อนและได้ความเข้าใจดีๆ ศิลปะการต่อสู้ฝึกได้ทั้งกับคนที่แข็งแรงอยากใช้พลัง หรือแม้กระทั่งคนที่อ่อนแออยากปกป้องตัวเองและคนที่เรารักครับ