พรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล เจอร์เก้น คล็อปป์

หนทางอีกยาวไกล! กับอุปสรรคที่ ลิเวอร์พูล ต้องฟันฝ่าเพื่อก้าวสู่การเป็น ‘แชมเปี้ยน’

Home / sport variety / หนทางอีกยาวไกล! กับอุปสรรคที่ ลิเวอร์พูล ต้องฟันฝ่าเพื่อก้าวสู่การเป็น ‘แชมเปี้ยน’

เชื่อว่าวินาทีนี้ไม่มีใครฟอร์มในลีกจะสะเด่าทะยานติดลมบนไปกว่า ลิเวอร์พูล แล้ว การออกสตาร์ท 14 เกมด้วยการไร้พ่ายแสดงให้เห็นถึงการ “เอาจริง” ของขุนพล เร้ด แมชชีน ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้เวลาในการตบแต่งอยู่นานสองนาน

แม้จะออกสตาร์ทได้อย่างหรูหรา แต่หนทางการจะเป็น “แชมเปี้ยน” นั้นย่อมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน และนี่คืออุปสรรคที่ ลิเวอร์พูล ต้องประสบพบเจอและผ่านมันไปให้ได้เพื่อก้าวสู่การเป็น “แชมเปี้ยน” อย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้

 

นักเตะบาดเจ็บ

นี่เป็นอุปสรรคหลักๆ ที่ทุกทีมแทบจะต้องเจอในแต่ละฤดูกาล ขนาดทีมที่ใหญ่และเต็มไปด้วยผู้เล่นคุณภาพที่สามารถทดแทนกันได้ย่อมมีส่วนสำคัญในการผลักดันทีมเหล่านั้นก้าวไปสู่การคว้าแชมป์ในบั้นปลาย

ลิเวอร์พูล เจอบททดสอบแรกทันทีตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล อลิสซอน เจ็บและต้องพักนานหลายสัปดาห์ แถมเพิ่งปล่อย มินโญเล่ต์ ไปหมาดๆ ทำให้ เอเดรียน นายด่านเลือดกระทิงที่ถูกดึงเข้ามาได้รับโอกาสเฝ้าเสาในเกมลีกอีก 7 เกมถัดมา ซึ่งเขาก็สามารถทดแทนการหายไปของ “พ่อหมี” ได้อย่างน่าชื่นชม และจะได้โอกาสอีกครั้งในเกม “เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้” หลังนายด่านแซมบ้าโดนไล่ออกจากสนามในเกมที่เฉือนชนะ ไบรท์ตัน 2-1 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับ มาติป ที่ต้องพักรักษาตัวนานพอสมควร จากอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า โดยมี ลอฟเรน ลงมาจับคู่กับ ฟาน ไดก์ อย่างต่อเนื่อง

ผ่านสองบททดสอบแรกมาได้ หงส์แดงต้องมาปวดหัวอีกครั้ง เมื่อต้องสังเวย ฟาบินโญ่ กองกลางตัวตัดเกมคนสำคัญตลอดเดือนส่งท้ายปี จากเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เสมอ นาโปลี 1-1 ถือเป็นโจทย์สำคัญของ คล็อปป์ ในการเลือกใช้ผู้เล่นแเดนกลางที่ฤดูกาลนี้ถือว่ามีความหลากหลายอย่างมาก

 

ธันวาคมสุดหรรษา

9 เกมในเดือนเดียวช่างบ้าไปแล้ว! ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมเตะจนขาขวิดในเดือนธันวาคม แถมต้องแบ่งทีมลงเล่นในศึกชิงแชมป์สโมสรโลกกับคาราบาว คัพ ที่ดันมีคิวชนกันเสียอย่างนั้น ทำเอาแคมป์หงส์แดงวุ่นวายไม่น้อย ก่อนจะลงเอยด้วยการส่ง นีล คริตชลีย์ โค้ชยู-23 นำแข้งดาวรุ่งลุยบอลถ้วยในประเทศแทน นับเป็นอีกตัวชี้วัดว่าหงส์แดงจะกวาดทุกถ้วยในฤดูกาลนี้ หรือจำต้องปล่อยวางบางรายการเพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่พวกเขาโหยหามานาน

โปรแกรม ลิเวอร์พูล ในเดือนธันวาคม
4/12/62 vs เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ ลีก, เหย้า)
7/12/62 vs บอร์นมัธ (พรีเมียร์ ลีก, เยือน)
10/12/62 vs ซัลซ์บวร์ก (แชมเปี้ยนส์ ลีก, เยือน)
14/12/62 vs วัตฟอร์ด (พรีเมียร์ ลีก, เยือน)
17/12/62 vs แอสตัน วิลล่า (คาราบาว คัพ, เยือน)
18/12/62 vs รอการยืนยัน (ชิงแชมป์สโมสรโลก)
21/12/62 vs รอการยืนยัน (ชิงแชมป์สโมสรโลก)
26/12/62 vs เลสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ ลีก, เยือน)
29/12/62 vs วูล์ฟแฮมป์ตัน (พรีเมียร์ ลีก, เหย้า)

 

ความอดทนของตัวสำรอง

แม้ คล็อปป์ จะมีทีมในใจอยู่แล้ว การกล่อมผู้เล่นสำรองให้เป็นขุมกำลังสนับสนุนให้กับทีมไปจนจบฤดูกาลถือเป็นอีกภารกิจที่กุนซือเยอรมันต้องจัดการให้ได้ราบรื่นที่สุด ลอฟเรน ที่มีข่าวจะย้ายทีม แต่เจ้าตัวกัดฟันขออยู่ต่อจนเบียด โกเมซ คว้าโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องแทน มาติป ที่พักยาว รวมถึง อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาเป็นอีกหนึ่งอาวุธเด็ดจากแถวสองถือเป็นตัวอย่างที่ดีและเชื่อว่าคิวสุดแน่นเอียดในเดือนธันวาคมจะเป็นเวทีที่ดีในการพิสูจน์ตัวเองของเหล่าผู้เล่นสำรอง

 

วันที่ไม่เป็นใจ

เป็นธรรมดาของโลกฟุตบอลที่กรรมการเป่าให้ประโยชน์ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งที่เสียหายย่อมออกอาการหัวเสีย เพียงแต่ฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล มักจะไม่ค่อยได้เปรียบจากการเป่าของท่านเปาสักเท่าไหร่ การมี VAR แทนที่จะช่วยเคลียร์จังหวะคลุมเครือดันกลับทำให้มันยิ่งคลุมเครือเข้าไปอีก

รวมถึงฟอร์มการเล่นโดยรวมที่พากันออกทะเลในหลายๆ เกม แต่ที่พิเศษกว่าในฤดูกาลก่อนๆ คือแม้พวกเขาจะเสียประตูแทบจะทุกเกม (คลีนชีทในลีกเพียง 2 จาก 14 เกม) แต่พวกเขารู้จัก “วิธีทำประตู” ใส่คู่แข่งไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นั่นเป็นเหมือนจุดต่างให้กับหงส์แดงที่ยังไม่แพ้ใครในลีกจนถึง ณ ตอนนี้

 

ตัวเอง

การแพ้ภัยตัวเองถือเป็นสิ่งที่ตามหลอกหลอน ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลที่พวกเขาเฉียดคำว่าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ซึ่งฤดูกาลก่อน ลิเวอร์พูล ไม่สามารถปิดบัญชีคู่แข่งได้ในหลายเกมจนโดน แมนฯ ซิตี้ ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปอย่างสุดเจ็บปวด ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการผลักดันฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้

ผ่านไป 14 เกม การนำห่างอันดับสองอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ถึง 8 แต้ม ต้องบอกเลยว่า ณ เวลานี้ คู่แข่งของ ลิเวอร์พูล ในเวลานี้ คือ “ตัวเอง” ล้วนๆ

 

โควต้าโกงความตาย

“ตายยากตายเย็น” เป็นอีกคุณสมบัติที่ “แชมเปี้ยน” ต้องมี! แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แสดงให้เห็นหลายครั้งหลายครา เกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ , แมนฯ ยูไนเต็ด , แอสตัน วิลล่า และ คริสตัล พาเลซ รวมถึงดวงจะได้ประตูในเกมกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ล้วนแต่เป็นการ “โกงตาย” ด้วยกันทั้งนั้น

ปีนี้ลูกทีมของ คล็อปป์ แสดงให้เห็นถึงความกระหายและไม่ย่อท้อตราบใดที่ยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดจนนำมาซึ่งผลการแข่งขันที่ต้องการ

เพียงแต่ว่าโควต้าโกงความตายของหงส์แดงในฤดูกาลนี้จะยังมีเหลือให้พวกเขาอยู่อีกไหมก็เท่านั้นเอง ถ้ายังเหลือก็เตรียมตัวยกแชมป์ให้ได้เลยขอรับกระผม…