จิม เร้ดมอนด์ เดเร็ก เร้ดมอนด์

เดเร็ก เร้ดมอนด์ : คำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อ ต่อให้วิ่งไม่ไหวก็ต้องเข้าเส้นชัยให้ได้

Home / sport variety / เดเร็ก เร้ดมอนด์ : คำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อ ต่อให้วิ่งไม่ไหวก็ต้องเข้าเส้นชัยให้ได้

ชื่อเสียงและการเป็นที่จดจำของนักกีฬาระดับโลก มักจะมาพร้อมกับความสำเร็จในอาชีพ แต่นั่นอาจไม่ใช่เรื่องจำเป็นสำหรับอดีตนักวิ่งโอลิมปิก เดเร็ก เร้ดมอนด์ ผู้สร้างเรื่องราวสุดประทับใจให้กับคอกีฬาทั่วโลกร่วมกับพ่อของเขา

ย้อนเวลากลับไปในยุค 80 เดเร็ก เร้ดมอนด์ ถือว่าเป็นนักวิ่งอนาคตไกล เขาทำลายสถิติวิ่ง 400 เมตรของสหราชอาณาจักรเมื่อปี 1985 ด้วยเวลา 44.82 วินาที จากนั้นในปีต่อมาเขาก็ได้เข้าร่วมทีมชาติลงแข่งขันรายการ ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ พร้อมกับคว้าเหรียญทองในประเภท 4×400 ก่อนจะเพิ่มเติมด้วยเหรียญทองจากรายการ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปีถัดมา

ดูจากประวัติแล้ว ไม่จำเป็นต้องติดตามวงการแบบลึกๆ ก็คงพอมองออกว่า เร้ดมอนด์ คือนักวิ่งระดับโลกที่ไม่ธรรมดา น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บมักจะฉุดไม่ให้เขาไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น โดยในการแข่งขัน โอลิมปิก 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เขาจำเป็นต้องถอนตัวด้วยเอ็นร้อยหวายที่ไม่อนุญาตให้เขาสับเท้าได้ตามปกติ

แน่นอนว่าหนึ่งในความฝันสูงสุดของนักกีฬาอาชีพก็คือการคว้าเหรียญรางวัล โอลิมปิก มาครอบครองให้ได้ ซึ่งตัวของ เร้ดมอนด์ นั้นก็ไม่ต่างกัน จะเป็นเหรียญอะไรก็ได้ขอให้มีติดไม้ติดมือไว้ก่อน แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย บางทีเขาก็คงรู้ตัวว่ามันอาจเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อม

ก่อน โอลิมปิก ครั้งต่อไปจะมาถึง นักวิ่งชาวบริติชต้องเข้ารับการผ่าตัดมากถึง 8 ครั้งเลยทีเดียว นั่นทำให้เขาวางเป้าหมายเป็นการตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่าที่เท้าทั้ง 2 ข้างของเขาจะพาไปได้ และเขาก็ได้ให้คำสัญญากับผู้เป็นพ่อเอาไว้ง่ายๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาก็จะวิ่งเข้าเส้นชัยให้ได้ ไม่มีการถอนตัวเหมือนอย่างคราวก่อนแล้ว

เดเร็ก เร้ดมอนด์ ในวัยหนุ่ม (คนกลาง)

ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เสียงปืนในลู่วิ่งดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มต้นการแข่งขันวิ่ง 400 เมตรชาย โอลิมปิก 1992 รอบรองชนะเลิศ เร้ดมอนด์ ออกสตาร์ตได้ดีในช่วง 250 เมตรแรก แต่แล้วทุกอย่างก็เหมือนพังทลายลงในชั่วพริบตา คราวนี้เป็นกล้ามเนื้อแฮมสตริงที่ทำให้เขาบาดเจ็บจนวิ่งต่อแทบไม่ไหว

ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดทางใจของ เร้ดมอนด์ ทั้งที่เขาได้สัญญากับพ่อไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะต้องวิ่งเข้าเส้นชัย แต่ขาของเขากลับกลายเป็นอุปสรรคที่อาจทำให้เขารักษาสัญญานั้นไว้ไม่ได้ เขาทรุดตัวลงบนลู่วิ่ง ขณะที่คนอื่นๆ เข้าเส้นชัยกันไปเป็นที่เรียบร้อย ทันใดนั้นเขาก็กัดฟันลุกขึ้นมาวิ่งกะโผลกกะเผลก โดยเน้นลงน้ำหนักไปที่ขาซ้าย ซึ่งเป็นข้างที่ยังใช้งานได้ตามปกติ

อาจไม่มีใครรู้ว่าทำไมนักวิ่งวัย 26 ปีผู้นี้ถึงต้องฝืนตัวเองต่อไป ไม่มีใครรู้นอกจาก จิม เร้ดมอนด์ พ่อของเขาที่ได้ให้คำสัญญากันเอาไว้ เมื่อเห็นลูกชายพยายามใช้ขาข้างเดียววิ่งเข้าเส้นชัย เขาจึงฝ่าการ์ดสนามลงมาช่วยเป็นขาอีกข้างให้

ชายวัยกลางคนเข้าประคองลูกชายที่น้ำตาแห่งความเจ็บปวดเริ่มไหลซึม พูดข้างหูเบาๆ ว่า “ลูกไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยก็ได้” ด้วยรู้ดีว่าหากฝืนต่อไปอาการบาดเจ็บอาจจะยิ่งแย่ลง แต่ในเมื่อนักวิ่งตัวแทนทีมชาติยืนยันว่าเขาต้องการจะวิ่งต่อ ผู้เป็นพ่อก็ไม่ขอคัดค้าน “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเราก็มาวิ่งเข้าเส้นชัยไปด้วยกัน”

ระยะทางยังเหลืออีกเกือบครึ่ง แต่นั่นก็ไม่ไกลเกินกว่าที่ทั้งคู่จะค่อยๆ ประคองกันเข้าเส้นชัยไปได้ ถึงตรงนี้ชัยชนะหรือเวลาที่ทำได้ไม่ใช่สิ่งสำคัญแล้ว ทั้งคู่ได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วสนาม กลายเป็นภาพจำสุดประทับใจครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การแข่งขัน โอลิมปิก กับคำสัญญาและความรักที่มีให้กันของสองพ่อลูก

เร้ดมอนด์ จำเป็นต้องยุติอาชีพนักวิ่งของเขาในอีก 2 ปีต่อมา ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่สามารถลงแข่งในระดับสูงสุดได้อีกต่อไปแล้ว

สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถทำตามความฝันด้วยการคว้าเหรียญรางวัล โอลิมปิก มาคล้องคอได้สักเหรียญ แต่อย่างน้อยตำนานที่เขาสร้างเอาไว้ใน โอลิมปิก ครั้งนั้นก็ได้กลายเป็นสิ่งที่มีค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และพ่อของเขาก็คงภาคภูมิใจในความกล้าหาญของลูกชาย มากยิ่งกว่าเหรียญรางวัลใดๆ เลยด้วยซ้ำไป