ผ่าฟอร์มหงส์แดง ลิเวอร์พูล เรตติ้ง ลิเวอร์พูล เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก แชมเปี้ยนส์ ลีก

เด่นหรือดับ! ผ่าฟอร์มแข้ง ลิเวอร์พูล บุกดับ ซัลซ์บวร์ก ลิ่วชปล. 16 ทีม

Home / sport variety / เด่นหรือดับ! ผ่าฟอร์มแข้ง ลิเวอร์พูล บุกดับ ซัลซ์บวร์ก ลิ่วชปล. 16 ทีม

 

ผ่าฟอร์ม ลิเวอร์พูล ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่บุกไปเอาชนะ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ถึงออสเตรีย 2-0

ลิเวอร์พูล ยังคงฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง หลัง นาบี เกอิต้า และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ช่วยกันทำคนละประตูให้หงส์แดงบุกไปเอาชนะ เร้กบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 2-0 ทะยานผ่านเข้ารอบ 16 ทีม ในฐานะแชมป์กลุ่มอี และนี่คือคะแนนของแข้งหงส์แดงในเกมนี้…

อลิสซอน (7)
ยืนตำแหน่งดีเยี่ยม ออกมาสกัดบอลเด็ดขาด และรับบอลได้เหนียวแน่น สร้างความอุ่นใจให้แนวรับเป็นอย่างมาก

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (7)
ยังคงเหมือนเดิมสำหรับเจ้าหนูเทรนท์ที่มีส่วนในเกมรุกที่ดี แต่เกมรับยังคงเป็นปัญหา ปล่อยให้ ฮาลันด์ ทะลุเข้าเขตโทษบ่อยๆ

เดยัน ลอฟเรน (6)
นี่คือตัวเลือกคู่หู ฟาน ไดก์ ที่ดีที่สุดในเวลานี้ แต่ดันมาเจ็บอีกในครึ่งหลัง จนต้องเปลี่ยนตัวออก

เวอร์กิล ฟาน ไดก์ (7)
เหนื่อยไม่น้อยที่ต้องรับมือบรรดาแนวรุกของ ซัลซ์บวร์ก ที่ดาหน้าเข้ามาลุ้นประตูรัวๆ แต่แนวรับแดนกังหันยังคงเอาอยู่!!

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (7)
สกัดจังหวะคาบลูกคาบดอกได้หลายหน และนี่เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมแบ็กวิสกี้ถึงมีคะแนนดีกว่าฝั่งขวา

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (8)
ขยันและเล่นได้อย่างชาญฉลาด สามารถควบคุมเกมแดนกลางดีกว่าคนอื่น และมีส่วนในการได้ประตูที่สอง

จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม (6)
เงียบหายในครึ่งแรก อาจเพราะเพิ่งหายบาดเจ็บกลับมา แต่หลังจากทีมนำ 2-0 ก็เห็นเขามากขึ้นจากการตัดเกมและพาบอลขึ้นเกมรุกสวยๆ 2-3 จังหวะ

นาบี เกอิต้า (7)
ความคล่องตัวของกองกลางกินีช่วยเอาตัวรอดในจังหวะเพรสซิ่งหนักของเหล่าแข้ง ซัลซ์บวร์ก ได้อย่างดีเยี่ยม และอาศัย “กฎยิงทีมเก่า” โหม่งทำประตูขึ้นนำให้กับทีมอีกด้วย

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (6)
ยิงทิ้งขว้างหลายหน ดีที่ ซัลซ์บวร์ก ทำประตูไม่ได้ ก่อนจะสามารถทำประตูด้วยเท้าขวา ซึ่งยิงดีกว่าเท้าซ้ายที่ปีกอียิปต์ถนัดเสียอีก

ซาดิโอ มาเน่ (8)
มุ่งมั่น ทุ่มเท สร้างความปั่นป่วนให้กับทีมเก่าได้อย่างยอดเยี่ยม ปั้นให้เพื่อนลุ้นประตูหลายหน และหนึ่งในนั้นคือลูกเปิดถวายพานให้ เกอิต้า โหม่งเข้าไป

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (7)
ลงมาลึกเพื่อช่วยเกมรับ และใช้มันสมองหลอกล่อและปั่นป่วนจากการดึงแนวรับ ซัลซ์บวร์ก ให้สับสน

สำรอง
โจ โกเมซ (6)
ลงมาสร้างความหวาดเสียวให้ เดอะ ค็อป แต่สุดท้ายน้องโจ้ก็ไม่ทำอะไรโฉ่งฉ่างให้เห็น

เจมส์ มิลเนอร์ (6)
ช่วยเน้นเกมแดนกลางให้ปีกขึ้น หลังทีมได้ประตูที่ต้องการแล้ว

ดิว็อค โอริกี (ไม่มีคะแนน)
ลงมายืดเส้นยืดสายในช่วงท้ายเกม

สำหรับโปรแกรมถัดไป ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับการมาเยือน วัตฟอร์ด ในศึก พรีเมียร์ ลีก วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคมนี้ เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย