ชิงแชมป์สโมสรโลก ผ่าฟอร์มหงส์แดง ฟลาเมงโก้ ลิเวอร์พูล หงส์แดง เรตติ้ง ลิเวอร์พูล โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

เด่นหรือดับ! ผ่าฟอร์มแข้ง ลิเวอร์พูล ปลดล็อกเถลิงแชมป์สโมสรโลกสำเร็จ

Home / sport variety / เด่นหรือดับ! ผ่าฟอร์มแข้ง ลิเวอร์พูล ปลดล็อกเถลิงแชมป์สโมสรโลกสำเร็จ

ผ่าฟอร์ม ลิเวอร์พูล เชือด ฟลาเมงโก้ 1-0 ช่วงต่อเวลาพิเศษ คว้าแชมป์สโมสรโลกสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ

ลิเวอร์พูล ยังคงตายยากในฤดูกาลนี้ หลัง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ยิงประตูชัยให้ทัพหงส์แดงเอาชนะ ฟลาเมงโก้ ช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 ในศึก ชิงแชมป์สโมสรโลก รอบชิงชนะเลิศ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ และนี่คือคะแนนของแข้งหงส์แดงในเกมนี้…

อลิสซอน (6)
แม้จะโดน ฟลาเมงโก้ โหมบุกใส่ แต่พวกเขาแทบไม่ได้สร้างงานให้ อลิสซอน เลยในครึ่งแรก ก่อนจะมีจังหวะเซฟบ้างหลังจากช่วงครึ่งหลังของเกม

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (7)
ครึ่งแรกอาจโดน ฟลาเมงโก้ กดจนเล่นไม่ถนัด แต่ครึ่งหลัง เทรนท์ เริ่มมีบทบาทมากขึ้น

โจ โกเมซ (7)
พยายามหาทางแงะเกมเพรสซิ่งสูงของ ฟลาเมงโก้ ซึ่งทำได้ดี ส่วนการเล่นเกมรับถือว่าทำได้ดีระดับนึง

เวอร์กิล ฟาน ไดก์ (7)
ยิ่งหมดเวลา ฟาน ไดก์ ยิ่งมีส่วนสำคัญในการดึงสติเพื่อนและเคลียร์บอลในสถานการณ์คับขันหลายหน

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (6)
พยายามเติมเกมรุกบ่อยๆ แต่วันนี้เป็นฝั่ง เทรนท์ ที่ดูดีกว่าเล็กน้อย

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (8)
ขยันและมุ่งมั่น ประตูที่ได้ก็มาจากสายตาที่เฉียบคมของ เฮนโด้ ในการผ่านบอลให้ มาเน่ ไปต่อยอดเกมรุกจนเฮลั่นทั้งสนาม

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (6)
แม้จะเก็บบอลไม่ค่อยได้ แต่ก็พยายามวิ่งไล่บอล สุดท้ายต้องเปลี่ยนตัวออกเพราะบาดเจ็บในนาที 75

นาบี เกอิต้า (6)
มีโอกาสลุ้นประตูแต่ปิดบัญชีไม่ได้ โดยรวมยังต้องพัฒนาเรื่องความดุดันมากกว่านี้

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (7)
พยายามหาช่องและใช้ความคล่องตัวสู้กับแนวรับทีมจากลีกบราซิล มีโอกาสปั่นโค้งๆ ลุ้นประตู แต่โดนนายด่านคู่แข่งปฏิเสธอย่างน่าเสียดาย สุดท้ายคว้ารางวัลลูกบอลทองคำและผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นท์ไปครอง

ซาดิโอ มาเน่ (8)
มีความสุขในการป่วน ราฟินญ่า และเกือบเรียกจุดโทษให้ทีมได้ช่วงท้ายเกม ก่อนจะแผลงฤทธิ์ส่งบอลต่อให้ ฟีร์มิโน่ กดประตูชัยได้สำเร็จ

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (8)
อาจจะติดๆ ขัดๆ และใช้โอกาสทิ้งขว้างไปสักน่อย แต่สุดท้ายชายผู้นี้คือคนที่ยิงประตูชัยจนคว้าแชมป์สโมสรโลกมาครอง

สำรอง
อดัม ลัลลาน่า (6)
ลงมาแทน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่บาดเจ็บ อาจจะเงียบเกินไป แต่จังหวะเอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆ ถือว่าทำได้ดี

เจมส์ มิลเนอร์ (6)
ใช้ประสบการณ์คอยประคองเกมตรงกลาง ทั้งจังหวะเร่งและผ่อนเกม มิลเนอร์ ทำได้ดี

ดิว็อค โอริกี (6)
ช่วยทีมเก็บบอลหลังจากได้ประตูที่ต้องการแล้ว

เซอร์ดาน ชาร์กิรี (ไม่มีคะแนน)
ช่วยทีมผลาญเวลาในช่วงจะจบเกม

อ่านสรุปเกมคู่นี้ได้ที่นี่
>> คลิกเลย <<

สำหรับเกมถัดไป ลิเวอร์พูล จะบุกไปเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคมนี้ เวลา 03.00 น. (เช้าวันศุกร์) ตามเวลาประเทศไทย