ผ่าฟอร์มหงส์แดง พรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล หงส์แดง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เรตติ้ง ลิเวอร์พูล เลสเตอร์ ซิตี้

เด่นหรือดับ! ผ่าฟอร์มแข้ง ลิเวอร์พูล บุกกระซวกจิ้งจอกทิ้งห่าง 13 แต้ม

Home / sport variety / เด่นหรือดับ! ผ่าฟอร์มแข้ง ลิเวอร์พูล บุกกระซวกจิ้งจอกทิ้งห่าง 13 แต้ม

ผ่าฟอร์ม ลิเวอร์พูล ยังคงร้อนแรงกระชากใจในวัน “แกะของขวัญ” ด้วยการบุกไปถล่ม เลสเตอร์ ซิตี้ 4-0 ทิ้งห่างอันดับสอง 13 แต้ม

ลิเวอร์พูล ยังคงโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม หลังบุกไปถล่ม เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับสอง 4-0 จาก โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ 2 ประตู, จุดโทษของ เจมส์ มิลเนอร์ และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ส่งให้หงส์แดงนำจ่าฝูงทิ้งห่างอันดับสองถึง 13 แต้ม และนี่คือคะแนนแข้งหงส์แดงในเกมนี้…

อลิสซอน (7)
การที่ผู้รักษาประตูฟอร์มแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะ วาร์ดี้ ที่ฮอตๆ ก็ไม่อาจสร้างความระคายเคืองให้พี่หมีได้เลย

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (10)
2 แอสซิสต์ 1 ประตู นิ่งทั้งเกมรับและเกมรุก เอา “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ไปเลย!

โจ โกเมซ 8
ใช้ความเร็วจับทาง บาร์นส์ ได้อยู่หมัด แม้จะมีคาดเหลืองจากการฟาวล์ วาร์ดี้ แต่โดยรวมถือว่าทำได้ดี

เวอร์กิล ฟาน ไดก์ 8
จับทั้ง วาร์ดี้ และ บาร์นส์ ที่สลับกันขึ้นมาได้ยอดเยี่ยม ส่วนครึ่งหลังงานจะไม่เยอะเท่าที่ควร

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (8)
สร้างความยากลำบากในการเจาะของ เลสเตอร์ เกือบทำแอสซิสต์ได้เหมือนกัน

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (8)
เน้นเกมรับเป็นหลักและช่วยควบคุมเกมแดนกลางได้ยอดเยี่ยม ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออก

จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม (9)
ไล่บี้ เลสเตอร์ ตั้งแต่วินาทีแรก ยืนตำแหน่งดี เล่นได้แน่นอน แถมช่วยทีมครองบอลได้น่าประทับใจ

นาบี เกอิต้า (8)
จ่ายบอลสวยๆ ให้ ซาลาห์ หลุดไปดอกนึง พยายามเลี้ยงบอลผ่านแนวรับจิ้งจอกหลายหน ก่อนโดนเปลี่ยนตัวออก

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (7)
พยายามช่วยทีมเต็มที่ แต่สามารถดีกว่านี้ได้ แม้จะเล่นงาน ชิลเวลล์ ได้ แต่ไม่ผ่าน โซยุนซู

ซาดิโอ มาเน่ (8)
พลาดโอกาสทองตั้งแต่ต้นเกม รวมถึงจังหวะเหน่งๆ แต่ไม่ผ่าน ชไมเคิล ที่เหลือยังคงความน่ากลัวในเกมรุกเสมอ

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (9)
หลังจากปลดล็อกประตูได้ศึก ชิงแชมป์สโมสรโลก บ็อบบี้ ดูจะมั่นใจด้วยการกดอีกสองประตู

สำรอง
เจมส์ มิลเนอร์ (7)
ลงมาไม่ทันไรก็กดจุดโทษให้ทีมนำ 2-0 เลย

ดิว็อก โอริกี (6)
ใช้บารมี “เทพกี้” บันดาลสามประตูหลังถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมา

อดัม ลัลลาน่า (6)
ลงมาตอนที่สกอร์ขาดไปแล้ว

อ่านสรุปเกมคู่นี้ได้ที่นี่
>> คลิกเลย <<

สำหรับเกมถัดไป ลิเวอร์พูล จะบุกกลับมาเล่นในแอนฟิลด์รับการมาเยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน คืนวันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคมนี้ เวลา 23.30 น. ตามเวลาประเทศไทย