จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ผ่าฟอร์มหงส์แดง พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล วูล์ฟแฮมป์ตัน เรตติ้ง ลิเวอร์พูล

เด่นหรือดับ! ผ่าฟอร์มแข้ง ลิเวอร์พูล บุกถลกหนังหมาป่าถึงรัง 2-1

Home / sport variety / เด่นหรือดับ! ผ่าฟอร์มแข้ง ลิเวอร์พูล บุกถลกหนังหมาป่าถึงรัง 2-1

ผ่าฟอร์ม ลิเวอร์พูล บุกเฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน แบบหวุดหวิด 2-1

ลิเวอร์พูล สร้างสถิติ้ทียบเท่า เชลซี ที่เคยไม่แพ้ใคร 40 เกมติดต่อกัน หลังบุกไปเฉือนเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 ในศึก พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยหงส์แดงได้ประตูขึ้นนำจากลูกโขกเตะมุมของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ตั้งแต่ต้นเกม ก่อนที่ครึ่งหลัง ราอูล ฆิเมเนซ จะโหม่งเอาคืนตามตีเสมอเป็น 1-1 สุดท้าย โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ สวมบทฮีโร่ยิงด้วยซ้ายช่วยให้ ลิเวอร์พูล เก็บสามแต้มได้สำเร็จ และนี่คือคะแนนของพวกเขาในนัดนี้…

อลิสซอน เบ็คเกอร์ (8)
ครึ่งแรกงานไม่หนัก แต่พอเข้าครึ่งหลังแม้จะโดนโขกไปหนึ่งตุง แต่ก็ช่วยเซฟจังหวะสำคัญๆ ได้หมด

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (8)
เปิดให้ เฮนโด้ โขกประตูขึ้นนำ และพยายามมีส่วนร่วมกับเกมรุกพอสมควร

โจ โกเมซ (7)
แม้จะมีผิดพลาดบ้างช่วยงต้นเกม แต่หลังจากนั้นก็ช่วยบล็อกลูกยิงของ เนโต้ และเล่นได้ดีขึ้น

เวอร์กิล ฟาน ไดก์ (8)
แสดงให้เห็นถึงกองหลังที่ว่ากันว่าดีที่สุดในเวลานี้ ทั้งการอ่านเกม สปีด และการเข้าแย่งบอลที่แม่นยำ ช่วยทีมได้อย่างมาก

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (5)
การโดน อ.ตราโอเร่ กดอยู่นั้น ทำให้ ร็อบโบ้ เติมเกมไม่ถนัด แถมโดนเผาเครื่องหลายหนในเกมนี้ เป็นเกมที่เหนื่อยสำหรับเขาจริงๆ

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (9)
โขกประตูขึ้นนำ และทำแอสซิสต์ให้ ฟีร์มิโน่ นอกจากนี้กัปตันหงส์แดงยังวิ่งพล่านไปทั่วทั้งเกมแบบไม่รู้จักเหร็ดเหนื่อย

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (6)
เงียบหายไปหลายจังหวะ และไม่ค่อยโดดเด่นในเกมนี้

จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม (6)
พยายามทำให้เกมตรงกลางไหลลื่น แต่ก็ไม่ค่อยโดดเด่นอะไรมากนัก

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (5)
เหมือนติดใจจากเกมสอยปีศาจแดง บังโม พยายามเลี้นงเองยิงเองหลายรอบ ราวกับเด็กชายที่หวงของเล่นจริงๆ

ซาดิโอ มาเน่ (7)
ก่อนเกมมีข่าวลือว่าเจ็บ แต่ก็สามารถลงสนามและพยายามช่วยทีมสุดความสามารถ ก่อนจะเจ็บโคนขาหนีบถูกเปลี่ยนตัวออกไป

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (8)
ฮีโร่ในเกมนี้ ซัดประจูชัยให้กับทีมได้สำเร็จ

ตัวสำรอง
ทาคุมิ มินามิโนะ (6)
ดูแล้วยังต้องปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีมพักใหญ่เลย

ฟาบินโญ่ (7)
ลงมาสร้างความต่างให้เกมตรองกลางอย่างเห็นได้ชัด

ดิว็อค โอริกี (7)
แค่ยืนรอเปลี่ยนตัวทีมก็ได้ประตูแล้ว ทำให้คะแนนพุ่งตั้งแต่ยังไม่ได้ลงสนาม

สำหรับโปรแกรมถัดไป ลิเวอร์พูล จะบุกไปเยือน ชรูว์สบิวรี ทาวน์ ในศึก เอฟเอ คัพ รอบ 4 เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 27 มกราคมนี้ (คืนวันอาทิตย์) ตามเวลาประเทศไทย