พาราทีมชาติไทย เอเชียนพาราเกมส์ 2018

พาราไทย คว้า 3 เหรียญส่งท้าย ปิด เอเชียนพาราเกมส์ 2018

Home / ข่าวกีฬารอบโลก / พาราไทย คว้า 3 เหรียญส่งท้าย ปิด เอเชียนพาราเกมส์ 2018

“ทัพพาราไทย” คว้า 3 เหรียญเงินส่งท้าย เอเชียนพาราเกมส์ 2018 โดยได้จาก แบดมินตัน 2 เหรียญเงิน และ ทีมตบลูกเด้งอีก 1 เหรียญเงิน พร้อมคว้าอันดับ 7 เอเชียมาครอง ด้วยผลงาน 23 เหรียญทอง 32 เหรียญเงิน และ 50 เหรียญทองแดง ด้าน “บิ๊กนิดหน่อย” จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประมุขพาราไทย พอใจโดยรวมผลสามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้มากกว่าหนที่แล้ว แถมยังได้เห็นพัฒนากีฬาหน้าใหม่ที่สามารถทำผลงานคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ พร้อมเตรียมเดินหน้าเพื่อความพร้อมสำหรับ พาราลิมปิกเกมส์ 2020 ขณะพิธีเปิดเรียบง่าย แต่ประทับใจ อินโดนีเซีย ส่งไม้ต่อ “จีน” เจ้าภาพครั้งต่อไป จัดที่เมืองหังโจว ในอีก 4 ปีข้างหน้า

การแข่งขัน เอเเชียนพาราเกมส์ 2018 ที่ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นการชิงชัยวันสุดท้าย โดยไฮไลต์อยู่ที่ กีฬาแบดมินตัน รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งนักตบลูกขนไก่ทีมชาติไทย ผ่านเข้ามาชิงเหรียญทองได้ถึง 2 รายการ ในประเภท หญิงคู่ คลาส WH1 ซึ่งมี อำนวย เวชวิฐาน จับคู่กับ สุจิรัตน์ ปุกคำ คู่ดีกรีแชมป์โลก ลงดวลกับ คู่ของหลิง ฮอง เหยิ่น กับ กู ติง ติง คู่ปรับเก่าจากจีน โดยผลการแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกสูสี แต่ทว่าเป็นคู่สาวจีนที่ตีได้อย่างเหนียวแน่นและเฉียบขาดกว่าตบเฉือนเอาชนะ คู่สาวไทย ไปได้แบบเฉียดฉิว 2-1 เกม (21-17,11-21,21-13) ส่งให้คู่สาวไทย ได้เพียงแค่เหรียญเงินมาครองเท่านั้น

อำนวย เวชวิฐาน จับคู่กับ สุจิรัตน์ ปุกคำ

 

ขณะที่ประเภทคู่ผสม คลาส SL3-SU5 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง คู่ของ นิภาดา แสนสุภา กับ ศิริพงษ์ เติมอารมณ์ คู่หูนักแบดมินตันพาราไทย ลงดวลกับ เฮอร์รี่ ซูซานโต้ กับ เลนนี่ ราตี้ จากอินโดนีเซีย คู่นี้ปรากฎว่า คู่นักตบลูกขนไก่ไทย ต้านแกร่ง คู่ของเจ้าภาพไม่ไหวพ่ายไป 0-2 เซต (7-21, 10-21) ทำให้ได้เพียงแค่เหรียญเงินมาครองเท่านั้น

นิภาดา แสนสุภา กับ ศิริพงษ์ เติมอารมณ์

 

เทเบิลเทนนิส ไฮไลต์อยู่ที่ประเภททีมชาย คลาส 8 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งทีมนักตบลูกเด้งหนุ่มไทย ที่ประกอบด้วย ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์, พิสิษฐ์ หวังผลพัฒนศิริ และ คมกฤษณ์ จริตสัจ ลงสนามดวล ทีมนักตบลูกเด้ง หนุ่มจีน ที่ประกอบด้วย เฉา ชู ไห่ กับ หยี เชา กวน โดยการแข่งขันปรากฎว่า ทีมปิงปองหนุ่มแดนมังกร สามารถตบเฉือนเอาชนะ ทีมหนุ่มไทย ไปได้แบบสนุก 2-0 คู่ โดยคู่แรก เดี่ยวมือ 1 ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แพ้ เฉา ชู ไห่ 0-3 เกม (8-11,2-11,4-11) และคู่ที่สอง ประเภทคู่ พิสิษฐ์ หวังผลพัฒนศิริ กับ คมกฤษณ์ จริตสัจ แพ้ เฉา ชู ไห่ กับ หยี เชา กวน 0-3 เกม (9-11,10-12,9-11)

ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์, พิสิษฐ์ หวังผลพัฒนศิริ และ คมกฤษณ์ จริตสัจ

 

จากนั้นในช่วงค่ำได้มีพิธีเปิดการแข่งขันมีขึ้น ณ สนาม เกโลร่า บังการ์โน่ กรุงจาการ์ตา โดยการแสดงในพิธีปิดเป็นไปอย่างเรียบง่าย ซึ่งสื่อถึงความสมัครสมานสามัคคีของเหล่านักกีฬาที่เข้ามาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งสร้างความประทับให้กับนักกีฬาที่เข้าร่วมและผู้เข้าร่วมพิธีปิดอย่างมากมาย ก่อนที่ “เจ้าภาพ” อินโดนีเซีย จะส่งไม้ต่อให้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะเป็น “เจ้าภาพ” ครั้งต่อ โดยจะมีการแข่งขันที่ เมืองหังโจว ในอีก 4 ปีข้างหน้า และเป็นอันสิ้นสุดการแข่งขันในครั้งนี้อย่างเป็นทางการ

สรุปผลงานของทัพนักกีฬาพาราไทย ในการแข่งขัน เอเชียนพาราเกมส์ 2018 สามารถทำผลงานคว้าอันดับ 7 ของเอเชีย ด้วยผลงานคว้าเหรียญรางวัลมาครองทั้งสิน 23 เหรียญทอง 32 เหรียญเงิน 50 เหรียญทองแดง ส่วนตำแหน่ง “เจ้าเหรียญทอง” ในเอเชียนพาราเกมส์ หนนี้ เป็นของ สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ทำผลงานคว้าเหรียญรางวัลไปทั้งสิ้น 171 เหรียญทอง 88 เหรียญเงิน และ 59 เหรียญทองแดง ทั้งนี้ผลงานของทัพพาราไทย ใน เอเชียนพาราเกมส์ เมื่อสี่ปีที่แล้ว ที่เมืองอินชอน เกาหลีใต้ ไทย ทำผลงานได้ 21 ทอง 39 เงิน 47 ทองแดง

ด้าน “บิ๊กนิดหน่อย” จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เปิดกล่าวถึงผลงานของทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทย ว่า ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของนักกีฬาพาราไทยทุกคน เมื่อมองถึงภาพรวมต้องบอกว่านักกีฬาเรามีผลงานที่ดีขึ้น เนื่องจากเราสามารถคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้มากกว่าหนที่แล้ว

“อย่างไรก็ดีนอกเหนือผลงานในภาพรวมการคว้าเหรียญรางวัลแล้ว ในเอเชียนพาราเกมส์ครั้งนี้ เราได้เห็นถึงพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมของนักกีฬาหน้าใหม่ในหลายๆชนิดกีฬา ทั้งกรีฑา, แบดมินตัน, เทเบิลเทนนิส ฯลฯ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ โตเกียว ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของทัพพาราไทย เพราะหวังที่จะทำผลงานในพาราลิมปิก 2020 ให้ดีขึ้นกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณพี่น้องๆ แฟนกีฬาชาวไทย ที่ช่วยเป็นกำลังใจกับพวกเราทัพนักกีฬาพาราไทยมาโดยตลอดทุกๆการแข่งขันไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ”

 

สำหรับทัพนักกีฬาพาราไทยทั้งหมด จะเดินทางกลับมาถึงเมืองไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 14 ตุลาคม 2561 ด้วยสายการบินไทย และ สายการบินการูด้า โดยแบ่งไฟลท์ดังนี้ กีฬา โกลบอล, ยูโด, โบว์ลิ่ง, ฟันดาบ กลับเที่ยวบิน จีเอ 868 ถึงไทยเวลา 16.15 น., นักกีฬากรีฑา เที่ยวบิน จีเอ 864 ถึงไทย เวลา 20.10 น., นักกีฬา ยิงธนู, แบดมินตัน, ยิงปืน, ยกน้ำหนัก, วีลแชร์บาสเกตบอล เที่ยวบิน ทีจี 434 ถึงเวลา 16.05 น. และ นักกีฬาบอคเซีย, ว่ายน้ำ, ปิงปอง และ วีลแชร์เทนนิส เที่ยวบิน ทีจี 436 ถึงไทยเวลา 22.30 น.

ขออนุญาตใช้เนื้อหา