กติกาตะกร้อ ตะกร้อ ตะกร้อ  ไทยแลนด์ ลีก ครั้งที่ 18

ปธ.ผู้ตัดสินตะกร้อไทย ชี้มีบทลงโทษผู้ตัดสินแน่นอนหากผิดพลาดจริง

Home / ข่าวกีฬารอบโลก / ปธ.ผู้ตัดสินตะกร้อไทย ชี้มีบทลงโทษผู้ตัดสินแน่นอนหากผิดพลาดจริง

ประธานผู้ตัดสิน ตะกร้อไทย เผยทุกสโมสรสามารถยืนเรื่องการทำหน้าที่ผิดพลาดของผู้ตัดสินใน ตะกร้อ ไทยแลนด์ลีก หากผิดจริงมีบทลงโทษแน่นอน

ความเคลื่อนไหว ตะกร้อ ไทยแลนด์ ลีก ครั้งที่ 18 ฤดูกาล 2019 ระหว่างวันที่ 29 มิ. ย. – 21 ก.ย. 2562 มี 10 ทีม ร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย ”แชมป์เก่า” ม.กรุงเทพธนบุรี , แพร่ , นครปฐม , ปทุมธานี , ราชบุรี , ศรีสะเกษ , พิษณุโลก , ชลบุรี , อำนาจเจริญ และ กาฬสินธุ์ ซึ่งหลังจากผ่านพ้นการแข่งขันในครึ่งฤดูกาลแรก นอกเหนือจากผลการแข่งขันแล้ว สิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึง คือ การทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ที่มีหลายแมทซ์ทำหน้าที่ผิดพลาด จนถูกหลายสโมสร นำมาเป็นเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์

โดยในเรื่องนี้ นาย จักรพันธ์ นาคประดิษฐ์ ประธานผู้ตัดสินสมาคมกีฬา ตะกร้อ แห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว MThai Sport ถึงประเด็นร้อนดังกล่าวว่า

 

” ที่ผ่านมาได้รับทราบและเห็นว่ามีหลายสโมสรที่ได้รับผลกระทบถึงการทำหน้าที่ผิดพลาดของผู้ตัดสิน จึงอยากจะชี้แจงว่า ในเรื่องนี้ หากนำข้อผิดพลาดไปโพสต์ในเฟสบุ๊ค ก็จะเพียงการนำไปวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ “

 

” แต่หากสโมสรไหนได้รับผลกระทบจริง ก็สามารถทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร และบอกรายละเอียดความผิดพลาด เช่น การแข่งขันระหว่าง ทีมใดพบทีมใด มีจังหวะปัญหาเกิดขึ้นในแต้มที่เท่าไหร่ และที่สำคัญต้องมีไฟล์วิดีโอที่เห็นชัดเจนว่า ผู้ตัดสินคนดังกล่าวทำหน้าที่ผิดพลาดจริง โดยสามารถส่งเรื่องไปที่ พ.อ.อภิศักดิ์ หมั้นทรัพย์ หัวหน้าผู้ควบคุมการแข่งขันฯ “

 

” ซึ่งหลังจากที่ได้รับเรื่องแล้ว ก็จะมีการนำไปเข้าในที่ประชุม และการพิจารณา ก็จะมีการนำมาพิจารณา หากเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แบบที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ก็จะมีบทลงโทษผู้ตัดสินรายนั้นไม่ให้ลงทำหน้าที่ตัดสินจำนวนสองนัด แต่เมื่อนำวิดีโอมาพิจารณาแล้ว เป็นเหตุสุดวิสัย ก็อาจจะต้องนำไปพูดคุยกับสโมสรที่ร้องเรียนถึงการเสียประโยชน์จากความผิดพลาดแบบเหตุสุดวิสัย  “

 

” อย่างไรก็ดี อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นประเด็นปัญหาในตอนนี้ คือ ลูกอ้อมตาข่าย ล่าสุดก็ได้มีการพูดคุยเบื้องต้นว่า อาจจะมีการนำเสาอากาศ มาใช้ในการจัดแข่งขัน เบื้องต้น คือ จะนำมาเริ่มใช้ในการแข่งขันในประเทศไทย และหากนำมาใช้แล้วแก้ไขปัญหาได้ ก็จะมีการผลักดันไปใช้ในการแข่งขันระดับนานาชาติต่อไป”