นวลพรรณ ล่ำซำ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ฟุตบอลโลกหญิง 2019 หนึ่งฤทัย สระทองเวียน

อำลาสองแม่ทัพ! 3 เหตุผลต้องยืนให้ “ชบาแก้ว” ในวันไร้ความสำเร็จ

Home / ฟุตบอลโลกหญิง 2019 / อำลาสองแม่ทัพ! 3 เหตุผลต้องยืนให้ “ชบาแก้ว” ในวันไร้ความสำเร็จ

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยในปี 2008 สามารถนำทัพชบาแก้วคว้าแชมป์ ซีเกมส์ ได้ 1 สมัย แชมป์อาเซียน อีก 4 สมัย และสร้างประวัติศาสตร์ พาทีมไปลุยศึก ฟุตบอลโลกหญิง รอบสุดท้ายได้ 2 สมัยติดต่อกัน

ส่วน “หนึ่งฤทัย สระทองเวียน” ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยในปี 2014 พาทีมคว้าแชมป์อาเซียนได้ 2 สมัย อีกทั้งยังเป็นผู้นำทัพชบาแก้วลงทำศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกทั้ง 2 ครั้ง และต่อไปนี้คือเรื่องราวของ ชบาแก้ว ในวันที่ไร้สองแม่ทัพคนสำคัญ…

 

 

1.บทเรียนที่ ฝรั่งเศส

ต้องยอมรับว่า กว่าที่ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยจะได้เป็นตัวแทนลงแข่งศึก ฟุตบอลโลกหญิง 2019 รอบสุดท้ายที่ประเทศฝรั่งเศส “ชบาแก้ว” ต้องพบกับ อุปสรรคมากมาย

ทั้งคำสบประมาท จากการคว้าสิทธิ์เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกหญิงเป็นครั้งแรกในปี 2015 ที่ประเทศออสเตรเลีย ก่อนสร้างประวัติศาสตร์ คว้าชัยครั้งแรกในฟุตบอลโลกหญิงรอบสุดท้าย ด้วยการเอาชนะ ไอวอรี่ โคสต์ 3-2

 

จนล่าสุด “ชบาแก้ว” ได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลโลกหญิง 2019 เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ก็ถือเป็นเครื่องยืนยันความสามารถของทีมชุดนี้ว่าพวกเธอมีใจนักสู้ขนาดไหน

 

กระทั่งผลการจับสลาก ฟุตบอลโลกหญิง 2019 ออกมาให้ ทีมสาวไทยได้ อยู่กลุ่มเอฟ ร่วมกับ สหรัฐอเมริกา แชมป์เก่า เต็ง 1 ของโลกและรายการ, สวีเดน อันดับ 9 ของโลก และ ชิลี ที่ดูเป็นรองทีมชาติไทยเรื่องแรงกิ้งฟีฟ่า แต่ช่วงหลังเริ่มพัฒนาทีมได้อย่างก้าวกระโดด

 

ยิ่ง แข้งสาว “ชบาแก้ว” ถูกยกให้เป็นทีมเต็งแชมป์อันดับสุดท้ายความกดดันยิ่งถาโถมเข้ามาเพื่อให้ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

 

โดยถึงแม้ว่า ผลการแข่งขันของทีม สาวไทย ที่ประเทศฝรั่งเศสจะออกมาได้ไม่ดีอย่างที่ตั้งใจ ด้วยแพ้รวด 3 เกม

กระนั้นการแข่งขันครั้งก็ได้สร้างให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า วงการฟุตบอลหญิงไทยกำลังเติบโตแค่ไหน มาได้ไกลขนาดนี้ ทั้งที่ระบบลีกในประเทศก็ไม่ได้แข็งแรงอย่างชาติมหาอำนาจอื่น

จากข้อพิสูจน์ที่เหล่าวีรสตรีไทยได้แสดงให้เห็นถึงความไม่ยอมแพ้ ทำประตูสร้างแรงบันดาลใจ ในเกมแพ้ สวีเดน 5-1 จนโด่งดังไปทั่วโลก

พร้อมทั้งฝ่าบทเรียนที่แดนน้ำหอม นำเป็นหนทางให้เหล่ารุ่นน้องในวงการฟุตบอลหญิงได้ดำเนินรอยตาม และขึ้นไปสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ได้ในอนาคต

 

 

2. “ชบาแก้ว” ชุดที่ดีที่สุด

 

ทีม ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดนี้ จะต้องถูกยกย่อง ให้ทีม “ชบาแก้ว” ชุดที่ดีที่สุดประวัติศาสตร์ ลูกหนังไทย

ด้วยเหตุผล ที่พวกเธอไม่ได้มีระบบลีกในประเทศแข็งแกร่ง แต่เมื่อถึงเวลาก็สามารถร่วมใจเป็นหนึ่งคว้าสิทธิไปแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์ ชนิดที่ทีมฟุตบอลชายยังไปได้ไม่ไกลถึงระดับนั้น

จะด้วยโครงสร้าง บริหารที่มี “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ คอยเป็นผู้สนับสนุน อย่างเดียวคงไม่ใช่ ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับเหล่านักฟุตบอลหญิงที่ต่างทุ่มเทให้ความฝันกลายเป็นจริง

ประตูของ กาญจนา สังข์เงิน ที่ซัดใส่ทีมชาติสวีเดน ทีมอันดับ 9 ของโลก จึงเป็นสิ่งยืนยันหัวจิตหัวใจของแข้งสาวไทยในวันที่ทุกอย่างดูจะมืดมน

เปรียบได้กับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้เราเชื่อว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หากเราตั้งใจจะสร้างมันขึ้นมาด้วยความตั้งใจ

 

 

3. ยืนให้เกียรติ “ชบาแก้ว”

ในวันที่ว่างเปล่าไร้ความสำเร็จ ของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019

มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ก็ประกาศยุติบทบาทผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยผลงานพาฟุตบอลหญิงไทยผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้ 2 สมัยติดต่อกัน

ตลอดระยะเวลา 12 ปี มาดามแป้ง ทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ ฟุตบอลหญิงในประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ซึ่ง เธอก็ทำสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่เป็นที่จดจำ

ถึงตรงนี้ คงต้องกล่าวขอบคุณ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย และ เหล่าวีรสตรี ที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมส่งเสริมให้ฟุตบอลไทยเป็นที่รู้จักไปทั้วโลก สร้างความภาคภูมิใจแก่คนไทยทุกคน

 

แรงบันดาลใจนี้ จะกลายเป็นพลังให้ทุกคนในชาติได้ ลุกขึ้นยืนเพื่อแสดงความเคารพ ต่อหัวใจของพวกเธอ และ ถึงว่ามันจะเป็นวันที่ว่างเปล่า

แต่สิ่งที่เราคนไทยสัมผัสได้ คือพลัง ที่ “ชบาแก้ว” ได้ทิ้งไว้ให้น้องๆได้เจริญรอยตามเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้ประเทศไทยในอนาคต